
บาทแข็งไม่กระทบยานยนต์
ส่งออกชิ้นส่วนเยอะได้เปรียบ สร้างโอกาสดูดญี่ปุ่นลงทุนไทย
โพสต์ทูเดย์
— สถาบันยานยนต์ประเมินบาทแข็งไม่กระทบในภาพรวม พร้อมชี้โอกาสดูดกลุ่มทุนญี่ปุ่นเข้าไทยนายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าในช่วงนี้ ไม่น่าจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวมมากนัก โดยเฉพาะเรื่องการส่งออกที่หลายฝ่ายกังวล เพราะหากพิจารณาโดยละเอียดจะพบว่าค่าเงินของตลาดส่งออกหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอยู่ในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก ก็เป็นตลาดที่ค่าเงินแข็งค่าขึ้นเช่นกัน ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน
นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมาก็ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสที่จะดูดการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาได้มากขึ้น เนื่องจากโครงการผลิตรถยนต์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นอีโคคาร์ รถยนต์นั่งหรือรถปิกอัพรุ่นใหม่ จำเป็นต้องใช้ชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมหากทางญี่ปุ่นจะต้องการลงทุนในประเทศไทยในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ใหม่ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า หากเกิดผลกระทบทางด้านค่าเงินขึ้นในอนาคต ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาในช่วงปี 2540 ที่มีปัญหาค่าเงิน ผู้ประกอบการในประเทศไทยได้แก้ไขด้วยการปรับสัดส่วนตลาดด้วยการเพิ่มการส่งออกจากประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไปแล้ว โดยในปัจจุบันจะเห็นว่าผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมีตลาดส่งออกเพื่อรองรับความเสี่ยง ทำให้แก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ยากกว่า
“
สถานการณ์ตอนนี้ต้องบอกว่าค่ายรถที่ผลิตรถยนต์เพื่อมุ่งเน้นการส่งออกเป็นหลัก อาจจะได้รับผลกระทบทางด้านค่าเงินมากกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศในสัดส่วนมากกว่า ก็ได้เปรียบในเรื่องของปัญหาค่าเงิน ซึ่งจากนี้ไปคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” นายวัลลภ กล่าวปัจจุบัน รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยคิดเป็นประมาณ 50% ของกำลังการผลิตทั้งหมดนั้น ตลาดส่งออกหลักยังอยู่ที่เอเชียออสเตรเลียกว่า 60% อเมริกาใต้และกลาง 12% ยุโรป 8% แอฟริกา 6% ที่เหลือเป็นภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งตลาดที่มีผลกระทบอย่างชัดเจนได้แก่ยุโรป แต่หากค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ก็จะเห็นผลกระทบที่เกิดมากขึ้น
ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาค่าเงินที่ไม่มากนั้น เนื่องจากประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถปิกอัพขนาด 1 ตันของโลกอยู่แล้ว ทำให้การแข่งขันที่เกิดขึ้นเป็นการแข่งขันในประเทศที่ไม่ต้องแข่งกับฐานการผลิตอื่นๆ ขณะที่การส่งออกรถยนต์นั่งหลักๆ ยังส่งไปที่เอเชียและออสเตรเลีย ซึ่งค่าเงินแข็งค่าเช่นกัน จึงไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว







