
'ทีซีเอ็มซี'ยึดพรมโลก
ทีซีเอ็มซีทุ่มกว่า 3'000 ล้าน ซื้อกิจการไทปิง ฮ่องกง ขึ้นผู้นำตลาดพรมโลก
ทีซีเอ็มซีทุ่มกว่า 3'000 ล้าน ซื้อกิจการไทปิง ฮ่องกง ขึ้นผู้นำตลาดพรมโลก
นายพิมล ศรีวิกรม์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น หรือทีซีเอ็มซี เปิดเผยว่า ได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมคือบริษัท อุตสาหกรรมพรมไทยมาเป็นทีซีเอ็มซี เนื่องจากได้มีการเข้าซื้อกิจการพรมเพื่อการพาณิชย์จากบริษัท ไทปิง คาร์เปท อินเตอร์เนชั่นแนล ฮ่องกง ด้วยงบลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารกรุงเทพ จึงทำให้เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกที่มีกำลังการผลิตรวมกันกว่า 1.6 ล้านตารางเมตร/ปี หรือมีส่วนแบ่งตลาดไม่ต่ำกว่า 25% จากเดิมที่ในไทยมีกำลังการผลิตอยู่ 5 แสนตารางเมตร/ปี
"บริษัท ไทปิง ฮ่องกงนั้นเคยเข้ามาถือหุ้นในไทยช่วงก่อตั้งบริษัทแรกๆ และได้ถอนหุ้นออกไป ซึ่งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาทางเราได้มีการติดต่อเพื่อซื้อธุรกิจไทปิง อินเตอร์เนชั่นแนล มาตลอด แต่มาบรรลุของตกลงในเวลานี้ โดยเป็นการซื้อเพียง 70% เฉพาะพรมเพื่อการพาณิชย์เท่านั้น ยกเว้นพรมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ในธุรกิจเรือยอชต์ และเครื่องบินหรูไม่ได้ซื้อกิจการมา ซึ่งการซื้อกิจการจะทำให้บริษัทได้เครือข่ายการจำหน่ายสินค้าที่มีอยู่ทั่วโลกมาเสริมให้มีความแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันบริษัทจะเน้นทำตลาด 2 แบรนด์สินค้าหลักคือแบรนด์รอยัลไทย และคาร์เปท อินเตอร์" นายพิมล กล่าว
สำหรับปี 2559 บริษัทมีรายได้รวม 3,900 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกมีรายได้แล้ว 3,200 ล้านบาท แต่หลังจากควบรวมกิจการแล้วจะมีรายได้ในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 7,400 ล้านบาท เป็นรายได้ที่มาจากตลาดต่างประเทศ 70% อีก 30% มาจากในประเทศ และตั้งเป้าว่าในปี 2561 จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท เติบโตกว่า 30% และหลังจากปี 2562 เป็นต้นไป ตั้งเป้าเติบโตปีละ 5-7%
ทั้งนี้ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อบริษัท ที.ซี.เอช ซูมิโนเอะ ผู้ผลิตธุรกิจผ้าหุ่มเบาะและพรมในรถยนต์ บริษัท อัลสตันส์ และบริษัท อีเอ็มเอ็ม ซึ่งเป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในประเทศอังกฤษ แบรนด์ อเล็กซานเดอร์ แอนด์ เจมส์ สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมพรมทั่วโลกเริ่มเติบโตขึ้น เนื่องจากการลงทุนในธุรกิจโรงแรม กาสิโน เป็นต้น







