posttoday
เปิดคำพิพากษาจำนำข้าว จำคุกยิ่งลักษณ์ 5 ปี

เปิดคำพิพากษาจำนำข้าว จำคุกยิ่งลักษณ์ 5 ปี

26 กันยายน 2560

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์นโยบายรัฐบาลถูกตรวจสอบได้

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

นโยบายรัฐบาลถูกตรวจสอบได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาข้อ กฎหมายว่าข้อที่จำเลย (น.ส.ยิ่งลักษณ์) ต่อสู้ว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นนโยบายของรัฐบาล คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่มีอำนาจไต่สวนจำเลยในฐานะนายกฯ ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร ในการใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน เห็นว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 3 ได้บัญญัติให้องค์กรที่ใช้อำนาจ อธิปไตยแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้เป็นกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลกัน และย่อมถูกตรวจสอบการใช้อำนาจได้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบทางการเมืองโดยองค์กรทางการเมืองหรือการตรวจสอบโดยองค์กรตุลาการหรือศาล

ดังนั้น แม้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกจะเป็นการดำเนินการตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา แต่หากปรากฏว่าในขั้นตอนปฏิบัติตามโครงการมีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายก็ย่อมถูกตรวจสอบโดยกระบวนการยุติธรรมได้ โดยเฉพาะคดีนี้เป็นการกล่าวหาจำเลยซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยได้

จำนำข้าวทุจริตหลักฐานไม่ถึง

ปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิด ตามฟ้องหรือไม่ ศาลเห็นว่าในการ ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ทั้ง 5 ฤดูกาลผลิต แม้ว่าจะพบความเสียหายหลายประการ เช่น การสวมสิทธิการรับจำนำ การนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ ข้าวสูญหาย การออกใบประทวนอันเป็นเท็จ การใช้เอกสารปลอม การโกงความชื้นและน้ำหนักเพื่อกดราคารับซื้อจากชาวนา ข้าวสูญหายจากโกดัง แต่เป็นความเสียหายที่เกิดจากฝ่ายปฏิบัติ จำเลยในฐานะประธาน กขช. (คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ) ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อป้องกันความเสียหายตั้งแต่ตอนเริ่มโครงการ อีกทั้งเมื่อพบความเสียหายดังกล่าวในขณะดำเนินโครงการก็ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันความ เสียหายแล้ว

กรณีความเสียหายในส่วนนี้ยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือใช้อำนาจ ในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ

รู้ว่าจีทูจีผิดแต่ไม่เอาจริง

ส่วนประเด็นเรื่องการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐโดยกรมการค้าต่างประเทศขายข้าวในสต๊อกของรัฐให้บริษัท กว่างตงฯ และบริษัท ห่ายหนานฯ รัฐวิสาหกิจของมณฑล สาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นศาลฎีกามีคำวินิจฉัย ว่าเป็นการขายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากมีการแอบอ้างสัญญาแบบ รัฐต่อรัฐเพื่อนำข้าวมาเวียนขายให้แก่ ผู้ค้าข้าวภายในประเทศอันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยทุจริต

ในเรื่องนี้ สส.ได้นำไปอภิปราย ไม่ไว้วางใจให้จำเลยทราบรายละเอียดและวิธีการขายที่ไม่เป็นไปตามแนว ปฏิบัติของการขายแบบรัฐต่อรัฐ ตลอดจนผู้ประกอบธุรกิจค้าข้าวที่เคยเกี่ยวข้องกับการทุจริตเกี่ยวกับการค้าข้าวในอดีต และบุคคลที่เป็นผู้ช่วย สส.พรรคที่จำเลยสังกัดได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนของรัฐวิสาหกิจจีนที่มาซื้อข้าว อีกทั้งก่อน มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจำเลยได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าเป็นการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐจริง

ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจแม้นายบุญทรง (นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเรื่องการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ แต่องค์ประกอบของคณะกรรมการ ล้วนแต่เป็นข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การบังคับบัญชาของนาย บุญทรง และทำการตรวจสอบไม่ตรงตามประเด็นที่อภิปราย แสดงให้เห็นว่าไม่ตั้งใจตรวจสอบอย่างจริงจัง และจำเลยเพิ่งปรับนายบุญทรงออกจากตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ ในวันที่ 30 มิ.ย. 2556

ตามพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าจำเลยทราบว่าสัญญาขายข้าวแบบ รัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ระงับยับยั้งปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญาให้รัฐวิสาหกิจจีนต่อไปอีก อันเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควร ได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 (เดิม) และ พ.ร.บ.ประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ลงโทษจำคุก 5 ปี

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ