
ทัพญี่ปุ่นบุกไทย เกรงจะพ่ายกรมศุลฯ (2)
สมผล ตระกูลรุ่งเศรษฐกิจไทยทุกวันนี้ยังล้มลุกคลุกคลาน ที่อยู่รอดมาได้ก็ด้วยความสามารถของภาคเอกชน แม้เศรษฐกิจของไทยเราจะใหญ่ขึ้น รัฐบาลอาศัยการลงทุนจากต่างชาติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งขึ้น จนทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยดูดีขึ้น แต่คนไทยคงจนอยู่อย่างเดิม ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์ใดๆ ขึ้น ประชาชนจะเรียกร้อง รอคอยให้รัฐเข้าไปดูแลช่วยเหลือ เป็นภาระที่ต้องจ่ายจากภาษีของคนทั้งประเทศ
สมผล ตระกูลรุ่ง
เศรษฐกิจไทยทุกวันนี้ยังล้มลุกคลุกคลาน ที่อยู่รอดมาได้ก็ด้วยความสามารถของภาคเอกชน แม้เศรษฐกิจของไทยเราจะใหญ่ขึ้น รัฐบาลอาศัยการลงทุนจากต่างชาติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งขึ้น จนทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยดูดีขึ้น แต่คนไทยคงจนอยู่อย่างเดิม ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์ใดๆ ขึ้น ประชาชนจะเรียกร้อง รอคอยให้รัฐเข้าไปดูแลช่วยเหลือ เป็นภาระที่ต้องจ่ายจากภาษีของคนทั้งประเทศ
ปัญหาอย่างนี้เหมือนไก่กับไข่ ที่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ในรัฐบาลเลือกตั้ง นักการเมืองต้องการฐานเสียง จึงใช้เงินงบประมาณเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน เอาเงินไปแจกจนเกิดเป็นโครงการประชานิยม ประชาชนเสพติดการแบมือขอ
รัฐบาลไทยไม่เคยส่งเสริมให้คนไทยหรือนักธุรกิจไทย ประดิษฐ์คิดค้นหรือผลิตสินค้าเป็นของคนไทย เรากลับภูมิใจกับยอดส่งออกสินค้าที่เป็นแบรนด์ของต่างชาติ แม้เราจะเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนไม่ต่ำกว่า 40-50 แล้ว แต่คนไทยเรายังคงใช้แรงงานผลิตสินค้าทันสมัยอยู่เสมอ
หากเราจะเปรียบเทียบกับประเทศจีนซึ่งเพิ่งจะเปิดประเทศมาไม่นาน ในระยะแรกของประเทศจีนก็พึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติ กองทัพนักลงทุนจากญี่ปุ่นก็เคยบุกไปลงทุนที่จีน แต่วันนี้นักลงทุนจากญี่ปุ่นไม่สามารถสู้กับนักธุรกิจจีนได้ หันเหมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งในสายตาของนักลงทุนต่างชาติคงไม่ได้มองไทยเป็นเสือ แต่มองไทยเป็นหมูที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยในทางธุรกิจ
จีนได้พัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว จีนเพิ่งจะเปิดประเทศเมื่อประมาณ 30 ปีมาแล้ว เพิ่งเปิดตลาดหุ้นที่เซี่ยงไฮ้เมื่อปี 2533 จีนพัฒนาตนเองจากประเทศที่พึ่งพาอาศัยการลงทุนจากต่างประเทศ จากการลอกเลียนแบบสินค้าชั้นนำของทั้งโลก เหมือนกับญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงวันนี้จีนพัฒนาอุตสาหกรรมจนมีสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตนเองมากมาย มากจนครอบคลุมสินค้าทุกอย่างบนโลกนี้ และได้พัฒนาคุณภาพขึ้นเรื่อยๆ จนรถไฟฟ้าความเร็วสูงของจีนเป็นเทคโนโลยีที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก และกำลังจะนำหน้าทุกประเทศ เป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงรายใหญ่
ทำไมประเทศจีนจึงเจริญได้อย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่เป็นเผด็จการมีพรรคการเมืองพรรคเดียว และทำไมประเทศไทยซึ่งไขว่คว้าถวิลหาประชาธิปไตยตามแบบอย่างฝรั่งตะวันตก จึงย่ำอยู่กับที่ยังต้องพึ่งพาอาศัยการลงทุนจากต่างชาติ ทั้งๆ ที่คนไทยเรามีความสามารถไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติใดในโลก
ความเจริญของประเทศจึงไม่ได้อยู่ที่ระบอบการปกครอง ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ถ้าผู้ปกครองมีธรรมาภิบาล บริหารประเทศโดยยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ประเทศก็เจริญก้าวหน้า มั่งคั่งมั่นคง แต่ถ้านักการเมืองเข้ามาเพื่อกอบโกยโกงกิน แสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง ไม่ว่าจะปกครองด้วยระบอบใด ประเทศก็จะล้าหลัง ยิ่งหากนักการเมืองร่วมมือกับข้าราชการขี้ฉ้อด้วยแล้ว อย่าหวังว่าประเทศจะเจริญก้าวหน้าไปได้
หลายหน่วยงานของรัฐมีทัศนคติว่า นักธุรกิจคือโจรที่คอยหลีกเลี่ยงกฎหมาย การร่างกฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐจึงเป็นการร่างในลักษณะจับผิด เขียนกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ ปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต และจึงเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่บางส่วนใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือไปบีบบังคับหาผลประโยชน์จากภาคธุรกิจเอกชนโดยไม่ต้องลงทุน ไม่มีความเสี่ยงเพราะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
กฎหมายศุลกากรฉบับใหม่ที่ยกร่างขึ้นใหม่ยกเลิกกฎหมายฉบับเดิม ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 13 พ.ย.นี้ เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ศุลกากรกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิดที่ว่า ผู้ประกอบกิจการมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี เมื่อประกอบกับเจ้าหน้าที่บางกลุ่มบางพวกที่มองว่า ตัวเองเป็นนายพรานป่า มีกฎหมายเป็นเครื่องมือ มีผู้ประกอบการเป็นเหยื่อ เมื่อได้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมีความร้ายแรงมาก ทำให้สงสารผู้ประกอบการที่สุจริตที่ต้องส่งส่วย เป็นเหยื่อถูกล่าจากเจ้าหน้าที่ผู้ทุจริตจนอาจไม่สามารถประกอบธุรกิจต่อไปก็ได้
สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่สุจริตนั้น กลับไม่ต้องเป็นห่วง เพราะคนเหล่านี้มีวิธีเข้าหาเจ้าหน้าที่เพื่อเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว และเป็นเรื่องแปลกที่เจ้าหน้าที่ก็มักจะมองไม่เห็นการทำผิดของผู้ประกอบการพวกนี้ และมักจะตีความกฎหมายในทางเป็นคุณให้อีกด้วย
กฎหมายศุลกากรใหม่ กรมศุลกากรนำเสนอด้วยข้อเปลี่ยนแปลงที่ดี เช่น ความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากร ที่กฎหมายเดิมบังคับให้ปรับ 4 เท่าของราคาบวกอากรโดยศาลไม่มีดุลพินิจ เป็นปรับเป็นเงินตั้งแต่ครึ่งเท่า แต่ไม่เกิน 4 เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม ซึ่งบทบัญญัติเดิมเป็นยาแรง ผู้ประกอบการไม่ค่อยจะกล้าเสี่ยงให้ขึ้นศาล เพราะศาลใช้ดุลพินิจไม่ได้
แต่บทบัญญัติที่ให้อำนาจกรมศุลกากรมากๆ เช่น อำนาจประเมินตามกฎหมายใหม่มาตรา 19 ให้ดําเนินการได้ภายในกําหนด 3 ปี นับแต่วันที่ได้ยื่นใบขนสินค้า ถ้ามีเหตุจําเป็นขอขยายระยะเวลาต่ออธิบดีได้อีกไม่เกิน 2 ปี และในกรณีที่ปรากฏหลักฐานที่อธิบดีเชื่อได้ว่าผู้มีหน้าที่เสียอากรมีเจตนาในการฉ้ออากร ให้พนักงานศุลกากรมีอํานาจประเมินอากรได้อีกภายในกําหนด 5 ปี รวมทั้งสิ้นเป็น 10 ปี นับแต่วันที่นำของเข้า ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่จะต้องอำนวยความยุติธรรม ถ้าจะประเมินก็ควรประเมินโดยเร็ว ประเมินในขณะที่นำของเข้า เพื่อให้ผู้นำเข้ารู้สถานะของตัวเอง
เหตุอันควรสงสัย โดยเฉพาะข้อกล่าวหาว่ามีเจตนาฉ้ออากร เป็นความเห็นของเจ้าหน้าที่ผู้กล่าวหาจับกุมว่าผู้นำเข้าทุจริต ส่วนหลักฐานที่เชื่อได้นั้น ก็เป็นความเชื่อของเจ้าหน้าที่ จะอ้างหลักฐานอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นผู้นำเข้าเมื่อนำของเข้ามาและเสียภาษีเรียบร้อย แต่ต้องหายใจไม่ทั่วท้องว่าจะโดนสงสัยเมื่อใด จะโดนกล่าวหาเมื่อใด ต้องรอให้ครบ 10 ปีเสียก่อนจึงจะสบายใจได้
ยังมีอีกหลายประเด็นที่กฎหมายใหม่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ไว้อย่างมาก หากเจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายในทางไม่สุจริต ผู้ประกอบกิจการที่สุจริตจะเดือดร้อน
การใช้อำนาจตามกฎหมายโดยไม่สุจริตของเจ้าหน้าที่ เป็นการสร้างความอยุติธรรมโดยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ผู้ใช้อำนาจอย่างนี้ เป็นยิ่งกว่าโจรในเครื่องแบบ เพราะนอกจากแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบแล้ว ยังได้ความดีความชอบในทางราชการอีกด้วย แม้ภายหลังจะแพ้คดีก็ตาม
กองทัพญี่ปุ่นคงจะได้ลิ้มรสฝีมือศุลกากรไทยหนักกว่าที่เคยได้รับ n







