
เมื่อพรรคการเมืองไร้หัว
เขียนถึงเรื่องของพรรคการเมืองมาหลายครั้งหลายคราวมากมายเหลือเกิน
เขียนถึงเรื่องของพรรคการเมืองมาหลายครั้งหลายคราวมากมายเหลือเกิน ท่านผู้อ่านอาจจะรู้สึกว่า ไม่จบไม่สิ้นกันสักทีเรื่องพรรคการเมือง ซึ่งอันที่จริงเมื่อประเทศชาติเรามีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หนึ่งในสิ่งที่เราควรจะต้องมีก็คือ การมีตัวแทนไปบริหารประเทศแทนพวกเราประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ เจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งนับจากปี 2475 จนปัจจุบันที่ว่า อำนาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย อาจจะยังไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติ ยังเป็นเพียงทฤษฎี
ผู้คนกล่าวขาน ว่ากล่าว ไปจนถึงขั้นด่าทอ พรรคการเมืองมากมาย ซึ่งที่ชมก็มีอยู่เหมือนกัน และอันที่จริงการขับเคลื่อนประชาธิปไตยภาคตัวแทน ประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็ใช้พรรคการเมืองเป็นตัวหลัก หรือแม้กระทั่งประเทศที่เป็นสังคมนิยมก็ยังมีพรรคการเมือง ซึ่งก็อาจจะเป็นดังที่หลายๆ คนได้พูดกันว่าเป็นพรรคการเมืองแบบหลอกๆ ทั้งที่โดยเนื้อแท้แล้วเป็นองค์กรหรือกลุ่มบุคคลบางกลุ่มเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้ครอบงำ
ในประเทศไทยก็มีการหยิบยกติติงกันเช่นว่าอยู่เหมือนกันในเรื่องพรรคการเมืองว่า โดยความเป็นจริงในทางปฏิบัติแล้ว พรรคการเมืองในประเทศเราล้วนเป็นของคนนั้น คนนี้ไม่ใช่ของสมาชิกพรรคร่วมกัน และยิ่งไม่ใช่ของประชาชนทั้งหลายด้วยกัน เพราะเมื่อเป้าหมายสูงสุด คือ การทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน พรรคการเมืองก็ย่อมเป็นองค์กร หรือหน่วยของชาติ และของประชาชน ซึ่งหากไม่สามารถไปไกลได้ถึงขนาดนั้น อย่างน้อยก็ต้องเป็นของสมาชิกพรรคการเมืองนั้นๆ ร่วมกันและเป็นที่รวมกันของบรรดาบุคคลที่มีอุดมการณ์ในทิศทางเดียวกัน เพื่อยังประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนให้ถึงพร้อมร่วมกัน
คำถามก็คือ หากพรรคการเมืองไม่ได้เป็นเช่นดังหลักการ แต่เป็นพรรคของคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง เมื่อไร้คนดังกล่าว หรือไร้กลุ่มเช่นว่า พรรคการเมืองจะอยู่ได้หรือไม่ นี่คือคำถามที่พรรคการเมืองในประเทศเรา โดยเฉพาะบางพรรคจะต้องตอบให้ได้ ซึ่งไม่ใช่แต่เพียงพรรคที่มีสมาชิกระดับหัวหน้า หรือที่คนชี้นิ้วกล่าวหากันว่า เจ้าของพรรคเท่านั้นที่จะต้องคิดพรรคการเมืองในไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรดาพรรคใหญ่ พรรคกลาง เมื่อผู้คนทั้งหลายมองกันว่าเป็นหัว "หายไป" ทำให้สังคมถามกันว่าแล้วพรรคจะอยู่อย่างไร
ในบริบทของการไร้คนที่ส่วนรวมมองว่าเป็นหัวหน้า หรือเจ้าของ อะไรก็แล้วแต่ของพรรคการเมือง หากมองในแง่กระแสของการปฏิรูปบ้านเมือง โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมือง และโดยเฉพาะเจาะจง การปฏิรูปพรรคการเมือง นี่อาจจะเป็นโอกาสอันดีที่พรรคการเมืองจะได้พัฒนาไปสู่ความมีระบบที่เป็นระเบียบ มีวินัยในที่สุดมีความเป็นสถาบันในระดับที่บุคคลแม้จะยังคงเป็นกลจักรสำคัญ แต่ด้วยมีความเป็นสถาบันถึงระดับหนึ่ง ระบบที่วางเอาไว้ ทำให้ผลัดใบ หรือผลัดเปลี่ยน หัวหน้าได้อยู่เสมอ และไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของ แต่สมาชิกพรรคทั้งผองต่างร่วมกันเป็นเจ้าของพรรคนั้น หากมิใช่คนไทยร่วมกันทั้งประเทศ มาดูกันว่าพวกเขาจะทำได้หรือไม่







