
สร้างอนาคตให้รถ EV
ตอนนี้นอกจากกระแสของบ้านที่ใช้พลังงานโซลาร์เพื่อผลิตไฟฟ้าที่กำลังมาแรงแล้ว เราก็มีกระแสเรื่องของรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle หรือรถ EV เข้ามาด้วยค่ะ เนื่องด้วยการพัฒนาพลังงานทดแทนที่เกิดขึ้นทั่วโลกเพื่อเป็นทางเลือกแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิล และกระแสตื่นตัวปัญหาสภาวะโลกร้อนจากทุกภาคส่วน ทำให้เราได้เห็นการพัฒนาการใช้งานพลังงานทดแทนในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแผงโซลาร์ โซลาร์รูฟท็อป หรือรถ EV เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว
ตอนนี้นอกจากกระแสของบ้านที่ใช้พลังงานโซลาร์เพื่อผลิตไฟฟ้าที่กำลังมาแรงแล้ว เราก็มีกระแสเรื่องของรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle หรือรถ EV เข้ามาด้วยค่ะ เนื่องด้วยการพัฒนาพลังงานทดแทนที่เกิดขึ้นทั่วโลกเพื่อเป็นทางเลือกแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิล และกระแสตื่นตัวปัญหาสภาวะโลกร้อนจากทุกภาคส่วน ทำให้เราได้เห็นการพัฒนาการใช้งานพลังงานทดแทนในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแผงโซลาร์ โซลาร์รูฟท็อป หรือรถ EV เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว
เมื่อเทียบกันระหว่างบ้านที่ผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์กับรถ EV แล้ว บ้านโซลาร์นั้นมีโอกาสการเติบโตที่ง่ายกว่ารถ EV ค่ะ เนื่องจากบ้านโซลาร์นั้นไม่ต้องการ "สินค้าเพื่อการเติมเต็ม" หรือ Complementary Goods เหมือนอย่างที่รถ EV ต้องการค่ะ การผลิตพลังงานโซลาร์ที่บ้านนั้นสามารถทำได้ง่ายเพียงแค่ติดตั้งแผงโซลาร์หรือโซลาร์รูฟท็อป บ้านเราก็จะมีแหล่งไฟฟ้าที่ 2 เป็นทางเลือกนอกจากไฟของหลวงแล้ว ขณะที่รถ EV นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็เหมือนกับรถยนต์ทั่วไปค่ะ นั่นคือ ปั๊มเชื้อเพลิง ซึ่งในที่นี้คือปั๊มชาร์จไฟฟ้าค่ะ ซึ่งในปัจจุบันบ้านเราเองยังมีเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถ EV ที่ไม่มาก และไม่กระจายตัวไปในวงกว้าง ซึ่งนั่นเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การใช้รถ EV เพื่อการเดินทางตามปกติในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อเดินทางในระยะไกลยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้
แต่อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวรถ EV ก็จะเป็นโหมดหลักในการเดินทางสำหรับผู้คนในอนาคตอย่างแน่นอน เพียงแต่การที่เราจะทำให้รถ EV มีการเริ่มต้นและขยายตัวได้ในวงกว้างนั้น เราจะต้องอาศัยแรงหนุนจากปัจจัยที่เรียกว่า "ผลกระทบจากเครือข่าย" หรือ Networking Effect โดยผลกระทบจากเครือข่ายจะสร้างมูลค่าให้กับของอย่างหนึ่ง เมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมากๆ ตัวอย่างง่ายๆ เลยคือโทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์มือถือจะเป็นของที่ไม่มีใครต้องการหรือรู้สึกว่ามีประโยชน์เลย หากว่ามีคนใช้งานแค่ไม่กี่สิบคน แต่โทรศัพท์มือถือเป็นของที่มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการมาก เพราะมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก และผู้ซื้อก็เล็งเห็นประโยชน์ในเชิงของการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้ใช้มือถือขนาดใหญ่ด้วย
มีอีกวิธีที่เราสามารถสร้างผลกระทบจากเครือข่ายให้เกิดขึ้นกับของที่เราต้องการก็คือ การสร้างการรับรู้ หรือ Awareness ในวงกว้าง โดยปกติแล้วของที่เพิ่งมาใหม่ต้องใช้เวลาในการที่จะสร้างฐานผู้ใช้ให้ขยายตัวจนเกิดผลกระทบจากเครือข่าย แต่หากเราสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้เห็นถึงเหตุผลที่ควรใช้และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ กลุ่มเป้าหมายเมื่อมองเห็นประโยชน์และรู้สึกว่ามีคนสนใจเยอะ และน่าจะมีผู้เข้ามาใช้งานเป็นจำนวนมากก็จะเข้ามาใช้งานจริง และเกิดเครือข่ายขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ค่ะ
ในส่วนของรถ EV นั้น เราสามารถสร้าง Awareness ให้ผู้คนเห็นประโยชน์ของรถ EV ไปพร้อมๆ กับการตระหนักถึงความจำเป็นในการช่วยกันแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนที่จะเข้ามากระทบพวกเขาและลูกหลานในอนาคตได้ ด้วยการมีส่วนร่วมเล็กๆ แต่สำคัญผ่านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การหันมาใช้รถ EV กันมากขึ้น ซึ่งจะช่วยขยายให้เกิดผลกระทบเชิงเครือข่ายได้มากขึ้น และเมื่อมีผู้อยู่ในเครือข่ายมากขึ้น การพัฒนา Complementary Goods อย่างปั๊มชาร์จไฟก็จะเกิดขึ้นได้ไม่ยากด้วยค่ะ
ฉะนั้นแล้วความสำเร็จของการส่งเสริมรถ EV ให้แพร่หลายนั้น ขึ้นกับการเริ่มต้นสร้างผลกระทบเชิงเครือข่ายผ่านการสร้างความรับรู้และตระหนักถึงเหตุผลและประโยชน์ที่ผู้คนจับต้องได้ และมีผลระยะยาวจากการตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาโลกร้อน และการมีส่วนร่วมในการรักษ์โลกและสร้างอนาคตให้ลูกหลานอย่างง่ายๆ ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานทางเลือกอย่างพลังงานโซลาร์ รวมถึงการหันมาใช้รถ EV ด้วยค่ะ ซึ่งเมื่อผู้คนเกิดความตระหนักในวงกว้าง และรู้สึกถึงการตระหนักในเรื่องนี้จากภาคส่วนอื่นๆ ผู้คนก็จะหันมาสนใจรถ EV อย่างจริงจัง และก่อเกิดเป็นผลกระทบเชิงเครือข่ายได้จริงค่ะ







