
วางแผนซื้อหุ้น (1)
ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตwww.CsiSociety.comAdd Line : @CsiSocietyณ เวลาที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยก็ได้ทำลายสถิติสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ยังไม่สามารถทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 1,750 จุดไปได้
ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตwww.CsiSociety.comAdd Line : @CsiSociety
ณ เวลาที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยก็ได้ทำลายสถิติสูงสุดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ยังไม่สามารถทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 1,750 จุดไปได้
อย่างไรก็ตาม ผมเองมีความเชื่อว่า โมเมนตัมที่จะดันดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ทะลุจุดสูงสุดนั้นยังมีอยู่สูง แล้วถ้าตลาดหุ้นไทยมีความร้อนแรงถึงเพียงนั้น พวกเราในฐานะนักลงทุนรายย่อยและมีความรู้ในการลงทุนยังไม่มากนัก จะวางแผนซื้อหุ้นกันอย่างไรดี ผมจึงอยากจะสรุปให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจคร่าวๆ ดังนี้ครับ
หนึ่ง แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย
สหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกมากที่สุด ประธานาธิบดีทรัมป์คงจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้แผนการด้านภาษีและงบประมาณที่จะมีการลดภาษีครั้งมโหฬารให้ผ่านสภาภายในปีนี้ ซึ่งคงเป็นไปได้ยากมาก
ดังนั้น ธนาคารกลางสหรัฐก็คงไม่กล้าเสี่ยงที่จะรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งถ้ายังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือขึ้นในอัตราที่ต่ำ เงินลงทุนก็ยังจะไม่ไหลเข้าไปในสหรัฐ และยังคงไหลเข้าไปในตลาดหุ้นอยู่ดี
จีน ประเทศที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยสูงที่สุด ก่อนหน้านี้จีนเผชิญกับปัญหาหนี้ภาคเอกชนสูงกว่า 250% ของจีดีพี ซึ่งนับว่าสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ด้วยความเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ที่สามารถควบคุมได้ง่าย จึงทำให้จีดีพีของจีนไม่ตกลงมาอย่างรุนแรง
ล่าสุดไอเอ็มเอฟได้ปรับจีดีพีของจีนปีนี้จาก 6.6% เป็น 6.7% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของจีนที่ดีขึ้น นอกจากนั้นค่าเงินหยวนก็มีค่าแข็งขึ้นสูงสุดของปีนี้ จึงทำให้คนจีนออกไปเที่ยวต่างประเทศสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สินค้าโภคภัณฑ์ มีสินค้าหลายตัวที่ราคาดีดตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เหล็กในประเทศจีนมีราคาพุ่งสูงขึ้นในรอบหลายปี ก่อนหน้านี้จีนผลิตเหล็กจนล้น และก็ส่งออกเหล็กไปดัมพ์ราคาใน ประเทศอื่นๆ ให้วุ่นวายกันไปทั่วโลก แต่ขณะนี้ปริมาณเหล็กในจีนเริ่มจะไม่พอใช้แล้ว ทำให้ราคาเหล็กทั่วโลกดีขึ้นตามๆ กัน
นอกจากนั้นเรือขนส่งสินค้าก็มีอัตราดีขึ้น โดยดัชนี BDI ที่ใช้เป็นแนวทางในการปรับค่าขนส่งทางเรือ พุ่งทะลุ 1,400 จุด สูงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ส่อให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจโลก
ไอเอ็มเอฟ ล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ไอเอ็มเอฟออกรายงานเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกซึ่งพบว่า อัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะอยู่ที่ 3.5% และในปีหน้า 2561 เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวขึ้นไปอีกอยู่ที่ 3.6% แสดงถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยเป็น อย่างมาก
สอง เศรษฐกิจไทยเอง...ดีไหม?
ในเวลานี้ สัญญาณเศรษฐกิจไทยหลายอย่างเริ่มฟื้นตัวกันมาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่สัญญาณช่วงหลังๆ ได้ย้ำให้เห็นภาพเศรษฐกิจไทยที่น่าจะ ฟื้นตัวอย่างเป็นเรื่องเป็นราวได้ ดังนี้ครับ
การส่งออก ที่มีตัวเลขออกมาเป็นบวกหลายเดือนติดต่อกันแล้ว อย่าลืมว่า จีดีพีของไทยมีการส่งออกเป็นตัวชูโรงประมาณ 70% ของจีดีพีทีเดียว ดังนั้นตัวเลขการส่งออกที่ดีขึ้น ก็จะส่งผลทำให้จีดีพีของประเทศไทยดีขึ้นตามไปด้วย
การลงทุนภาครัฐ ในปีหน้าและปีถัดๆ ไป จะเป็นปีที่ประเทศไทยลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นจะต้องมีเงินหลั่งไหลเข้าระบบมาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นโครงการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โครงการสร้างรถไฟฟ้าสีต่างๆ โครงการสร้างรถไฟทางคู่ และอีกมากมาย
การท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนยังคงจะไหลหลั่งมาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแนวโน้มของเศรษฐกิจจีนที่มีเสถียรภาพ ก็จะยิ่งทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
ในช่วงนี้ หลายสำนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศต่างปรับตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจของไทยในปีนี้และปีหน้าเพิ่มขึ้นเกือบจะทุกสำนัก ดังนั้นภาพโดยรวมของเศรษฐกิจไทยในปีนี้และปีหน้าจึงมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สาม วางแผนลงทุนอย่างไรดี?
เมื่อเรารู้สึกว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้น เราจะวางแผนซื้อหุ้นอย่างไรดี? ผมจึงอยากแนะนำธีม (Theme) ในการลงทุนหรือการซื้อหุ้น เพื่อให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ครับ
- หุ้นการบิน น่าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและต่อเนื่อง โดยผมชอบหุ้นสนามบินมากที่สุด...ไม่ใช่หุ้นสายการบิน หุ้นสนามบินตัวนี้อาจกล่าวได้ว่า ถ้าราคามันย่อตัวลงมาบ้าง...ก็สามารถซื้อเอาไว้เป็นหุ้นมรดกให้ลูกหลานได้เลย เพราะผมมองว่าการท่องเที่ยวของไทยยังจะโตต่อเนื่องไปอีกเป็นสิบปี และด้วยความเป็นหุ้นโมโนโปลี่ (ไม่มีคู่แข่ง)
หุ้นตัวนี้จะรับอานิสงส์จากการเติบโตของการท่องเที่ยวไทยไปอย่างเต็มๆ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า ราคาของหุ้นสนามบินตัวนี้จะถีบตัวสูงขึ้นไปจนเกือบจะเต็มมูลค่าที่แท้จริงแล้ว
- หุ้นโรงแรม น่าจะได้รับอานิสงส์เช่นเดียวกัน โดยผมชอบหุ้นตัวหนึ่งที่มีโรงแรมตั้งแต่ 5 ดาวจนถึง 3 ดาว และยังจะสร้างโรงแรมระดับ 3 ดาวกระจายไปทั่วเมืองไทยอีก จึงตอบรับนักท่องเที่ยวได้เกือบจะทุกระดับ
- หุ้นก่อสร้าง "บิ๊กโฟร์" หรือบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ 4 บริษัทของไทย สี่หุ้นนี้คงจะได้รับผลประโยชน์มากมายจากการลงทุนของรัฐไปแบบเต็มๆ และทุกเจ้าก็มีมูลค่างานสูงเป็นประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟทางคู่เฟสแรก 5 เส้นทาง 9 สัญญา วงเงินรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท ที่เพิ่งเสร็จสิ้นการประมูลเมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนมีความคาดหวังต่อโครงการประมูลรอบใหม่วงเงินรวมมากถึง 5.5 แสนล้านบาท เช่น รถไฟทางคู่เฟสสอง รถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย ที่คาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดประมูลได้ตั้งแต่ปลายปีนี้
การลงทุนในหุ้นก่อสร้างนี้ ผมคิดว่าน่าจะลงทุนได้ประมาณ 3-5 ปี หลังจากนั้นคงต้องรีบออกไปกลุ่มอื่น เพราะราคาก็คงจะไม่สามารถยืนอยู่ถาวรได้เหมือนเช่นในอดีต
- หุ้นกลุ่มเหล็ก หุ้นกลุ่มนี้ก็น่าจะมาเช่นกัน เพราะเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว จากนี้อีกหลายปี ไม่น่าจะมีเหล็กจีนถูกขนมาทุ่มตลาดเหล็กในเมืองไทย ประกอบกับโครงการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นจำนวนมหาศาลในปีหน้า หุ้นกลุ่มนี้จึงมีหลายตัวที่จะถึงเวลาเทิร์นอะราวด์ พลิกจากขาดทุนหลายปีมาเป็นกำไร คุณผู้อ่านจึงควรศึกษาดูอย่างละเอียดนะครับ
วันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้เราจะมาคุยกันต่อในตอนจบนะครับ n







