
ยื้อนำเข้ากากถั่วเหลือง
เอกชนฉุนแผนผลิตสะเทือน กระทุ้งพาณิชย์เร่งเดินเครื่อง
โพสต์ทูเดย์
— ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ หวั่นพาณิชย์ออกใบอนุญาตนำเข้ากากถั่วเหลืองล่าช้า กระทบแผนนำเข้า ต้นทุนพุ่งนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ประสบปัญหาเหมือนเดิมอีกครั้ง คือ กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ออกใบอนุญาตนำเข้ากากถั่วเหลืองให้
ทั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อการวางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และมีต้นทุนจากการต้องไปจอดเรือรอที่สิงคโปร์วันละ 3,000 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากสินค้าเข้าเมืองไทยไม่ได้ โดยใบอนุญาตปัจจุบันจะหมดอายุภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2553 และใบอนุญาตใหม่ต้องมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2554 ปกติใบอนุญาตจะต้องออกล่วงหน้า 3 เดือน จึงไม่ทราบว่าทำไมต้องมีปัญหาการออกใบอนุญาตล่าช้าทุกปี
ด้านสถานการณ์ราคาวัตถุดิบในขณะนี้ แม้ผู้ประกอบการจะสามารถนำเข้าได้ในราคาที่ถูกลงจากอัตราค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แต่ผู้นำเข้าส่วนใหญ่ก็เป็นรายเดียวกับผู้ส่งออก ซึ่งก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าเงินบาทเช่นเดียวกัน ผลกระทบที่ได้รับจึงเฉลี่ยกันไป ดังนั้นราคาขายสินค้าอาหารสัตว์ในประเทศตอนนี้ยังคงราคาเดิมอยู่ ไม่ได้ปรับลดราคาลง และทางหน่วยงานราชการก็ยังไม่ได้ขอความร่วมมือให้ลดราคาสินค้าลง
ขณะที่สถานการณ์ในปีหน้าคาดว่าจะต้องนำเข้าวัตถุดิบกากถั่วเหลืองและเม็ดถั่วเหลืองรวม 3 ล้านตัน มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกากถั่วเหลือง 1.8 ล้านตัน และเม็ดถั่วเหลือง 1.2 ล้านตัน น่าจะเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับปีก่อน เพราะแนวโน้มการผลิตปศุสัตว์ปีหน้าน่าจะมีจำนวนเท่าปีนี้
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการตั้งเป้าหมายว่า การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ในปีหน้าน่าจะขยายตัวได้ในระดับ 5% เนื่องจากตลาดสหภาพยุโรป หรืออียู น่าจะมีการนำเข้าในปริมาณเท่าเดิม ไม่เติบโตขึ้น หรือในสถานการณ์ที่ดีที่สุดก็น่าจะขยายตัวได้ 10% ซึ่งจะส่งผลต่อการผลิตปศุสัตว์ในประเทศ และการนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์
ดังนั้น ปีนี้คาดว่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์จะได้ 34 หมื่นล้านบาท มากกว่าปีก่อน เพราะมูลค่าเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ 90% เป็นการส่งออกไก่แช่เย็น ไก่แช่แข็ง และก็เริ่มมีกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น







