
แอสเซทพลัสขายกอง6เดือนชู2%ต่อปี
บลจ.แอสเซท พลัส เปิดขายกองทุนใหม่ลงทุนตราสารหนี้ไทย อายุ 6 เดือน เสนอขายครั้งเดียววันนี้ – 30 ก.ย.นี้ ผลตอบแทน 2.00% ต่อปี
บลจ.แอสเซท พลัส เปิดขายกองทุนใหม่ลงทุนตราสารหนี้ไทย อายุ 6 เดือน เสนอขายครั้งเดียววันนี้ – 30 ก.ย.นี้ ผลตอบแทน 2.00% ต่อปี
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในช่วงนี้ คาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็น 2% ในการประชุมเดือน ต.ค. นี้ ซึ่งเป็นการปรับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นในทิศทางเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และคาดว่า ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับ 2% ไปจนถึงไตรมาส 1 ปีหน้า โดยคาดว่า ธปท. ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วนัก เนื่องจาก ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 3.2-3.8% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ระดับ 1-2% ซึ่งยังอยู่ในกรอบการควบคุมอัตราเงินเฟ้อเป้าหมาย
ในส่วนของการเติบโตของเศรษฐกิจซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกสามารถปรับตัวได้ดี และคาดว่าในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจน่าจะชะลอตัว แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ แนวโน้มของค่าเงินบาท โดยหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากอาจจะทำให้ธปท. ต้องชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยลง
ทั้งนี้ วันนี้ -30 ก.ย. นี้ บริษัทฯ เสนอขาย IPO กองทุนเปิดแอสเซทพลัสไทยฟิกซ์ 3/6M (ASP-THFIXED3/6M) ซึ่งกองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ไทย อายุประมาณ 6 เดือน โดยสามารถให้โอกาสผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุน ประมาณ 2.00% ต่อปี จากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย และตั๋วแลกเงินของ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (TLT) ธนาคารทิสโก้ (TISCO) บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ (AP) และ บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย (NPS)
นายวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการนำเสนอขาย IPO กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 7 (ASP-SMART 7) โดยจะเสนอขายครั้งเดียวตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.– 7 ต.ค. นี้
ทั้งนี้ กองทุน ASP-SMART 7 เป็นกองทุนผสมที่มีอายุโครงการ 1 ปี สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างตราสารทุนและตราสารหนี้ในประเทศ ได้ 0–100% ทำให้กองทุนมีความยืดหยุ่นในด้านการลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น เพื่อหาจังหวะเข้าลงทุนในช่วงที่ตลาดเหมาะสม และมีเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนสุทธิที่ระดับ 10% และปิดกองทุนเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนผ่านระดับ 11.00 บาท หรือเมื่อครบอายุกองทุน 1 ปี แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดก่อน
“ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุนกลุ่ม SMART สามารถสร้างผลการดำเนินงานได้อย่างโดดเด่น ตั้งแต่ต้นสัปดาห์โดย กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 5 (ASP-SMART5) สามารถปิดกองทุนพร้อมจ่ายคืนผลตอบแทนให้กับลูกค้าได้ 10% ของเงินลงทุนเริ่มแรก เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 53 โดยสามารถปิดกองทุนได้ภายในช่วงเวลาประมาณ 3 เดือนนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน และกองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท (ASP-SMART) และกองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 3 (ASP-SMART3) สามารถจ่ายคืนผลตอบแทนอัตโนมัติ หน่วยละ 0.50 บาท ในวันที่ 22 ก.ย. 53 คิดเป็นผลตอบแทน 111% และ 35% ของเงินลงทุนเริ่มแรก สุดท้ายปลายสัปดาห์ในวันที่ 24 ก.ย. 53 กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 2 (ASP-SMART2) สามารถจ่ายคืนผลตอบแทนอัตโนมัติ หน่วยละ 0.50 บาท เช่นกัน คิดเป็นผลตอบแทน 40% ของเงินลงทุนเริ่มแรก”นายวิน กล่าว







