posttoday
หุ้นพุ่งแรง ต้องทำใจ ไม่ให้แรงแซงตลาด

หุ้นพุ่งแรง ต้องทำใจ ไม่ให้แรงแซงตลาด

19 กันยายน 2560

วีระพล บดีรัฐ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคลสำหรับคนธรรมดาที่ใช้การลงทุนเป็นเครื่องมือเพิ่มผลตอบแทนให้ได้ตามเป้าหมาย ไม่ได้มีเวลาจดจ่อและทุ่มเทให้กับการลงทุนมากนัก เมื่อเห็นดัชนีหุ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมาขยับขึ้นกว่า 100 จุด จาก 1,560 จุด จนในสัปดาห์นี้เริ่มมีคนรู้สึกว่าสิ้นปีเราอาจได้เห็น 1,700 จุด ในฐานะคนธรรมดาที่ไม่ใช่นักลงทุนมืออาชีพ เราควรทำอย่างไร

วีระพล บดีรัฐ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล

สำหรับคนธรรมดาที่ใช้การลงทุนเป็นเครื่องมือเพิ่มผลตอบแทนให้ได้ตามเป้าหมาย ไม่ได้มีเวลาจดจ่อและทุ่มเทให้กับการลงทุนมากนัก เมื่อเห็นดัชนีหุ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมาขยับขึ้นกว่า 100 จุด จาก 1,560 จุด จนในสัปดาห์นี้เริ่มมีคนรู้สึกว่าสิ้นปีเราอาจได้เห็น 1,700 จุด ในฐานะคนธรรมดาที่ไม่ใช่นักลงทุนมืออาชีพ เราควรทำอย่างไร

l เริ่มเทเงินใหม่เข้าตลาดหุ้นให้มากกว่าเดิม เพราะถือว่าเป็นช่วงตลาดหุ้นขาขึ้น

l ย้ายเงินลงทุนปัจจุบันจากตราสารอื่นๆ มายังตราสารทุน หรือตลาดหุ้นให้มากขึ้นเพื่อโอกาสเพิ่มผลตอบแทน

l ลงทุน LTF โดยด่วน ได้ทั้งประหยัดภาษี ทั้งผลตอบแทน

ไม่ว่าท่านจะเป็นนักลงทุนที่คิดว่าอยากทำแบบใด สิ่งที่ต้องมีทันทีสำหรับสถานการณ์แบบนี้ คือ "สติ"

สติ ที่จะเตือนตัวเองก่อนเริ่มลงทุนในหุ้น ไม่ว่าจะเป็นเงินใหม่ หรือย้ายเงินเก่ามายังตลาดหุ้นให้มากขึ้น ว่าท่านเข้าใจตลาดหุ้นดีแค่ไหน ไม่ใช่เข้ามาเพราะเห็นว่าตลาดกำลังดีกำลังขึ้น เพราะต่อให้เป็นผู้จัดการกองทุน หรือนักวิเคราะห์มืออาชีพ ก็ไม่มีใครรู้ว่าตลาดหุ้นที่กำลังขึ้นอยู่นี้จะขึ้นต่อ หรือกำลังจะหักหัวลงเมื่อไหร่กันแน่ ดังนั้นการเพิ่มสัดส่วนเงินลงทุนในหุ้นที่สำคัญคือท่านต้องรู้ว่ากำลังคาดหวังอะไร และเป้าหมายของเงินลงทุนนั้นรับความเสี่ยงได้แค่ไหน หากขาดทุนหรือเงินต้นหาย เหลือเวลาให้ตลาดกลับตัวมากน้อยแค่ไหน ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ ก็พอจะบอกได้ว่า การตัดสินใจเพิ่มสัดส่วน หรือลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มในช่วงนี้นั้นสมควรหรือไม่

สติ ที่จะพยายามไม่เข้าข้างตัวเองว่า ตลาดหุ้นดีมีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ผลตอบแทนที่เราจะได้รับนั้น ไม่ได้แปลว่าจะต้องได้เท่ากับตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้นเสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่เราใช้ในการลงทุน ว่าเป็นการลงทุนในหุ้นรายตัว กองทุนรวมหุ้นขนาดใหญ่ กองทุนรวมผสมหุ้น (รวม LTF) ในสัดส่วนมากน้อยแค่ไหน เหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่า สิ่งที่ท่านจะได้รับหรือผลตอบแทนที่ควรจะเป็นนั้น จะใกล้เคียงกับที่ตลาดทำได้มากน้อยแค่ไหน อันนี้ยังไม่นับฝีมือในการบริหารจัดการ

สติ ที่จะเข้าใจว่า ตลาดที่ส่งสัญญาณดี มีกำไร และการเลือกเข้าตลาดในจังหวะเช่นนี้ ก็ไม่ต่างกับการเข้าซื้อของที่มีราคาสูง โอกาสทำกำไรให้ได้จากการเข้าซื้อในจังหวะเช่นนี้ ก็ใช่ว่าจะมีมากนัก

เมื่อมีสติที่จะเข้าใจสถานการณ์และเข้าใจตัวเองแล้ว สิ่งที่แนะนำได้สำหรับนักลงทุนธรรมดาทั้งหลายนั่นคือ

1.ลงทุนในหุ้นให้มีสัดส่วนตามระดับความเสี่ยงที่สมควรเท่านั้น พยายามควบคุมให้มีสัดส่วนของหุ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นรายตัว กองทุนรวมหุ้น หรือ LTF ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมให้ได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าหากจะเพิ่มสัดส่วนให้มากกว่าปกติ ให้กำหนดให้ชัดเจนว่าจะมีได้แค่ไหน เช่น ถ้าปกติควรมีหุ้นในพอร์ตการลงทุนที่ 60% ถ้าหากสถานการณ์ตลาดดี จะเพิ่มสัดส่วนให้มากขึ้น เป็น 70% เท่านั้นจากสัดส่วนเงินลงทุนทั้งหมด

2.ทยอยขายกองทุน LTF ที่มีแนวโน้มต้นทุนต่ำจากการซื้อลงทุนก่อนหน้า โดยทยอยขายทำกำไรได้ โดยเฉพาะคนที่ครบกำหนดขายได้ เช่น คนที่ซื้อ LTF ตั้งแต่ก่อนปี 2557 ทั้งหมด : ไม่รวมปี 2557 และเมื่อขายได้แล้วให้พิจารณานำเงินกลับไปลงทุนต่อ โดยพยายามควบคุมสัดส่วนของตราสารทุนหรือหุ้นในพอร์ตตามข้อ 1 ที่วางแผนไว้

3.ถ้ามีความต้องการที่จะซื้อ LTF หรือลงทุนในหุ้นจริงๆ ให้ทยอยเข้าซื้อ โดยแบ่งเงินลงทุนออกเป็นงวด ที่เท่ากันตามระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น จะลงทุน LTF ก็ให้แบ่งเป็น 4 งวด ของเงินลงทุนที่เท่ากันและทยอยเข้าซื้อจนถึงสิ้นปี โดยพิจารณาเงินลงทุนไม่ให้เกินกว่าสิทธิที่ได้รับการลดหย่อนภาษี

4.ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่ทำให้ตลาดมีโอกาสตก หรือเงินที่เข้าลงทุนในตลาดหุ้นขาดทุนในระยะเวลาอันสั้น ให้กลับไปดูที่ข้อ 1 และไม่พยายามเข้าซื้อเพียงเพื่อต้องการลดต้นทุนหรือเฉลี่ยต้นทุนแต่เพียงอย่างเดียว แต่ให้ลงทุนในแบบที่เข้าใจได้ว่าต้องการถือครองหุ้นในสัดส่วนเท่าใด เพราะอะไร

ไม่มีใครจะคาดการณ์การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นได้ และควรจะรู้ว่าผลตอบแทนของตลาดไม่จำเป็นต้องเท่ากับผลตอบแทนของนักลงทุน การลงทุนในตลาดร้อนแรง ควรทำด้วยความมั่นใจและมีวินัยที่ดี ดังคำกล่าวคุณนนทวัชร์ อนุสรณ์พาณิชย์ ผู้บริหารของบล.กสิกรไทยได้กล่าวในงาน 10 ล้านสร้างได้ของ K-Expert ว่า "ถ้าอยากรวยเร็วจะช้า ถ้าช้าจะรวยเร็ว"

การตัดสินใจเร็วๆ จะเป็นการคิดและทำด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล คติของคุณนนทวัชร์จึงควรเป็นคติที่นักลงทุนทุกคนควรท่องไว้ให้ขึ้นใจและทำให้ได้ไม่ว่าตลาดจะเป็นเช่นไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท