posttoday
สงครามคาบสมุทรเกาหลี ผลกระทบกับประเทศไทย

สงครามคาบสมุทรเกาหลี ผลกระทบกับประเทศไทย

27 กันยายน 2560

ปิยะณัฐ อรัญเกษมสุข นาทีนี้คงไม่มีข่าวอะไรร้อนแรงไปกว่าความขัดแย้งของสหรัฐอเมริกากับเกาหลีเหนือที่มีข่าวออกมาแบบรายวัน ประชากรโลกคงไม่มีใครอยากเห็นความขัดแย้งนี้พัฒนาต่อเป็นสงครามหรือสงครามเย็นแบบในสมัยสหรัฐและสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1962 แค่ข่าวความขัดแย้งกันและการแสดงแสนยานุภาพทางทหารระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ ก็ทำให้หลายๆ ประเทศในโลกปั่นป่วนแล้วทั้งเรื่องความมั่นคงของประเทศและเรื่องเศรษฐกิจ

ปิยะณัฐ อรัญเกษมสุข

นาทีนี้คงไม่มีข่าวอะไรร้อนแรงไปกว่าความขัดแย้งของสหรัฐอเมริกากับเกาหลีเหนือที่มีข่าวออกมาแบบรายวัน ประชากรโลกคงไม่มีใครอยากเห็นความขัดแย้งนี้พัฒนาต่อเป็นสงครามหรือสงครามเย็นแบบในสมัยสหรัฐและสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1962 แค่ข่าวความขัดแย้งกันและการแสดงแสนยานุภาพทางทหารระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ ก็ทำให้หลายๆ ประเทศในโลกปั่นป่วนแล้วทั้งเรื่องความมั่นคงของประเทศและเรื่องเศรษฐกิจ

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือเกิดมาช้านานแล้วตั้งแต่สมัยสงครามเกาหลีในปี ค.ศ. 1950 ที่เกาหลีเหนือบุกโจมตีเกาหลีใต้ที่มีสหประชาชาติและสหรัฐหนุนหลังอยู่ สงครามดังกล่าวยุติลงในปี ค.ศ. 1953 เมื่อมีการเซ็นข้อตกลงการพักรบระหว่างทั้งสองฝ่ายและมีการจัดตั้งเขตปลอดทหารที่ชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ แต่ความขัดแย้งและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือค่อยๆ ยกระดับขึ้นมาเรื่อยๆ

ในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ฝั่งเกาหลีเหนือนั้นมีการทดลองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มาตลอด เพราะผู้นำคิดว่าความอยู่รอดของตนนั้นขึ้นอยู่กับแสนยานุภาพทางทหารที่ต้องแสดงให้โลกและประชาชนของตนเองเห็น ฝั่งสหรัฐสมัยก่อนรัฐบาลของทรัมป์นั้นใช้นโยบายทางเศรษฐกิจเข้าเจรจากับเกาหลีเหนือแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ พอมาถึงยุคของทรัมป์ที่เป็นคนค่อนข้างหัวรุนแรงอยู่แล้ว ยิ่งทำให้นโยบายของสหรัฐที่มีต่อเกาหลีเหนือเข้มข้นขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เช่น การเรียกร้องให้นานาชาติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือและการเคลื่อนกองเรือรบและบรรทุกเครื่องบินเข้าประชิดคาบสมุทรเกาหลี ล่าสุดฝั่งเกาหลีเหนือมีการทดลองยิงขีปนาวุธลูกล่าสุดที่ถูกยิงขึ้นจากกรุงเปียงยางข้ามประเทศญี่ปุ่นผ่านเกาะฮอกไกโดไปตกในมหาสมุทรแปซิฟิก การกระทำนี้ยิ่งยกระดับความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีขึ้นไปอีก และทำให้โลกต้องกังวลต่อว่าจะเป็นการไปสะกิดต่อมความอดทนของสหรัฐหรือไม่

สำหรับสหรัฐนั้นในช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดีมาตลอด และมีนโยบายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ต้องหวังพึ่งการอ่อนตัวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นปัจจัยเสริม แต่ในขณะเดียวกันธนาคารกลางของสหรัฐ หรือ "เฟด" จำเป็นต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเพื่อให้เป็นไปตามกลไกของภาวะเงินเฟ้อ เพราะเมื่อเกิดเงินเฟ้อมากจนเกินไปการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง แต่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดตามทฤษฎีนั้นจะยิ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และจะเป็นอุปสรรคในการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และจะได้เปรียบกว่าในเชิงจีดีพี ถ้าดอลลาร์อ่อนตัว เพราะค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวจะเป็นการไปช่วยกระตุ้นการส่งออกของสหรัฐและทำให้สินค้านำเข้าแพงขึ้น ทำให้คนอเมริกันซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในสหรัฐทั้งสิ้น

แต่เมื่อมีข่าวความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี ค่าเงินดอลลาร์กลับไม่แข็งค่าขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะโลกเกิดความไม่แน่ใจในภาวะสงครามและท่าทีของสหรัฐที่มีต่อเกาหลีเหนือ โดยสรุปแล้วสหรัฐได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อลดภาวะเงินเฟ้อในประเทศ แถมค่าเงินดอลลาร์ยังไม่แข็งค่าขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญของการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของสหรัฐ

สำหรับประเทศไทยนั้นในช่วงเดือนที่ผ่านมามีเงินไหลเข้าประเทศจำนวนมาก ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในรูปแบบของการลงทุนในตราสารหนี้และตลาดทุน ซึ่งชัดเจนที่สุดในวันที่ 29 ส.ค. 2560 เมื่อตลาดหุ้นไทยเคลื่อนที่ข้าม 1,600 จุดได้สำเร็จ สาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนในสถานการณ์โลก ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในการลงทุนจากต่างชาติ เพราะความมั่นคงทางเศรษฐกิจกับความชัดเจนทางการเมือง ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในค่าเงินที่ต่างชาติเห็นว่ามีเสถียรภาพสูงในห้วงเวลานี้ แต่ทว่าการแข็งตัวของค่าเงินนั้นกลับไปทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านสินค้าส่งออกลดลง และผู้ส่งออกหลายรายเริ่มเกิดอาการส่งไม่ออกและกำไรหด ผู้ประกอบการเองคงต้องพยายามใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น การใช้สัญญาซื้อขายเงินล่วงหน้าเพื่อลดความตึงเครียดในช่วงนี้ลง หรือพยายามต่อรองกับคู่ค้าต่างประเทศให้หันมาใช้ค่าเงินอื่นที่ไทยสามารถแลกเปลี่ยนได้โดยตรง โดยที่ไม่ต้องผ่านดอลลาร์ เช่น บาท-ริงกิต หรือบาท-หยวน เป็นต้น

รัฐเองคงต้องระวังเรื่องนี้ให้มากเพราะการส่งออกถือเป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เราคงต้องจับตาดูว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกหรือไม่ในเดือน ธ.ค.นี้และเฝ้าระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับค่าเงินบาทต่อไป n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท