
งานศิลปะ คิดลงทุนต้องเลือกเป็น
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ศิลปะมีหลายแขนง แต่หากจะพูดถึงศิลปะเพื่อการลงทุน งานภาพวาดคือหนึ่งในทางเลือกนั้น
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ศิลปะมีหลายแขนง แต่หากจะพูดถึงศิลปะเพื่อการลงทุน งานภาพวาดคือหนึ่งในทางเลือกนั้น
ธีระ วานิชธีระนนท์ นักลงทุนงานศิลปะและเจ้าของแกลเลอรี่ 333 บาบาบา แกลเลอรี่ ให้ความรู้ว่าการลงทุนในงานศิลปะเป็นการลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงที่ไม่ใช่ทุกคนก็ลงทุนได้
แต่ต้องเป็นคนที่มีกำลังทรัพย์มากระดับหนึ่ง ที่สำคัญเงินที่ใช้ลงทุนต้องเป็น "เงินเย็น"
เพราะการลงทุนในงานศิลปะผู้ที่ลงทุนอาจต้องมีความสามารถเก็บงานศิลปะนั้นได้ตลอดไปโดยที่ไม่มีความเดือดร้อนด้านการเงิน เนื่องจากบางครั้งงานศิลปะกว่าจะได้ผลตอบแทนน่าพอใจก็ใช้เวลานานมาก
ทั้งนี้ การลงทุนในงานศิลปะแบ่งง่ายๆ เป็น 2 ประเภทคล้ายการลงทุนในหุ้นคือ มีทั้งรูปแบบการลงทุนระยะสั้นและการลงทุนระยะยาว
"การลงทุนระยะสั้นก็เหมือนหุ้นคือ ซื้อมาขายไป กำไรนิดหน่อยก็ขาย แต่ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักรักศิลปะโดยตรง"
ธีระ ขยายความต่อว่า ผู้ที่ลงทุนระยะสั้นในงานศิลปะ ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนซื้อขายงานศิลปะ (อาร์ต ดีลเลอร์) ซึ่งจะเข้ามาซื้อเพื่อเก็งกำไรและขายไป โดยส่วนมากจะเป็นผู้ที่มีแกลเลอรี่ทั่วไป เมื่อได้กำไร 10-20% ก็พร้อมขาย ซึ่งธีระเป็นผู้ลงทุนระยะสั้นเช่นกัน
ขณะที่ผู้ลงทุนระยะยาวจะถูกแบ่งย่อยเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ที่รักงานศิลปะจริงๆ ซื้อมาหวังจะเก็บส่งต่อจน ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และกลุ่มต่อมาคือผู้ที่ชอบงานศิลปะ แต่พร้อมจะขายออกไปถ้าได้ผลกำไรที่น่าพอใจ เช่น อาจจะซื้อมาด้วยราคาแค่ 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ แต่มี คนเสนอซื้อ 2 ล้านดอลลาร์ จึงขาย
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยเกี่ยวข้องด้วยจึงจะทำให้งานศิลปะที่ซื้อมานั้นมีราคาสูงขึ้น ปัจจัยแรกก็คือ ผู้สร้างงานศิลปะชิ้นนั้นเป็นใคร ถ้าเป็นผู้สร้างงานศิลปะ ที่มีชื่อเสียงก็ทำให้ราคาสูงได้ แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่มีชื่อเสียง ก็ทำราคายาก
อีกปัจจัยคือเจ้าของที่เก็บงานศิลปะชิ้นนั้นเป็นใคร จุดนี้มีความสำคัญมากไม่แพ้กัน เป็นตัวแปรที่จะบอกว่า จะทำราคางานศิลปะได้สูงหรือต่ำ
ถ้าเจ้าของที่เก็บงานศิลปะเป็นใครก็ไม่รู้ ราคาภาพก็อาจจะปรับขึ้นได้ไม่มาก แต่ถ้าเป็นร็อกกี้เฟลเลอร์ อภิมหาเศรษฐีอเมริกัน เป็นนายธนาคารใหญ่ เป็นเจ้าของ เฟซบุ๊กนำภาพศิลปะมาให้ประมูล ราคางานศิลปะชิ้นนั้น ขึ้นสูงแน่นอน
"ต่อให้เป็นงานภาพศิลปะที่ดี แต่ก็ทำราคาไม่ได้ ถ้าเป็นงานศิลปะที่สร้างโดยใครก็ไม่รู้ ต้องดูที่ชื่อศิลปินที่สร้างงานและชื่อของคนที่เก็บภาพนั้น"
สำหรับศิลปินที่สร้างงานศิลปะขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ขาย ได้ดี หากเป็นศิลปินชาวไทยนั้นก็จะมีจำกัดอยู่ไม่กี่คน และศิลปินเหล่านี้จะมีกลุ่มคนที่ตามเก็บผลงานภาพอยู่เสมอ
ตัวอย่างศิลปินก็คือ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ หากซื้อผลงานของอาจารย์เฉลิมชัยมาเก็บ เมื่อไหร่ที่ขายออกไปก็ได้กำไร แต่ก็ต้องยอมรับว่ากลุ่มคนที่ตามเก็บผลงานของอาจารย์เฉลิมชัย ยังอยู่ในวงจำกัดแค่ในกลุ่มนักเก็บสะสมงานศิลปะชาวไทย ขณะที่ศิลปินไทยอีกคนที่ผลงานมีนักเก็บสะสมทั่วโลกสนใจก็คือ ผลงานของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี
เมื่อมองถึงเงินลงทุนในมือที่ต้องมีหากคิดจะลงทุน ซื้องานศิลปะสักชิ้นมาเก็บไว้ ขั้นต่ำก็ต้องเป็นคนที่มีเงินเย็นหลักล้านบาทขึ้นไป ซึ่งบางรูปเก็บไว้นานๆ ในอนาคตอาจจะมีมูลค่าสูงเกิน 10 ล้านบาทได้
วิธีการเก็บรักษางานศิลปะประเภทภาพวาดก็ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายมากมาย เมื่อเทียบกับการเก็บงานศิลปะกลุ่มอื่นๆ หรือการเก็บของสะสมมูลค่าสูงอย่าง เช่น รถโบราณ หรือไวน์
ธีระ กล่าวว่า รถเก่าซื้อมาแม้จะมีโอกาสทำกำไร 400-500% แต่ในการลงทุนรถเก่ามีค่าบำรุงรักษามหาศาล ไม่ใช่ซื้อมาแล้วทิ้งไว้จะได้ราคาเลย เช่นเดียวกับ ไวน์ที่ต้องเก็บรักษาในห้องที่มีอุณหภูมิเหมาะสม แม้จะได้กำไรระดับ 300% แต่ถ้าสะสมในไทยก็คงไม่ได้ ราคาระดับนี้เพราะอากาศบ้านเราไม่เหมาะ ถ้าคนไทย จะสะสมไวน์ก็ต้องเก็บที่ต่างประเทศที่มีบริการที่เก็บสะสม ซึ่งค่าบำรุงรักษาก็สูง
ด้านการเก็บภาพวาดนั้น แทบไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย เมื่อซื้อมาก็แขวนเอาไว้ คอยดูเรื่องความชื้น เรื่องอากาศ แต่ค่าใช้จ่ายก็น้อยกว่ามากเมื่อไปเทียบกับการสะสมรถเก่าหรือเก็บไวน์ ที่ผ่านมาไนท์แฟรงค์เคยทำผลสำรวจไว้ว่า การลงทุนงานศิลปะเคยทำกำไรได้ถึง 220% เคยติดอันดับ 3 ของการลงทุนสินทรัพย์หรูหรารองจากรถเก่าและไวน์
สำหรับการลงทุนในงานศิลปะของธีระนั้น เขาระบุว่า เขาซื้อสะสมงานศิลปะและเปิดแกลเลอรี่ขายงานศิลปะด้วยในเวลาเดียวกัน โดยแกลเลอรี่ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
ธีระ เล่าย้อนว่า สมัยก่อนเคยสะสมของเก่าแต่ไม่ได้ กำไรนักและของเก่าเริ่มหายากขึ้นของเริ่มหมดจากตลาดจึงหันมาจับตลาดงานภาพวาดศิลปะได้ 6-7 ปีแล้ว โดยภายหลังเข้ามาลงทุนในงานศิลปะ เคยซื้อมาขายไปด้วยระยะเวลาสั้นที่สุดคือ 6 เดือน
จุดเริ่มต้นการลงทุนงานศิลปะมาจากความชอบก่อน แล้วจึงศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับนักสะสมและตัวศิลปินที่วาดชิ้นงาน
สำหรับมือใหม่ที่เริ่มสนใจการลงทุนในงานศิลปะนั้น ธีระ แนะนำว่า หากจะลงทุนในงานศิลปะต้องรู้จักช่องทาง ในการไปหางานศิลปะมา โดยสิ่งแรกคือควรจะเข้าไปอยู่ รวมกลุ่มกับคนที่ชอบสะสมงานศิลปะ เพื่อจะได้รู้ว่าปัจจุบัน งานศิลปะของศิลปินคนนี้ไปตกอยู่ในมือของใครบ้าง แล้วคนเหล่านั้นจะยอมปล่อยขายงานศิลปะให้ต่อหรือไม่
หรืออีกช่องทางก็คือ การพุ่งตรงไปหาตัวศิลปินเอง ซึ่งก็มีนักสะสมหลายคนที่ใช้วิธีนี้ แต่ส่วนมากแล้วคนที่ไปหาศิลปินโดยตรงจะเป็นกลุ่มอาร์ตดีลเลอร์มากกว่า
แหล่งหนึ่งที่ผู้สนใจสะสมงานศิลปะสามารถไปได้ก็คือ ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เนื่องจากที่นี่จะมีแกลเลอรี่งานศิลปะเปิดอยู่จำนวนมาก ซึ่งการไปตามแกลเลอรี่ต่างๆ นั้น จะทำให้มือใหม่ได้เจอกับนักสะสม คนรักงานศิลปะที่คอยให้ความรู้ให้ข้อมูลต่างๆ ได้
"เจ้าของแกลเลอรี่งานศิลปะส่วนใหญ่ก็เป็นนักสะสมทั้งนั้นคือ ชอบภาพวาดด้วย ถ้าขายไม่ได้ก็เก็บไว้เองได้"
นอกจากแหล่งหางานศิลปะในประเทศที่กล่าวมาแล้ว อีกช่องทางหนึ่งก็คือการไปตามงานนิทรรศการศิลปะที่จัดในต่างประเทศ ซึ่งธีระก็ทำเช่นนั้น โดยมีจุดประสงค์ชัดเจนว่าจะไปประเทศใด เพื่อซื้อภาพของศิลปินท่านไหน หลักๆ แล้ว ศิลปินเป็นคนประเทศไหน นักเก็บสะสมก็จะต้องตามไปเพื่อซื้อภาพที่ประเทศนั้น โดยธีระนิยมไปเลือกซื้อภาพที่ศิลปินเวียดนามวาดเก็บไว้ ศิลปินที่ธีระชื่นชอบผลงานคือ อู๋กาวด่างและเลโฟ ซึ่งเป็นศิลปินเวียดนามที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักระดับนานาชาติ
ธีระ ให้ข้อแนะนำว่า หากเป็นมือใหม่ควรไปเริ่มจากการซื้อภาพในแกลเลอรี่ก่อนแทนการไปสั่งซื้อแบบส่วนตัวกับใคร เพราะอย่างน้อยคนที่เปิดแกลเลอรี่ก็จะมีความน่าเชื่อถือกว่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีแล้วนำรูปมาขาย หากมีปัญหาภายหลังซื้อไป ผู้ซื้อก็ยังไปหาผู้ขายที่แกลเลอรี่ได้ ต่างจากการซื้อกับคนทั่วไปที่ซื้อขายแล้วก็จบกันเลย
ในเรื่องงานศิลปะปลอมนั้นก็มีให้ต้องระวังบ้าง แต่การปลอมแปลงไม่เกิดมากถึงขั้นน่ากังวล ส่วนใหญ่ผลงานที่ถูกปลอมแปลงก็จะเป็นของศิลปินระดับโกลด์มาสเตอร์ มีชื่อเสียงชั้น 1 ของไทย แต่หากเป็นนักเก็บสะสมดูอยู่ในวงการมานานแล้วก็จะดูออก ไม่ยาก เพราะศิลปินแต่ละคนจะมีน้ำหนักมือ ลายเส้น หนาบางต่างกัน
"ถ้าจะดูของจริงของปลอม ไปดูที่ลายเซ็นของศิลปินในรูปอย่างเดียวไม่ได้ เพราะลายเซ็นปลอมอย่างไรก็ได้ แต่น้ำหนักการเขียนภาพของศิลปินแต่ละคนไม่เหมือนกัน"
จะเห็นได้ว่าการลงทุนงานศิลปะไม่ง่าย แต่ถ้าเป็นคนมีใจรักและหลงใหลในงานศิลปะอยู่แล้ว แถมมีเงินเย็นก้อนใหญ่ก็เข้าวงการนี้ไม่ยาก







