posttoday
เทคโนโลยีกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (2)

เทคโนโลยีกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (2)

13 กันยายน 2560

พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.ตอนที่แล้วเล่าถึงขั้นตอนของการที่ทำให้มนุษย์ซึ่งมีพื้นฐานเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจมนุษย์ด้วยกันสามารถลุกขึ้นมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันได้ ซึ่งหนึ่งในขั้นตอนนั้นคือการลดทอนความเป็นมนุษย์ โดยใช้เทคโนโลยีสื่อสารเป็นเครื่องมือ

พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.

ตอนที่แล้วเล่าถึงขั้นตอนของการที่ทำให้มนุษย์ซึ่งมีพื้นฐานเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจมนุษย์ด้วยกันสามารถลุกขึ้นมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันได้ ซึ่งหนึ่งในขั้นตอนนั้นคือการลดทอนความเป็นมนุษย์ โดยใช้เทคโนโลยีสื่อสารเป็นเครื่องมือ

การลดทอนความเป็นมนุษย์ทำได้โดยให้ผลิตซ้ำทางความคิดให้คนที่เป็นฝ่ายตรงข้ามถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ เพื่อให้การฆ่ามนุษย์ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามเป็นสิ่งที่ไม่ผิด รวมถึงมีความชอบธรรมในการฆ่าอีกด้วย

เทคโนโลยีสื่อสารเช่นวิทยุกระจายเสียงเป็นเครื่องมือชั้นดีในการส่งผ่านข้อความหรือความคิดเห็นเพื่อปลุกเร้าทางความคิดในการลดทอนความเป็นมนุษย์ของอีกฝ่ายหนึ่งได้อย่างดี และเมื่อผู้ฟังได้รับฟังชุดความคิดเดิมๆ เรื่อยๆ ผ่านวิทยุ ความคิดเห็นที่ปราศจากความจริงก็กลายมาเป็นความจริงในมุมมองของผู้รับชุดความคิดดังกล่าว ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่การปลูกฝังว่าคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่ใช่มนุษย์จึงเป็นไปได้

เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นที่ประเทศรวันดา เมื่อปี 1994 เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างเผ่าฮูตู (Hutu) กับเผ่าตุดซี่ (Tutsi) ซึ่งเผ่าฮูตูเป็นชนเผ่าที่จำนวนประชากรคิดเป็นร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมดของประเทศรวันดา แต่เผ่าตุดซี่ที่เป็นชนกลุ่มน้อยกลับเป็นเผ่าที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า เนื่องจากเป็นเผ่าที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศเบลเยียมที่เป็นเจ้าอาณานิคมของประเทศรวันดาในอดีต และในอดีตที่ผ่านมาประเทศเบลเยียมก็แต่งตั้งเผ่าตุดซี่เป็นผู้ปกครองประเทศรวันดา

หลังจากอิทธิพลของเจ้าอาณานิคมหมดไป เผ่าฮูตูซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ ก็กลายมาเป็นผู้ปกครอง ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองเผ่าเริ่มรุนแรงมากขึ้น โดยมีสื่อวิทยุกระจายเสียงที่เสมือนฟืนที่ถูกเติมเข้าไปในไฟแห่งความขัดแย้งระหว่างสองเผ่าอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างของวาทกรรมที่เสมือนเชื้อไฟที่ถูกส่งผ่านวิทยุกระจายเสียงของรวันดาในขณะนั้น เป็นถ้อยคำของวิทยุของเผ่าฮูตูที่มีการออกอากาศอย่าง ต่อเนื่อง และตอกย้ำความคิดแก่ผู้ฟังว่าเผ่าตุดซี่ว่าเป็นเผ่าที่ทำให้ประเทศ เสียหายเปรียบเสมือน "แมลงสาบ" ดังนั้นเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องกำจัด "แมลงสาบ" ให้หมดไป เพื่อให้ประเทศดีขึ้น (อ้างอิง YouTube : The Voice of God : Propaganda and the Rwandan Genocide)

เมื่อความเกลียดที่ถูกสุมโดยวิทยุกระจายเสียงจนคุกรุ่นและปะทุขึ้นในวันที่ 7 เม.ย. 2537 จึงเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขึ้น เหตุการณ์กินระยะเวลาเพียง 3 เดือน มีคนเสียชีวิตไปราว 1 ล้านคน แน่นอนว่าประเด็นหลักของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดาคือความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้คือสื่อวิทยุ ที่เป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการปะทุขึ้นมา

ด้วยเทคโนโลยีทุกวันนี้ทำให้หลายคนชอบบอกว่าทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ แต่แท้จริงความเป็นสื่อนั้นเป็นมากกว่าแค่มีเทคโนโลยีที่ง่ายต่อการเผยแพร่ไปยังสาธารณชนอย่างรวดเร็ว แต่ความเป็นสื่อยังหมายรวมถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะนำเสนอด้วย (Gatekeeper) ดังนั้นผู้ที่จะสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นสื่อได้จะต้องมีความตระหนักรู้เสมอว่าสิ่งที่จะสื่อสารออกไปนั้นจะส่งผลต่อสังคมอย่างไรบ้าง n

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ