
สี ฟ้า-ขาว แบรนด์ของบาวาเรีย
เราอย่าเพิ่งนึกว่าเป็นสี ฟ้า-ขาว เป็นแต่สีของประเทศอาร์เจนตินานะคะ
โดย ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา
เราอย่าเพิ่งนึกว่าเป็นสี ฟ้า-ขาว เป็นแต่สีของประเทศอาร์เจนตินานะคะ เพราะเวลาเราไปไหนๆ ในรัฐบาวาเรียก็จะเห็นเขาตกแต่งโน่น นี่ นั่น ด้วยสี ฟ้า-ขาว เหมือนกัน
ธงของรัฐบาวาเรียมี 2 แถบ คือ แถบฟ้าอยู่ล่าง แถบขาวอยู่บน แต่ธงอาร์เจนตินามี 3 แถบเรียงกันจากบนมาล่าง คือ ฟ้า-ขาว-ฟ้า ซึ่งจะถือว่า สี ฟ้า-ขาว เป็นสีอัตลักษณ์หรือเป็นสีแบรนด์ของทั้งสองพื้นที่ก็น่าจะได้
แต่ผู้เขียนมีความรู้สึกลึกๆ ว่า อาร์เจนตินาใช้สีฟ้า-ขาว กันเข้มข้นในเรื่องฟุตบอล ส่วนบาวาเรียใช้สี ฟ้า-ขาว เป็นประโยชน์หลากหลายมาก โดยเฉพาะใช้ผนึกความกลมเกลียวสามัคคีในรัฐบาวาเรียทั้งหมดค่ะ
ผืนธงของรัฐบาวาเรียเป็นแถบสีฟ้า-ขาว หรือไม่ก็ทำเป็นลายรูปเหลี่ยมข้าวหลามตัดสลับกันแบบตาหมากรุก 21 ช่อง ซึ่งเขายังนำสีฟ้า-ขาว ไปประดับที่อื่น โดยปรับให้มีลักษณะแปลกต่างกันออกไป ตามสถานที่ เช่น ทำเป็นริ้วแถบสีให้ยาวเพื่อรัด ปลิว ห้อย หรือพัน กับวัตถุอื่น หรือเป็นโมบายก็ได้
เอาเป็นว่า...ถึงเราอยู่นอกประเทศเยอรมนี หากเห็นผลิตภัณฑ์ใดมีลายหมากรุกหรือริ้วสีฟ้า-ขาว อย่างที่ว่าไว้ เดาไว้ก่อนเลยค่ะว่า...น่าจะมาจากรัฐบาวาเรีย
สีฟ้า-ขาว คือสีในเชิงสัญลักษณ์ที่คนในรัฐบาวาเรียภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
ภูมิใจมากจนดูเหมือนจะเว่อร์ๆ ด้วยซ้ำ และรู้สึกว่าคนบาวาเรียนออกจะโอ้อวดกว่าคนรัฐอื่นอยู่นิดๆ
แต่เพราะเหตุของความคลั่ง สีฟ้า-ขาว ของคนบาวาเรียนนี้แหละทำให้สีฟ้า-ขาว ถูกนำมาใช้เป็นแบรนด์ของรัฐบาวาเรียที่ชัดเจน ไปไหนมาไหนในบาวาเรียก็จะเห็นลายหมากรุกข้าวหลามตัดสีฟ้า-ขาว ทั่วไปหมด ไม่ว่าจะเป็น กระดาษปูโต๊ะ แก้วน้ำ กล่องสินค้า ถุงช็อปปิ้ง รวมไปถึงสินค้าที่ขายในร้านขายของที่ระลึก
สีฟ้า-ขาว เป็นสีของรัฐบาวาเรียมานานแล้ว และเป็นสีที่อยู่ในตราอาร์มของราชวงศ์วิทเทลสบาค ซึ่งเคยครองรัฐบาวาเรีย
สงสัยอยู่นานแล้วค่ะว่าที่มาของสีฟ้า-ขาว ซึ่งเป็นสีประจำรัฐมีที่มาอย่างไร เมื่อไปคุยกับคนบาวาเรีย ก็ได้คำตอบมาหลายอย่าง
คำตอบที่น่าสนใจประเด็นแรกคือเป็นสีของเพชร สีฟ้าขนาดไข่นกพิราบของราชวงศ์วิทเทลสบาค ซึ่งเป็นเพชร ดังอีกเม็ดหนึ่งของโลกได้ไปจากอินเดีย...ไม่ใช่เพชร Hope นะคะ (มีโอกาสจะเขียนวันหลังค่ะ)อีกเหตุผลหนึ่งคนบาวาเรียนบอกว่า...หากเราออกจากบ้านในวันที่แดดจ้าฟ้าใสจะเห็นสีธรรมชาติที่โดดเด่นของบาวาเรียสวยงามประทับใจอยู่ 2 สี คือ...สีฟ้าของท้องฟ้า และสีขาวของหิมะที่ไม่เคยหายไปจากเทือกเขาแอลป์
เมื่อหิมะสีขาวละลายก็จะกลายมาเป็นสีฟ้าของธารน้ำและทะเลสาบ มันเป็นสีที่ร้อยรัดเกื้อกูลกันของธรรมชาติบาวาเรีย
ส่วนในเพลงชาติของบาวาเรียก่อนจะมารวมกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีก็ยังมีเนื้อความว่า ...สวรรค์ชั้นฟ้าของบาวาเรียมีสีฟ้าและขาว
ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องราวที่ไกลออกไปอีก
ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไรก็ตาม ต่อมาบาวาเรียได้ใช้สีฟ้า-ขาว แทนตัวตนอย่างชัดเจน และที่สำคัญคือ สี ฟ้า-ขาว ในอีกมิติหนึ่งได้กลายเป็นสีที่ประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์และสินค้าของบาวาเรียไปแล้ว
คนต่างถิ่นก็รู้สึกนิยมและไว้วางใจในคุณภาพสินค้าที่มาพร้อมกับสีฟ้า-ขาว ของบาวาเรีย
ไม่เพียงแต่ Weissbier ที่ทำจากข้าวสาลี แต่ได้รวมไปถึงรถ BMW ด้วย
พักสั่งเครื่องดื่มที่ Marienplatz ยังเข้าไปยืนใต้ร่มบังแดดสีฟ้า-ขาว ของเบียร์ยี่ห้อหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
หลบไม่พ้นจริงๆ นะ
บริเวณหน้าศาลากลางเมืองเก่าที่เรียกว่า Marienplatz
หากเดินไปตอน 11 โมง เที่ยง แล้วก็ 5 โมงเย็น จะเห็นคนไปยืนกันเต็มเพื่อจะดูนาฬิกา Cuckoo ขนาดใหญ่ของอาคารตีบอกเวลา ซึ่งจะมีเสียงดนตรีระฆัง ประกอบหุ่นเริงระบำชุดใหญ่ ในเรื่องราวการสยุมพรครั้งสำคัญที่เคยเกิดขึ้นในอดีตแผ่นดินบาวาเรีย
ทำนองดนตรีมาจากการตีระฆัง 43 ชิ้น นานราว 10 นาที ดังเป็นพลงต่อเนื่อง ขอแนะนำว่าที่ยืนดูที่เหมาะที่สุดคือขึ้นไปดูจากหน้าต่างร้านขายหนังสือชั้น 4 ของตึกตรงข้าม ไปจองแต่เนิ่นๆ นะคะ เพราะหลายคนจะย่องไปตรงนั้นเหมือนกัน
เรื่องราวในการเต้นระบำของหุ่นที่รื่นเริง มีไคลแมกซ์เป็นการประลองทวนบนหลังม้าของอัศวิน บาวาเรียฝ่ายเจ้าบ่าวกับอัศวินออสเตรียจากราชวงศ์ฮัปสเบอร์กฝ่ายเจ้าสาว
ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะว่าอัศวินตัวไหนเป็นของบาวาเรีย
ก็อัศวินที่นั่งอยู่บนหลังม้า ซึ่งมี
ผ้าคลุมสีฟ้า-ขาว นั่นแหละ
ส่วนอัศวินของออสเตรียนั่งอยู่บนหลังม้า ซึ่งมีผ้าคลุมสีแดง-ขาว และถูกอัศวินบาวาเรียใช้ทวนแทงหงายเงิบพ่ายแพ้คาหลังม้า
อัศวินของบาวาเรียนเก่งสุดๆ พวกเขาต้องเก่งค่ะ เพราะพวกเขาเป็นบาวาเรียน
ในการแสดงนี้ อัศวินบาวาเรียแทงอัศวินออสเตรียหงายหลังวันละ 3 หนมาหลายปีแล้ว และก็จะแทงต่อไปจนกว่าจะมีการรื้อนาฬิกาเรือนนี้ลง
อย่างนี้เรียกว่าคนบาวาเรียน หลงตัวตนจนถึงขั้นเว่อร์ไปหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่ก็เพราะการรักตัวตนและแสดงออกซึ่งความเป็นบาวาเรียนอย่างผึ่งผายนี้แหละ ได้กลายมาเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างความกลมเกลียวของคนบาวาเรียนที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
เชื่อเถอะค่ะ...เพราะการเคลื่อนไหวพรรคนาซีเริ่มแรกได้เริ่มที่โรงเบียร์แแห่งหนึ่ง ในมิวนิกของบาวาเรีย ใกล้ๆ หอนาฬิกาที่ Marienplatz นี่เอง
อ่านต่อวันเสาร์หน้าค่ะ







