
‘สอท.’โวยรัฐ รื้อค่าไฟใหม่ ดันต้นทุนพุ่ง
เอกชนหวั่นเก็บค่าไฟรายภูมิภาคกระทบต้นทุนบริหารพุ่ง เกิดความไม่เท่าเทียม แนะรัฐรับฟังความเห็นรอบด้าน
เอกชนหวั่นเก็บค่าไฟรายภูมิภาคกระทบต้นทุนบริหารพุ่ง เกิดความไม่เท่าเทียม แนะรัฐรับฟังความเห็นรอบด้าน
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แนวคิดการปรับโครงสร้างค่าไฟเพื่อสะท้อนต้นทุนและเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟเป็นเรื่องดี เอกชนไม่ขัดข้อง แต่กรณีจะกำหนดราคาค่าไฟตามภูมิภาคและระยะทาง ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวถูกเก็บในอัตราที่แพงกว่าบ้านเรือนประชาชนค่อนข้างกังวลว่าจะยิ่งซ้ำเติมผู้ประกอบการทั้งภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมหรือไม่ เช่น ภาคการท่องเที่ยวหากเก็บต้นทุนไฟฟ้าแพงก็กระทบต่อการดำเนินการกิจการ อาจสวนทางกับนโยบายรัฐบาลที่พยายามสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ห่างไกล ซึ่งการโปรโมทการท่องเที่ยวลักษณะนี้ต้องสนับสนุนให้เอกชนเข้าไปลงทุน เมื่อลงทุนก็จะเกิดประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่ด้วย
นอกจากนี้ หากอัตราค่าไฟฟ้าต่างกันตามภูมิภาคก็จะกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมเช่นกัน เพราะต้นทุนพลังงานมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการผลิต ปัจจุบันมีต้นทุนเฉลี่ย 10% ยกเว้นบางอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการผลิตสูง เช่น เหล็ก แก้ว เซรามิก จะมีต้นทุนเฉลี่ย 30% ดังนั้นหากต้นทุนการผลิตผันแปรตามภูมิภาคจะกระทบศักยภาพการผลิตแน่นอน
"อยากให้รับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ไม่อยากให้ซ้ำรอยกฎหมายแรงงานต่างด้าวที่ออกมาแล้วต้องตามแก้ไข เพราะหากรัฐบาลมีเหตุผล เอกชนก็พร้อมรับฟัง อย่างกรณีเก็บค่าไฟฟ้าเอกชนที่อยู่พื้นที่เกาะ ก็ควรจัดโซนให้ชัดเจน เพื่อกำหนดตายตัวว่าแต่ละพื้นที่ของประเทศควรจะดำเนินการเรื่องใด หรือห้ามเรื่องใดบ้าง" นายเกรียงไกร กล่าว
นายธนวัฒน์ พันธุ์โกศล ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ภาคเอกชนในพื้นที่อาจจะส่งผล กระทบต่อต้นทุนการบริหารจัดการพอสมควร เพราะต้องใช้ไฟฟ้าในการดำเนินงานมาก ซึ่งผู้ประกอบการในพื้นที่เกาะส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการผลิตมีเพียงเล็กน้อย โดยผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดอาจต้องมีการหารือกันอีกครั้งหากผลการศึกษาแล้วเสร็จ ว่าอัตราที่เหมาะสมควรกำหนดอยู่ที่เท่าไร







