posttoday
ปฏิรูปบำนาญประกันสังคม

ปฏิรูปบำนาญประกันสังคม

18 กันยายน 2560

ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์ หนีไม่พ้นสังคมไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564หากประเมินสถานะของกองทุนประกันสังคมอีกในปี 2587 หรืออีก 27 ปี หากกองทุนประกันสังคมไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ในที่สุดจะเกิดปัญหาถังแตก หรือเจ๊งไม่มีที่จะจ่ายผู้ประกันตนในวัยเกษียณอายุ

ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

หนีไม่พ้นสังคมไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564หากประเมินสถานะของกองทุนประกันสังคมอีกในปี 2587 หรืออีก 27 ปี หากกองทุนประกันสังคมไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ในที่สุดจะเกิดปัญหาถังแตก หรือเจ๊งไม่มีที่จะจ่ายผู้ประกันตนในวัยเกษียณอายุ

ยิ่งจะซ้ำเติมให้ภาครัฐจะต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อที่เป็นสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ โดยภายในปี 2570 หรืออีก 10 ปี ข้างหน้า น่าจะมีจำนวนผู้ประกันตน ที่ครบอายุตามกำหนดเพิ่มเป็น 1 ล้านคน ซึ่งจะต้องใช้เงินจ่ายบำนาญชราภาพงบประมาณในส่วนนี้มากถึงกว่า 2.46 แสนล้านบาท

ถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูประบบกองทุนประกันสังคม โจทย์ใหญ่ของประกันสังคมที่พยายามที่จะบริหารเงินกองทุนประกันสังคมให้เพียงพอ ที่จะมีเงินบำนาญจ่ายให้กับผู้ประกันตน ในยามชราภาพ

โดยปัจจุบันหากผู้ประกันตนเกษียณอายุจะได้รับเงินบำนาญจากกองทุนชราภาพของประกันสังคมประมาณ 3,000-4,000 บาท/เดือนเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าจะไม่เพียงพอที่จะดำรงชีพอยู่ได้

โจทย์การปฏิรูปกองทุนประกันสังคม คือทำอย่างไรจะยืดเงินกองทุนประกันสังคมหรือกองทุนชราภาพ ไม่ให้เจ๊งตามการคาดการณ์ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) กับการทำให้ผู้ประกันตน 14 ล้านคน ที่เก็บออมมาตลอดอายุการทำงาน ทั้งชีวิตเพื่อเป็นเงินบำนาญเพียงพอ ใช้ในยามชราภาพ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมพยายามที่จะหาแนวทางการปฏิรูประบบบำนาญของกองทุนประกันสังคม ล่าสุดก็ได้เคาะทางเลือกมา 5 แนวทาง โดยอยู่ระหว่างการระดมความคิดเห็นของลูกจ้างและนายจ้าง และนักวิชาการเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด ซึ่งคาดว่าจะสรุปแนวทางได้ประมาณเดือน พ.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับ 5 แนวทางการปฏิรูปบำนาญชราภาพ ที่สำนักงานประกันสังคมเสนอมีดังนี้

1.การขยายอายุเกษียณจากปัจจุบันอยู่ที่ 55 ปี เป็น 60 ปี ในลักษณะเป็นขั้นบันได

2.ปรับฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณเงินชราภาพ จากที่ปัจจุบันขั้นต่ำอยู่ที่ 1,650 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท ปรับเป็นขั้นต่ำอยู่ที่ 3,600- 2 หมื่นบาท

3.ปรับสูตรคำนวณการจ่ายเงินบำนาญชราภาพ จากเดิม ใช้คำนวณจากเงินเดือน 5 ปีสุดท้ายที่จ่ายเงินสมทบ มาเป็นคำนวณจากฐานเงินเดือนที่ส่งในช่วง 15 ปี หรือ 20 ปี

4.เพิ่มอัตราเงินสมทบที่จัดเก็บเข้าสู่กองทุนชราภาพ จากปัจจุบันอยู่ที่ 3% ของเงินเดือน เป็น 5% ของเงินเดือน

5.เร่งพัฒนาการลงทุนให้ได้ผลกำไรมากยิ่งขึ้น

ทำไมจะต้องขยายระยะเวลาเกษียณอายุนั้น เนื่องจากปัจจุบัน กว่า 94% ของประเทศทั่วโลกกำหนดอายุรับบำนาญขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 60 ปี ส่วนประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้กำหนดอายุเกษียณอยู่ระหว่าง 60-67 ปี

ขณะที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย อายุเกษียณอยู่ในช่วงอายุ 55-60 ปี ดังนั้นการปรับอายุเกษียณจากอายุ 55 ปี เป็นอายุ 60 ปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังแรงงานของประเทศ ที่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ช่วยลดภาระของแรงงานวัยทำงานที่ต้องเลี้ยงดูผู้สูงอายุที่ขาดรายได้ และช่วยเพิ่มรายได้รวมของประเทศสูง นี่คือเหตุผลที่ประกันสังคมพยายามอธิบาย

จริงๆ เมื่อสำรวจเงินกองทุนประกันสังคมก็ต้องยอมรับว่าประกันสังคมจะต้องมีค่าใช้จ่ายสิทธิประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น ซึ่งรายรับกับรายจ่ายก็เกือบที่จะใกล้เคียงกัน

ในขณะเดียวกันผลตอบแทนจากการลงทุนก็ลดลงเรื่อยๆ ซึ่งทำให้เม็ดเงินกองทุนประกันสังคมโตไม่ทันที่จะเลี้ยงผู้ประกันตนในยามชราภาพ

ไม่ว่าจะเลือกแนวทางไหน หรือจะมีการปรับสูตรหรือปฏิรูประบบการจ่ายบำนาญชราภาพ สิ่งสำคัญจะต้องคำนึงไม่ให้มีผลกระทบกับผู้ประกันตนคนเก่า และจะต้องสอดคล้องกับระบบการเกษียณอายุของการทำงาน ซึ่งหากบริษัทมีการเลิกจ้างการทำงานอายุ 55 ปี ในขณะที่ประกันสังคมขยายการรับเงินชราภาพออกไปเป็นอายุ 60 ปีนั้น ช่องว่าง 5 ปีที่ไม่รับเงินชราภาพ ผู้ประกันตนจะอยู่อย่างไร

รวมถึงประเด็นการขยายเพดานการจัดเก็บเงินสมทบจาก 1.5 หมื่นบาท เป็น 2 หมื่นบาท หรือการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินสมทบจาก 3% เป็น 5% นั้นไม่ใช่ว่าฝ่ายลูกจ้างคนเดียวที่จะต้องมีภาระการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพิ่มขึ้นเท่านั้น นายจ้างเองก็จะต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นด้วย จากเดิมที่จะต้องจ่ายเดือนละ 750 บาท ก็เพิ่มเป็น 1,000 บาทสองฝ่าย เมื่อจ่ายเพิ่มก็จะต้องได้รับผลประโยชน์บำนาญที่เพิ่มขึ้นด้วย

สิ่งที่ประกันสังคมจะต้องทำให้ผู้ประกันตนเห็นความคุ้มค่าและเห็นประโยชน์การจ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพราะทุกวันนี้ยังมีผู้ประกันตนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นประโยชน์หรือการไม่เคยที่จะได้สิทธิประโยชน์จากประกันสังคมเลย

แม้ว่ามีอีกหลายเสียงที่แสดง ความคิดเห็นว่าควรที่จะให้มืออาชีพ เข้ามาบริหารจัดการเงินกองทุนชราภาพ ที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท หรือควรที่จะมีการจัดให้เงินออมชราภาพทั้งประเทศถือว่า เป็นวาระแห่งชาติ

นี่คือความท้าทายของกองทุนประกันสังคมที่เดิมพันกับชะตาชีวิตหลังเกษียณของผู้ประกันตนกว่า 11-12 ล้านคน...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท