
ประจวบฯพัฒนาเฟอร์รี่ระยะ2
ประจวบคีรีขันธ์ดันโครงการท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ปากน้ำปราณบุรี รองรับท่องเที่ยว เชื่อมเศรษฐกิจฝั่งตะวันออกและการค้าชายแดน
ประจวบคีรีขันธ์ดันโครงการท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ปากน้ำปราณบุรี รองรับท่องเที่ยว เชื่อมเศรษฐกิจฝั่งตะวันออกและการค้าชายแดน
นายพัลลภ สิงหเสนี รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมเจ้าท่าได้เปิดสัมปทานให้ภาคเอกชนเปิดบริการเดินเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลอ่าวไทยเส้นทางพัทยา-หัวหิน โดยใช้ท่าเทียบเรือตะเกียบ อ.หัวหิน ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ทาง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เร่งผลักดันแผนการพัฒนาในระยะที่ 2 ตามโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเฟอร์รี่บนพื้นที่ราชพัสดุ 2 แปลง 71 ไร่ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจฝั่งตะวันออก
รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า พื้นที่ก่อสร้างโครงการท่าเทียบเรือเฟอร์รี่แห่งใหม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี ซึ่งหากก่อสร้างขึ้นมาได้เรียบร้อยก็จะสามารถรองรับเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ที่สามารถทำการขนส่งโดยสารได้ทั้งคนและยานพาหนะ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมเพื่อสำรวจออกแบบโครงการ
"จะต้องประสานกับกรมโยธาธิการ และผังเมืองในการปรับแก้ผังเมืองบริเวณดังกล่าวให้เป็นโซนสีส้ม หรือพื้นที่ชุมชนหนาแน่นปานกลาง เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการดังกล่าว ซึ่งจะช่วยสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่จากการท่องเที่ยวและการค้าการลงทุนเชื่อมโยงเศรษฐกิจฝั่งตะวันออก" รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าว
นายพัลลภ กล่าวอีกว่า ส่วนเส้นทางเชื่อมโยงฝั่งตะวันตกนั้น จ.ประจวบ คีรีขันธ์ มีแผนความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกใน พื้นที่ อ.บางสะพาน เพื่อรองรับเรือการเดินเรือเฟอร์รี่ และการขนส่งสินค้าผ่านจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
ทั้งนี้ การเดินเรือเฟอร์รี่พัทยา-หัวหิน เปิดเดินเรืออย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ระยะทางพัทยา-หัวหินประมาณ 116 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง โดยเรือสามารถรับผู้โดยสาร ได้สูงสุดเที่ยวละ 340 คน ให้บริการ วันละ 2 เที่ยว ช่วงเช้าจากหัวหิน-พัทยา ตั้งแต่เวลา 08.30-09.40 น. และ ช่วงเย็นจากพัทยา-หัวหิน ตั้งแต่เวลา 15.30-16.40 น.
การให้บริการในระยะแรกเฉพาะการขนส่งผู้โดยสารเท่านั้น ส่วนการเดินเรือในระยะที่ 2 จะใช้เรือเฟอร์รี่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับการจนส่งยานพาหนะได้ด้วย







