
ความสุขยิ่งใหญ่ของพยาบาลปกากะญอ
เรื่อง สมแขกการลงพื้นที่ไปที่โรงพยาบาลแม่ระมาด จ.ตาก เพื่อศึกษาแนวทางการบำบัดรักษาผู้ป่วยติดฝิ่นกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่แนวชายแดน และเมื่อลงลึกไปถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ไร้สัญญาณโทรศัพท์ การเข้าถึงยากลำบากต้องนั่งรถโฟร์วีลบุกน้ำลุยโคลน เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ แต่นั่นก็ทำให้ได้เจอกับอาสาสมัครสาธารณสุข จิ๋ว-บุญรัตน์ ใหม่โม่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สต.บ้านคำหวัน ต.แม่ตื่น ชาวปกากะญอ วัย 53 ปี ที่อุทิศตนเพื่อช่วยพี่น้องชาติพันธุ์ให้พ้นจากสิ่งเสพติดที่อยู่ใกล้ชิดพวกเขามานาน นั่นก็คือฝิ่น
เรื่อง สมแขก
การลงพื้นที่ไปที่โรงพยาบาลแม่ระมาด จ.ตาก เพื่อศึกษาแนวทางการบำบัดรักษาผู้ป่วยติดฝิ่นกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่แนวชายแดน และเมื่อลงลึกไปถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ไร้สัญญาณโทรศัพท์ การเข้าถึงยากลำบากต้องนั่งรถโฟร์วีลบุกน้ำลุยโคลน เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ แต่นั่นก็ทำให้ได้เจอกับอาสาสมัครสาธารณสุข จิ๋ว-บุญรัตน์ ใหม่โม่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สต.บ้านคำหวัน ต.แม่ตื่น ชาวปกากะญอ วัย 53 ปี ที่อุทิศตนเพื่อช่วยพี่น้องชาติพันธุ์ให้พ้นจากสิ่งเสพติดที่อยู่ใกล้ชิดพวกเขามานาน นั่นก็คือฝิ่น
"เมื่อก่อนวิธีการเสพฝิ่นจะใช้วิธีการสูบ เพราะพื้นที่เขาอยู่ไกลโรงพยาบาล ชาวเขาส่วนใหญ่เริ่มจากใช้ฝิ่นเป็นยา แต่เมื่อใช้ไปนานๆ ก็กลายเป็นเสพติด แต่ตอนนี้ใช้วิธีฉีดกันมากขึ้นเนื่องจากออกฤทธิ์เร็วกว่าและใช้ปริมาณน้อยกว่า แต่ก็ส่งผลให้ผู้เสพจำนวนมากติดเชื้อเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบ B และ C เสี่ยงแพร่เชื้อไปสู่สมาชิกในครอบครัว วิธีการบำบัดในสมัยก่อนใช้ถอนพิษยา แต่สุดท้ายก็กลับไปติดฝิ่นอีก
ตอนนี้มียากลุ่มหนึ่งที่องค์การอนามัยโลก แนะนำให้บำบัดผู้ป่วยติดฝิ่น โดย เมทาโดนเป็นแนวทางที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน เราก็นำมาแจกจ่ายกลุ่มชาวเขา เราลงพื้นที่เดือนละ 1 ครั้ง มาประเมินและประมาณการ ปรับยาให้ตั้งแต่เราทำโครงการมาก็มีคนเลิกฝิ่นได้ถาวร รวมทั้งลดเมทาโดนและเลิกได้ถาวรเช่นกัน คนที่เลิกได้ครอบครัวมีส่วนอย่างมาก บางคนต่อให้ใจแข็งยังไง ถ้าครอบครัวยังตำหนิ ไม่เชื่อใจ ไม่ให้กำลังใจ เขาก็กลับไปเสพได้ง่าย มันหมดกำลังใจแล้วแทนที่คิดจะเลิก สิ่งแวดล้อมมีปัจจัยสูง เราเดินทางมาส่วนหนึ่งก็คือมาให้กำลังใจพวกเขาด้วย"
บุญรัตน์ ทำงานในสายงานนี้มากว่า 30 ปีแล้ว ผ่านความลำบากมานับครั้งไม่ถ้วน จากเดินเท้าข้ามเขาเข้าไปในหมู่บ้าน จนกระทั่งตอนนี้มีรถยนต์เข้าถึงบางส่วนและมี รพ.สต.มาตั้งในพื้นที่นี่จึงถือว่าความสะดวกสบายมากขึ้นแล้ว "เมื่อก่อนเราต้องเดินออกคาราวานสาธารณสุขเคลื่อนที่ ทำงานกับชาวเขาต้องทำงานเชิงรุกทำตั้งแต่รักษาทั่วไป วางแผนครอบครัว ฉีดวัคซีนให้เด็ก เมื่อก่อนต้องไปทุก 2 เดือน ใน 45 หมู่บ้าน ครั้งละ 7 วัน เดินเท้าให้ลูกหาบแบกยา แบกวัคซีนให้พวกเรา ส่วนพวกเราสะพายอุปกรณ์ส่วนตัวของใครของมัน เรียกว่าในเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ถ้าไม่มีใจก็คงจะลงไปอยู่ข้างล่างนานแล้ว"
เหตุผลที่เลือกทำงานกับชาวเขาแทน ที่จะทำงานโรงพยาบาลในตัวเมือง เธอว่าเพราะเธอก็เป็นชาวเขามีโอกาสได้แต่งงานและอยู่ที่แม่ตื่น แล้วก็กลับมาอยู่ที่นี่ "พอ แฟนเสีย ลูกสองคนซึ่งตอนนี้เรียนอยู่ในเมืองแม่สอดก็ถามว่าลงไปอยู่ข้างล่างไหม? เรา ก็ตัดสินใจว่าไม่ลง ขออยู่ช่วยพี่ช่วยน้องก่อน เขาก็เห็นว่าพ่อกับแม่เป็นคนมีอุดมการณ์ทำงานตรงนี้เพื่อพี่เพื่อน้อง ไม่มีเวลาให้เขา เดือนหนึ่งเจอกันครั้งเดียว การติดต่อก็ แทบไม่ได้ เพราะไม่มีสัญญาณ ซึ่งเขาก็เป็นเด็กดี เข้าใจเรา
ความสุขของการทำงาน แค่เราเห็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับพี่น้องแม้แค่คนเดียว ก็ถือว่านี่คือความสำเร็จของเรา เราภูมิใจแล้ว เพราะเรารู้ว่าทำงานยากมาก แต่ถ้าเลิกได้หนึ่งคน เขาช่วยได้อีกหลายคน ถ้าหัวหน้าครอบครัวเลิกฝิ่นได้ คนในครอบครัวก็เศรษฐกิจดีขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้น ลูกๆ ของเขาอาจจะได้เรียน หนี้สินก็ไม่มีเพราะมีเงินเก็บ ร่างกายแข็งแรงขึ้น คือเราได้เห็นและได้รับอะไรเยอะจากการทำงานตรงนี้ ถามว่าเคยท้อไหม จะตอบว่าไม่มีก็ไม่ได้ ก็มีบ้าง แต่พี่รู้สึกว่าในเมื่อเราเป็นลูกหลานของปกากะญอ ถ้าเราไม่ช่วยพี่ช่วยน้องแล้วใครจะช่วย เราจะไปหวังคนอื่นเหรอ เพราะสำหรับเราก็ไม่ได้ยากเกินไปที่จะทำ" บุญรัตน์ กล่าว n







