
วัดกับศรีธนญชัย?
อานิก ในอดีตวัดเคยเป็นศูนย์กลางของสังคมไทย เป็นโรงเรียนและเป็นศูนย์การสอนธรรมที่เสริมสร้างสังคมสันติสุข เป็นที่พบปะของผู้คนทุกชนชั้นที่มาทำศาสนกิจ รวมทั้งเป็นศูนย์การกระจายรายได้ผ่านการทำบุญ การเชื่อมโยงวัดกับศรีธนญชัยอาจไม่ค่อยน่าฟัง แต่อย่างน้อยก็น่าคิด
อานิก
ในอดีตวัดเคยเป็นศูนย์กลางของสังคมไทย เป็นโรงเรียนและเป็นศูนย์การสอนธรรมที่เสริมสร้างสังคมสันติสุข เป็นที่พบปะของผู้คนทุกชนชั้นที่มาทำศาสนกิจ รวมทั้งเป็นศูนย์การกระจายรายได้ผ่านการทำบุญ การเชื่อมโยงวัดกับศรีธนญชัยอาจไม่ค่อยน่าฟัง แต่อย่างน้อยก็น่าคิด
บทความวันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการฟังยูทูบ เรื่อง "ทำไม คนเราถึงโกง?" ของ ผศ.ธานี ชัยวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ทำการ "การทดลอง" และวิเคราะห์สาเหตุของวัฒนธรรมการโกงในสังคมไทยได้อย่างแยบยล หลายอย่างเราอาจคิดกันอยู่บ้างแล้ว แต่ ผศ.ธานี เชื่อมโยงสิ่งเหล่านั้นกับหลักฐานจากแบบสอบถามพฤติกรรม อาทิ
ทัศนคติของคนไทยต่อ "ความดี" ไม่สอดคล้องกับ "คนดี" ผลของการสำรวจแบบสอบถาม 4,000 ราย พบว่าความหมายของ "ความดี" คือ ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกง ซึ่งเป็นผลประโยชน์สาธารณะ แต่ "คนดี" ในทัศนะคนไทยคือ คนที่กตัญญูเชื่อฟังพ่อแม่และผู้ใหญ่ อีกนัยหนึ่ง คนดีคือคนที่ทำประโยชน์ให้ผู้ใกล้ชิดและพวกพ้องที่ ผศ.ธานี เรียกว่า "แฟมิลิซึม" ซึ่งคล้ายๆ กับ "ระบบอุปถัมภ์"
จึงไม่แปลกว่าคุณธรรมหลักที่คนไทยสอนลูกหลานคือ เชื่อฟังผู้ใหญ่ มีระเบียบวินัย และเรียนหนังสือสูงๆ ซึ่งก็เป็นการส่งเสริม "แฟมิลิซึม" และการ "เป็นคนดี" มากกว่าการ "ทำความดี" เทียบกับคำตอบในสังคมที่มีการ "พัฒนาสูง" จะให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิ (ประโยชน์) สาธารณะ รับฟังความเห็นผู้อื่น และช่วยเหลือ คนแปลกหน้า
เมื่อถูกถามให้คิดถึงนิทานไทยที่สอนเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต คนส่วนใหญ่คิดไม่ออก จะนึกได้แต่
"ศรีธนญชัย" ซึ่งส่งเสริมค่านิยมว่าฉลาดแกมโกงคือความเก่ง ตามสุภาษิตรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี ศรีธนญชัยหล่อหลอมความเป็น "คนดี" แต่ไม่ส่งเสริมการทำ "ความดี"
คำถามชุดหนึ่งในงานวิจัยเป็นเรื่องของหมอที่ทำความดีมามากจึงไม่ค่อยมีเงิน วันหนึ่งแม่ป่วยหนักต้องการยาแพงหายากซึ่งมีในโรงพยาบาล ถามว่าถ้าเป็นตัวคุณจะขโมยยาไหม? 85% ตอบว่าไม่ เพราะผิดศีลธรรม แต่ ผศ.ธานี เชื่อว่าในสถานการณ์จริงคนไทยส่วนใหญ่คงเลือกที่จะเป็น "คนดี" มากกว่าทำ "ความดี"
ในกลุ่ม 15% ที่ตอบว่าจะขโมยยา ถามว่าทำไม? เหตุผลที่ตอบมากที่สุดคือ เพราะต้องตอบแทนบุญคุณแม่ซึ่งสอดคล้องกับการเป็น "คนดี" เหตุผลรองลงมาคือ การทำผิดนั้น "สามารถทำความดีหรือบริจาคเงินคืนได้ในภายหลัง" นับเป็นความคิดแบบศรีธนญชัย เพราะความดีกับความผิด-ความชั่วนั้นหักลบกันไม่ได้
คนไทยถือว่าการเข้าวัดทำบุญเป็นความดีรูปแบบหนึ่ง วัดจึงกลายเป็น "ที่ทิ้งความรู้สึกผิดของคนโกง" โดยไม่ได้ตั้งใจ คนไทยนิยมไปลบล้างความผิดด้วยการทำบุญที่วัด ซึ่งถูกใช้เป็น Moral licensing หรือ "ใบอนุญาตทำชั่ว" เราจึงพบเห็นคนโกงไปวัด รวมถึงนักการเมืองที่ศาลตัดสินว่าผิดไป "ทำบุญ 99 วัด" ได้
ทั้งล้างความรู้สึกผิดในใจและล้างภาพลักษณ์ต่อสาธารณชนซึ่งก็นิยม "ฟอกกรรม" เพราะมีทัศนคติต่อ "บุญ" แบบเดียวกัน
มีการทดลองทอยลูกเต๋าโดยมีค่าตอบแทนตามจำนวนเลขหน้าที่รายงานตามที่ทอยได้ จัดในสภาวะต่างๆ กัน เช่น สภาพแวดล้อมของเสียงตั้งแต่ที่เงียบสนิท อื้ออึง ไปจนถึงเสียงพายุกระหน่ำ ปรากฏว่ารายงานการ "ทอยถูก" สูงกว่าความน่าจะเป็นเชิงสถิติถึง 2 เท่าโดยเฉลี่ย ถ้าไม่เชื่อว่าคนไทยโชคดีกว่าสถิติก็ต้องสรุปว่าเป็นการโกง ผลสรุปหนึ่งคือการโกงมักเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนรู้สึกว่าเผชิญกับความรู้สึกผิดน้อย อย่างเช่นเวลามีเสียงรบกวนมาก และพบว่ามีการโกงกับเลข 6 มากที่สุด เพราะจะได้ค่าตอบแทนสูงขึ้น
อิทธิพลของศรีธนญชัยปรากฏในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการโกง เช่น ภายใต้เสียงอื้ออึงพบว่าผู้ร่วมทดลองไม่โกงการรายงานตรงๆ แต่ก็โกงด้วยการทอยหลายๆ ครั้งจนได้คำตอบที่ต้องการ ภายใต้เสียงพายุกระหน่ำซึ่งจะไม่มีใครได้ยินเสียงทอย คนจะเลือก คำตอบตามใจไปเลยโดยไม่ทอย ทำให้การทดลองเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว
งานวิจัยได้ทดลองที่วัดกับคนที่เพิ่งทำบุญเสร็จด้วย ผลปรากฏว่า มีอัตราการโกงสูงสุด!
แม้ไม่ใช่ความผิดของวัด เพราะอยู่ที่ทัศนะของคนเข้าวัดซึ่งมาจากการหล่อหลอมทางสังคม ซึ่งก็รวมถึงการศึกษาซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ แต่การสอนศาสนาทั้งในบ้าน โรงเรียน และที่วัดสามารถปรับทัศนคติต่อวัดและบุญได้
วัดควรจะเป็นที่สอนธรรมตามแก่นของศาสนาซึ่งจะเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์เมื่อคนทำ "ความดี" มากกว่าพยายามเป็น "คนดี" หากวัดอ่อนในการสอนธรรม ก็คงจะอ่อนในธรรมาภิบาลไปด้วย ทำให้บางวัดอาจโดนคนแบบศรีธนญชัยเข้าไปแต่งชุดสมภาร
คอร์รัปชั่นในวัดเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม และยังทำลายบทบาทของวัดในการกระจายรายได้ผ่านการทำบุญ จะทำอย่างไรจึงแยกความเป็นศรีธนญชัยออกไปจากวัดได้?
นอกจากวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างดิบดีแล้ว ก็หวังว่าต่อไปเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมจะสามารถช่วยหาคำตอบที่นำไปปฏิบัติจริงได้ ที่จะทำให้การเป็น "คนดี" ในทัศนะไทยเป็นแบบเดียวกับการ "ทำความดี" ให้จงได้







