
ดูแลคนไทยในต่างแดน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาแรงงานไทยไปซาอุดิอาระเบีย เป็นเรื่องที่คึกคักจนคาราบาวเอามาแต่งเพลงฮิต ใครอายุเกิน 40 ปี ต้องจำได้
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา
แรงงานไทยไปซาอุดิอาระเบีย เป็นเรื่องที่คึกคักจนคาราบาวเอามาแต่งเพลงฮิต ใครอายุเกิน 40 ปี ต้องจำได้
ซาอุดิอาระเบีย มีความเคร่งครัดเกี่ยวกับกฎหมายทางวัฒนธรรมและศาสนาอย่างมาก ซาอุฯ มีประชากร 20 ล้านคน และมี 12 ล้านคน ที่เป็นคนต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในซาอุดิอาระเบีย
แม้ความเป็นเศรษฐีบ่อน้ำมันของซาอุฯ จะผ่านจุดรุ่งเรืองไปแล้ว แต่ซาอุฯ ก็ยังคงความเป็นพี่เบิ้มของรัฐในตะวันออกกลางอยู่มาก และด้วยความกดดันด้านความมั่นคง ซาอุฯ จึงมีระบบด่านลอยและด่านถาวรทั้งชายแดนและภายในประเทศเยอะตามเมืองต่างๆ
คนไทยในวันนี้ไม่ไปซาอุฯ แล้ว ส่วนหนึ่งเพราะปัญหาคดีความเก่าแก่ในไทยที่ฝ่ายทางการซาอุฯ ยังติดใจ และตอบสนองด้วยการไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าแรงงานไทยไปอย่างที่เคย คดีนั้นคือ คดีการหายตัวของนักธุรกิจอัลรูไวลี ที่จนบัดนี้ก็ยังหาตัวไม่พบและกลายเป็นภาวะที่ผู้ครองอำนาจของซาอุฯ ต้องเหนื่อยกับการที่เครือญาติของอัลรูไวลี เพียรมาเคาะประตูทวงถามว่า คดีนี้จะจบยังไง จะประกาศให้มรดกของอัลรูไวลีตกทอดแก่ทายาทได้หรือไม่ อย่างไร และใครต้องชดใช้ต่อการหายตัวไปของอัลรูไวลีบ้าง เผอิญว่าอัลรูไวลีเป็นสมาชิกของเผ่าย่อยเผ่าหนึ่งในซาอุดิอาระเบีย แต่เป็นเผ่าที่เคยมีบุญมีคุณกับฝ่ายที่ครองอำนาจในซาอุดิอาระเบีย จึงทำให้เสียงเคาะประตูทวงถามติดตามนี้ไม่เคย จางหาย
นั่นคงเป็นความอึดอัดที่ส่งผลให้ความสัมพันธ์ต่างๆ ระหว่างไทยกับซาอุดิอาระเบียตกหล่นไปกว่าที่ควรจะเป็น
เกร็ดนี้เป็นเกร็ดแรกที่อยากเล่าสู่กันฟัง และอาจมีข้อวิเคราะห์อื่นๆ อีกตามสภาพของข้อมูลที่ดูจะไม่ค่อยถูกพูดถึงในเวทีต่างๆ บ่อยนัก
เมื่อไม่ค่อยมีแรงงานไทยเข้าไปเติม แรงงานไทยที่อยู่ในซาอุฯ จึงมีแต่แก่ตัวลง และส่วนใหญ่กลับบ้านเกิดมาเมืองไทยกันแล้ว และที่เหลือตกค้างอยู่จำนวนหนึ่งมิได้สมัครใจจะอยู่ต่อหรอกครับ แต่กลับบ้านไม่ได้ต่างหาก และส่วนมากอายุเกิน 60 ปีแล้ว อยู่ในซาอุฯ มากันคนละ 25 ปี และเป็นอย่างน้อยอยากกลับบ้านใจแทบขาด
อ้าว...ทำไมหรือ
ก็เพราะตามกฎหมายของซาอุฯ นั้น แรงงานต่างด้าวต้องมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ซึ่งต้องออกให้โดยทางการ เรียก Iquama (อีกามา) แต่ในหลายกรณี คนไทยเหล่านี้มีทั้งที่ลืมไปต่ออายุใบสำคัญนี้ เพราะไม่รู้บ้าง เพราะนายจ้างยึดไว้นานแล้วจนขาดอายุและต่อถูกมาเลิกจ้างบ้าง หรือนายจ้างหายตัวไปเฉยๆ ก็มี
กฎหมายซาอุฯ บอกว่า ถ้าตรวจเจอต้องถูกจับ แล้วถูกปรับคิดเป็นเงิน 9.5 หมื่นบาท หรือ 1 หมื่นริยาล แล้วจึงเนรเทศ แต่การเนรเทศนี้คนต่างด้าวต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเองนะครับ
คุณลุงเหล่านี้ไม่มีทั้งค่าตั๋วกลับบ้าน ไม่มีทั้งรายได้ ไม่สามารถเดินทางไปหาหน่วยงานที่อาจให้ความช่วยเหลือได้เพราะด่านลอยมีแยะ ด่านประจำมีมากเจอปุ๊บจับเลย ถ้าไม่มีเงินบินกลับก็มีหวังถูกขังลืม จึงไม่กล้าเดินทางไปไหน
แม้พูดภาษาได้คล่องปรื๋อ แต่ไม่มีบัตรแสดง ก็ไม่กล้าออกนอกแหล่งที่ตัวอยู่ บ้างก็ต้องแอบรับจ้างทำงานไปแบบลักลอบ ถูกเอาเปรียบบ้าง หาเงินมาได้ก็ฝากเงินส่งครอบครัวด้วยระบบทางการไม่ได้ ได้แต่ฝากเพื่อนฝูงหรือคนไทยถือเงินกลับมาบ้านเกิด วางใจได้บ้างไม่ได้บ้าง
นานวันเข้า อายุมาก คนไม่จ้าง เมืองที่อยู่ก็ห่างไกลจากศูนย์กลางเหลือเกิน ตกอยู่ในสภาพ ทั้งทรมาน ทั้งกลัว ได้แต่ทนรอ...รอชะตากรรม...อย่างไร้หวัง...นานเป็นสิบๆ ปี...ไม่มีสวัสดิการใดๆ เจ็บป่วยก็ต้องทนเอา
จนเมื่ออัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน น.ต.วิทวัส กู้ประเสริฐ รน. ซึ่งเคยเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่เรียนวิชากฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในห้องบรรยายวิชานี้ของ ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กับผมที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงนั้น เผอิญกลับเมืองไทยจึงมีโอกาสรับรู้ว่า ท่านได้ออกเดินทางเยี่ยมเยือนค้นหาแรงงานไทยตามเมืองห่างไกล จนพบแรงงานไทยกลุ่มนี้เข้า จึงสื่อสารกับทางการซาอุฯ เพื่อขอให้ผ่อนผันอนุญาตให้คนเหล่านี้ได้กลับบ้าน แบบไม่เอาผิดเอาความ ซึ่งทีแรกๆ แรงงานเหล่านี้ก็ยังไม่วางใจ เกรงว่าจะถูกทางการซาอุดิอาระเบียดำเนินคดีอยู่ดี แต่เมื่อเพียรอธิบายพักใหญ่จนมั่นใจ จึงยินยอมให้นำพาออกมาส่งที่สนามบินซาอุฯ กลับบ้าน ซึ่ง ณ ขณะนั้นมีจำนวนกว่า 40 คน
และบัดนี้ 40 ท่านนั้น ได้กลับมาถึงเมืองไทยแล้วเพิ่งได้เห็นแผ่นดินเกิดอีกครั้งในระยะเวลา 30 ปี ทุกคน!
เหลือเชื่อจริงๆ ไปตอนยังหนุ่มน้อยๆ แต่กลับในฐานะลุงวัยเกษียณ และต้องหวาดหวั่นคดี ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด หนึ่งในยอดฝีมือที่กลับมาภาษาอาหรับปร๋อ และกำลังใจดีไม่มีตก น่าส่งเสริมให้ไปทำงานแผนกช่วยดูแลต้อนรับ คือ ลุงศรีนวล รับผิดชอบดี มนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม ซึ่งถูกนายจ้างอาหรับโกงสารพัด ไม่ไปทำใบถิ่นที่อยู่ให้ จึงทำให้ไปไหนๆ ไม่ได้ แล้วกดค่าจ้างไว้ เมียและแม่และลูกบางคนที่เมืองไทยตายก็กลับมาไม่ได้เพราะถูกจับเมื่อพยายามออกจาก โฮฟุฟ แต่ส่งเงินกลับมาให้ครอบครัวไม่ขาด ก่อนออกบินกลับมาหนนี้ยังไปจับไม้จับมืออำลากับเจ้าหน้าที่ซาอุฯ อย่างมีไมตรี ใครอยากติดต่อคุณศรีนวลขอให้ บอกผมมาครับ
ผมไม่ต้องบรรยายนะครับว่า บรรยากาศการขึ้นเครื่องก่อนกลับบ้านจะน่าตื่นเต้นที่จะได้มีเสรีภาพ ปีติที่จะได้กลับบ้านเสียทีนั้น สำคัญต่อพวกเขาเหล่านั้นเพียงใด
คุณวิทวัส เล่าให้ผมฟังสั้นๆ พร้อมส่งภาพจากสนามบินที่ซาอุฯ มาว่าอาจารย์ครับ ผมส่งคนงานกลับไปแล้ว ร่ำลาด้วยน้ำตา พร้อมกับประโยคว่า "พวกเรา ทุกคนขอบคุณหัวหน้ามาก พวกเราจะจดจำไว้ไม่มีวันลืม" จากแผ่นดินแม่ไป 30 กว่าปี ไม่รู้ชะตากรรมเป็นเวลานาน กลายเป็นคนเถื่อนโดยไม่ตั้งใจ บางคนเจ็บป่วย มีแผลที่ตาใกล้จะบอด แล้วได้กลับบ้านมารักษากันต่อ...สู้ชีวิตที่บ้านเกิดเมืองนอน
ขอปรบมือให้กับข้าราชการไทยที่ได้ทำเรื่องน่าชื่นใจให้ประชาชนอีกครั้ง ตรงนี้ครับ
ภูมิใจแทนราชการไทยในซาอุดิอาระเบีย ภูมิใจแทนกระทรวงแรงงานไทยครับ n







