
ตั้งกองทุนเค-อาร์ท ลดเสี่ยงเงินล้นมือ
กสิกรไทยผุดกองทุนเค-อาร์ท ลงทุนทวีปอเมริกาลดความเสี่ยง ค่าเงิน ตลาดหุ้น การเมือง ใช้ บิ๊กดาต้า เอไอ วิเคราะห์ข้อมูลลงทุน
กสิกรไทยผุดกองทุนเค-อาร์ท ลงทุนทวีปอเมริกาลดความเสี่ยง ค่าเงิน ตลาดหุ้น การเมือง ใช้ บิ๊กดาต้า เอไอ วิเคราะห์ข้อมูลลงทุน
นายตรีพล ภูมิวสนะ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจบริการไพรเวทแบงก์ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้เสนอกองทุนรวมเค-อาร์ท (K-ART) ซึ่งเป็น กองทุนที่บริหารโดย แบล็กร็อก ลงทุนในตราสารอนุพันธ์หรือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ที่อ้างอิงกับหุ้นในทวีปอเมริกาแทนการลงทุนในหุ้นโดยตรง ให้กับลูกค้ากลุ่มบุคคลผู้มีสินทรัพย์สูงหรือ HNWI ซึ่งจะใช้กลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งลดความเสี่ยงตลาดให้เข้าใกล้ศูนย์ หรือที่เรียกว่ามาร์เก็ตนูยทแร็ล (Market Neutral) ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ทั้งในช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง ถูกจัดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับ 10 แต่ถ้าวัดตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ที่ระดับ 6 ซึ่งแนะนำให้ถือตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ลงทุนขั้นต่ำ 5.5 แสนบาท เสนอขายจนถึงวันที่ 4 ต.ค.นี้ คาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ 5%
"แนะนำให้ลงทุนในสัดส่วน 2.5% ของพอร์ตลงทุนรวม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดหุ้นเข้าสู่ช่วงผันผวน ลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความไม่แน่นอนทางการเมือง และเศรษฐกิจโลก เพราะกลยุทธ์การ ลงทุนแบบนี้จะไม่อิงกับทิศทางตลาดที่นักลงทุนสถาบันนิยมใช้กันมานานแล้ว แต่เราเพิ่งนำมาให้บริการกับ นักลงทุนรายบุคคล เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ และรอจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งเวลานี้คิดว่าเหมาะสมแล้ว ส่วนพอร์ตลงทุนหลักส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในตราสารหนี้ และหุ้นทุน" นายตรีพล กล่าว
นายดาเมี่ยน มูนี่ กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการธุรกิจลูกค้าบุคคล แบล็กร็อก เอเชีย แปซิฟิก เปิดเผยว่า กองทุนดังกล่าวได้นำเทคโนโลยีด้าน บิ๊กดาต้า และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) มาวิเคราะห์ข้อมูลและจับพฤติกรรมผู้บริโภคต่อสินค้าที่บริษัทสนใจลงทุน ทำให้ทราบทิศทางธุรกิจของบริษัทที่จะเข้าลงทุนและลงทุนแล้ว นอกเหนือจากการดูข้อมูลทางการเงิน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นำกองทุนในลักษณะนี้เข้ามาในประเทศไทย โดยบริษัททำธุรกิจบริหารเงินลงทุนมา 30 ปี ปัจจุบันมีขนาดใหญ่อันดับ 1 ของโลก โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 170 ล้านล้านบาท ซึ่งการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีคิดเป็นลำดับ 2 ของการลงทุนของบริษัททั้งหมด เพื่อเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยี







