
หลักเกณฑ์ บัตรเครดิต
จากข้อมูลของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ พบว่า คนไทยมีหนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย ร้อยละ50 ของคนไทยที่อายุ 30 ปีเป็นหนี้ สัดส่วนของคนไทยที่เป็นหนี้ จากข้อมูลเมื่อปี 2552 คนไทยเป็นหนี้น้อยกว่า 20% แต่มาในปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 30% นอกจากนี้ ตัวเลขค่ากลางปริมาณหนี้ต่อหัวของคนไทยก็สูงขึ้นจากปี 2552 ที่ 7 หมื่นบาท เพิ่มขึ้นมาสูงถึง 1.5 แสนบาท ในปี 2559
จากข้อมูลของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ พบว่า คนไทยมีหนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย ร้อยละ50 ของคนไทยที่อายุ 30 ปีเป็นหนี้ สัดส่วนของคนไทยที่เป็นหนี้ จากข้อมูลเมื่อปี 2552 คนไทยเป็นหนี้น้อยกว่า 20% แต่มาในปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 30% นอกจากนี้ ตัวเลขค่ากลางปริมาณหนี้ต่อหัวของคนไทยก็สูงขึ้นจากปี 2552 ที่ 7 หมื่นบาท เพิ่มขึ้นมาสูงถึง 1.5 แสนบาท ในปี 2559
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงออก "มาตรการการดูแลสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล" มีเป้าหมายเพื่อดูแลไม่ให้ประชาชนบางกลุ่มที่มีความเปราะบางในการก่อหนี้จนเกินความสามารถในการชำระหนี้ ช่วยดูแลการก่อหนี้สินของภาคครัวเรือนให้เหมาะสมขึ้น
โดยมาตรการสินเชื่อบัตรเครดิตที่ ธปท.ปรับปรุงใหม่นี้ ได้กำหนดวงเงินแก่ผู้ขอมีบัตรให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ตามรายได้ต่อเดือน โดยผู้มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท ให้ได้รับวงเงินบัตรเครดิตไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ ผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 3-5 หมื่นบาท ได้รับวงเงินไม่เกิน 3 เท่า และรายได้ตั้งแต่ 5 หมื่นบาทขึ้นไป วงเงินไม่เกิน 5 เท่า
นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตลงเหลือ 18% จาก 20% ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจการเงินในปัจจุบันที่ต้นทุนทางการเงินต่ำลง
ในด้านมาตรการสินเชื่อส่วนบุคคลได้ปรับวงเงิน สินเชื่อแก่ผู้มีรายได้ต่ำ กว่า 3 หมื่นบาท/เดือน วงเงินไม่เกิน 1.5 เท่า และให้ได้รับวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลจากผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลไม่เกิน 3 ราย หรือเท่ากับได้วงเงินสูงสุด 4.5 เท่า สำหรับผู้มีรายได้ต่อเดือนเกิน 3 หมื่นบาทขึ้นไป กำหนดวงเงินไม่เกิน 5 เท่า แต่ไม่จำกัดจำนวน ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่จะให้สินเชื่อแก่ ผู้บริโภคแต่ละราย โดย ยังคงเพดานดอกเบี้ยและ ค่าธรรมเนียมสูงสุดไม่เกิน 28% เนื่องจากสินเชื่อส่วนบุคคลยังมีความเสี่ยงสูง
มาตรการที่ปรับปรุงใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยจะมีผลบังคับกับผู้มีบัตรเครดิตทั้งรายเดิมและรายใหม่







