
ตั้งเป้าลดธุรกรรมเงินสด50%
ไทยพาณิชย์ตั้งเป้าปีหน้าลดจำนวนธุรกรรมเงินสดลง 50% หวังลดต้นทุนการให้บริการ
ไทยพาณิชย์ตั้งเป้าปีหน้าลดจำนวนธุรกรรมเงินสดลง 50% หวังลดต้นทุนการให้บริการ
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการ ผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายในสิ้นปีหน้าธนาคารตั้งเป้าจะลด จำนวนธุรกรรมที่เป็นเงินสดที่ลูกค้าทำผ่านสาขาของธนาคารให้ลดลง 50% ของจำนวนธุรกรรมในปัจจุบัน เช่น การชำระบิล ชำระเงินกู้ ปรับข้อมูลสมุดเงินฝาก การจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และการใช้เช็ค เป็นต้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันธุรกรรมเงินสดก็น้อยกว่าการใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลอยู่แล้วประมาณ 20% และ 80% เพื่อลดต้นทุนการให้บริการกับลูกค้าให้ต่ำลง แต่เพิ่มความสะดวกผ่านช่องทางการให้บริการด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้มากขึ้น ซึ่งต่อไปจะมีฟีเจอร์การให้บริการใหม่ๆ ออกมาทุกเดือนเริ่มตั้งแต่เดือนต.ค.ปีนี้ เป็นต้นไป
นายอาทิตย์ กล่าวว่า การลงทุนที่ผ่านมาทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้น โดย ณ สิ้นปี 2559 อยู่ที่ 47.8% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2558 เนื่องจากนับตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งเป็นปีของการทรานส์ฟอร์เมชั่น ทำให้ธนาคารเพิ่มการลงทุนรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเติบโตในอนาคตมากขึ้น ซึ่งคาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จะเพิ่มขึ้นสูงสุด (พีก) ในกลางปี 2561 ตามการลงทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีระดับในการลงทุนยังอยู่ในโครงสร้างเดิม คือ 4 หมื่นล้านบาท ภายใน 3 ปี
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปีนี้ที่ผ่านมายังเป็นไปตามเป้าหมายเดิม ทั้งการขยายสินเชื่อ การกันสำรองหนี้ ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก็ยังอยู่ในระดับที่ทรงตัวที่ระดับ 2% ปลายๆ แต่การลดลงของเอ็นพีแอลบอกไม่ได้ชัดเจนว่าลดลงมาจากการตัดขายหนี้ การเข้าดูแลช่วยเหลือลูกค้าให้ปรับโครงสร้าง อย่างใดมากกว่ากัน เนื่องจากธนาคารก็ดำเนินการในทุกกระบวนการ
ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เดินหน้าสร้างสังคมไร้เงินสด Cashless society @ KU เพื่อเป็นต้นแบบชีวิตอนาคตในสถาบันการศึกษา ผนึกความร่วมมือสร้างสรรค์นวัตกรรมการเงินดิจิทัล เพื่อสร้างระบบนิเวศใหม่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุดประกายคนรุ่นใหม่เข้าถึง Cashless society และขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลไร้เงินสด
นายอาทิตย์ กล่าวว่า การได้ร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ธนาคารได้ฐานลูกค้าที่หลากหลายในทุกกลุ่มอายุ และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นทันทีถึง 1 แสนราย ซึ่งทำให้ลูกค้าสะดวกขึ้น จากโครงสร้างพื้นฐานที่ธนาคารวางไว้แล้ว ซึ่งมหาวิทยาลัยก็เป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพราะกำลังตื่นตัวเรื่องสังคมไร้เงินสด และเตรียมจะมีความร่วมมือในลักษณะนี้กับอีกหลายมหาวิทยาลัยด้วย







