
เลือกตั้งต้องชัดเจน
แม้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างเปราะบาง แต่ก็ยังเห็นแรงส่งที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องอย่างช้าๆ นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อประเทศไทยที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำมานานนับสิบปี ตั้งแต่เกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง
แม้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างเปราะบาง แต่ก็ยังเห็นแรงส่งที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องอย่างช้าๆ นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อประเทศไทยที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำมานานนับสิบปี ตั้งแต่เกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง
กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ภาคที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศขยายตัวดี ในขณะที่ในประเทศเองยังมีปัญหาการบริโภคต่ำ เป็นผลมาจากครัวเรือนมีหนี้สูง และเศรษฐกิจดีกระจุกตัวเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ทำให้การลงทุนเอกชนยังไม่ขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม หากติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด แม้การบริโภคจะดีขึ้นช้า แต่ก็ไม่ได้ทรุดตัวลง ซึ่งแรงส่งนี้อาจจะทำให้การลงทุนเอกชนกลับมาได้ในปีหน้า และปัจจัยที่สำคัญอีกจุดหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการ เพราะเป็นจุดที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญมากคือการเลือกตั้ง
แม้รัฐบาลจะพยายามทำให้อันดับความน่าลงทุนของประเทศไทยดีขึ้น ด้วยการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เช่น แก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) กฎหมายธุรกิจต่างๆ เป็นต้น แต่หากยังมีการปกครองประเทศโดยรัฐบาลทหาร ก็จะทำให้ต่างชาติไม่สบายใจที่จะลงทุน
การให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง สะท้อนออกมาจากคำกล่าวของ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่กล่าวเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2560 ว่าหากประเทศไทยจะมีการเตรียมการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า หวังว่าการเตรียมการจะส่งผลสำเร็จด้วยดี และประเทศไทยที่เป็นพันธมิตรเก่าแก่สหรัฐ จะกลับมาแข็งแกร่งและยั่งยืนอีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนั้น บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Japan Credit Rating Agency, Ltd. (JCR) ออกรายงานเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2560 ว่าจะติดตามความคืบหน้าในกระบวนการเลือกตั้งและการดำเนินมาตรการเพื่อการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลต่อไป
หากสำรวจความต้องการลงทุนของนักลงทุนจะพบว่า ล้วนแต่รอสัญญาณการลงทุนจากภาครัฐที่การเบิกจ่ายยังทำได้ไม่ตามเป้า นักลงทุนต่างประเทศที่มุ่งหวังที่จะเข้ามาลงทุนโดยตรงยังรอดูนโยบายทางการเมืองถึงกำหนดการเลือกตั้งที่ขณะนี้ยังสับสน แม้จะมีการคาดกันว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2561 แต่แผนการเลือกตั้งยังไม่ชัดเจน
มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปฏิเสธให้ความเห็นต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมแผนการเลือกตั้ง และคาดว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 ว่าไม่ทราบ และ กกต.ไม่เคยประสานมายัง กรธ. และสอบถามถึงความชัดเจน ต่อการออกกฎหมายเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง
แม้รัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา แต่เส้นทางที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งนั้นยังไม่แน่นอน
ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำต่อไปคือ การสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วนว่าจะมีการเลือกตั้งให้มีรัฐบาลของประชาชนประกาศให้ชัดเจน มีตารางเวลาว่าจะดำเนินการอะไรบ้าง เมื่อไหร่ และอย่างไร เพื่อให้ทุกๆ ฝ่ายเตรียมตัวและเตรียมใจพบกับการเมืองใหม่
ขณะนี้ปัญหาปากท้องประชาชนมีความสำคัญไม่แพ้กับปัญหาการเมือง และเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ หากปล่อยให้คิดกันไปเองว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นประชาชนได้ในที่สุด n







