
ไม่ใช้ก็เสียโอกาส
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยประวัติศาสตร์โลกได้เปิดเผยเคล็ดลับของการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจ เคล็ดลับนี้พอสรุปได้ว่า ผู้ที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากก็ยิ่งได้เปรียบ ยิ่งร่ำรวย เช่น ประเทศในตะวันออกกลาง ทั้งกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบียที่มีน้ำมันดิบ ออสเตรเลียที่มีถ่านหินมหาศาล แอฟริกาใต้ที่มีทองคำสะสมไว้ใต้แผ่นดิน
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
ประวัติศาสตร์โลกได้เปิดเผยเคล็ดลับของการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจ เคล็ดลับนี้พอสรุปได้ว่า ผู้ที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากก็ยิ่งได้เปรียบ ยิ่งร่ำรวย เช่น ประเทศในตะวันออกกลาง ทั้งกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบียที่มีน้ำมันดิบ ออสเตรเลียที่มีถ่านหินมหาศาล แอฟริกาใต้ที่มีทองคำสะสมไว้ใต้แผ่นดิน
แต่ก็มีคำถามว่า บางประเทศไม่มีทรัพยากรธรรมชาติแล้วทำไมยังร่ำรวยได้ เช่น อิสราเอล คำตอบก็คือ หากประเทศมีทรัพยากรมนุษย์คุณภาพสูง คิดค้นองค์ความรู้เอง ก็สามารถสร้างมูลค่าจากนวัตกรรมของตนได้ และบางประเทศที่แม้ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่มีภูมิศาสตร์ที่ตั้งอันได้เปรียบ อยู่ในตำแหน่งเส้นทางการค้าขาย เช่น ฮ่องกงและสิงคโปร์ ก็อาศัยความได้เปรียบนี้ สร้างความมั่งคั่งให้กับชาติของตนได้
นอกจากทรัพยากร ภูมิศาสตร์ และคุณภาพพลเมือง ขนาดพื้นที่ของประเทศและจำนวนประชากรก็เป็นปัจจัยหลักของความได้เปรียบ เช่น จีน อินเดีย ที่มีประชากรมหาศาลเกินพันล้านคน หรือแม้แต่อเมริกา รัสเซีย บราซิล และญี่ปุ่น ก็มีประชากรมาก กลายเป็นพลังของชาติด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ประเทศใดที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากก็จะ "ร่ำรวย" ประเทศใดมีพลเมืองจำนวนมากก็จะมี "อำนาจ" ยิ่งประเทศใดมีทั้งทรัพยากรและมีทั้งจำนวนพลเมืองก็จะเป็นมหาอำนาจ และหากมีทั้งทรัพยากร มีจำนวนพลเมืองมากและแถมยังเก่งอีกด้วยแล้ว ก็จะเป็นอภิมหาอำนาจไร้ผู้เทียบเทียมได้
ในวันนี้ก็คงมีเพียงอเมริกาและจีนเท่านั้น จึงเห็นได้ว่าทุกชาติล้วนแล้วแต่ต้องใช้ทรัพยากร และข้อได้เปรียบทุกด้านในการพัฒนาชาติ
ประเทศไทยของเราก็ โชคดีหนักหนา มีพื้นที่กว่าครึ่งล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าสิงคโปร์ถึง 700 เท่า มีพลเมือง 70 ล้านคน ถือว่าใหญ่สุด 1 ใน 20 ของโลก มากกว่าสิงคโปร์ 14 เท่า แล้วอะไรทำให้สิงคโปร์ประสบความสำเร็จมากกว่า มีจีดีพีหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศต่อพลเมืองมากกว่าไทยถึงเกือบ 10 เท่า จะบอกว่าเพราะคนสิงคโปร์เก่งกว่า ผมคนหนึ่งที่ไม่เชื่อ เพราะยังมั่นใจว่าคนไทยไม่น่าจะด้อยกว่าถึง 10 เท่า
แล้วปัจจัยอะไรที่ทำให้สิงคโปร์ก้าวไปไกลกว่าเราถึงขนาดนี้ นั่นคือความโชคดีที่สิงคโปร์ตั้งประเทศอยู่ระหว่างช่องแคบมะละกา ที่เป็นเส้นทางสัญจรของเรือสินค้ามากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก กลายเป็นแต้มต่อทุกประเทศในอาเซียน จากนั้นจึงนำเงินจากธุรกิจท่าเรือมาพัฒนาประเทศทุกด้าน โดยเฉพาะด้านทรัพยากรมนุษย์จนประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจหมายความว่าหากสิงคโปร์ไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ก็เป็นได้
คนไทยก็โชคดีมากที่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร อยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุข และยังมีทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถึงแม้อาจไม่ได้มีมูลค่าสูง แต่ก็อยู่ได้อย่างสบาย และที่สำคัญ "ภูมิศาสตร์ของประเทศไทย" คือทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงสุด ที่คนไทยอาจไม่เห็นคุณค่า เพราะไทยเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงการเดินทางของภูมิภาค หากจีนจะลงไปแหลมมลายู หรือในทางกลับกัน สิงคโปร์ มาเลเซีย จะไปลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม ก็ต้องผ่านไทย จึงถือเป็นศูนย์กลาง โลจิสติกส์อย่างแท้จริง
ยิ่งหากเราจินตนาการถึง "โครงการขุดคลองกระ" เชื่อมต่อระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ที่พูดกันมาเป็นร้อยๆ ปี หากเกิดขึ้นจริงก็จะเป็นคุณูปการต่อการเดินเรือทั่วโลก เพราะจะประหยัดระยะเวลาเดินทาง แทนที่ต้องไปผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งวันนี้มีเรือสินค้าผ่านท่าเรือสิงคโปร์ถึง 1.3 แสนลำ/ปี ล้นความสามารถที่จะรับได้ไปแล้ว
ดังนั้น การที่ไทยคิดจะใช้ทรัพยากรทางภูมิศาสตร์ของประเทศ มาใช้เป็นยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชาติ และเพื่ออนาคตลูกหลานไทยทุกคน ก็คงต้องวางแผนกันอย่างจริงจัง
ของดีที่มีอยู่ ถึงคราวต้องใช้ หากไม่ใช้ก็เสียโอกาส







