posttoday
คำถามที่ต้องมีคำตอบ

คำถามที่ต้องมีคำตอบ

17 กันยายน 2560

การตรวจการบ้านของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ที่ตั้งคำถามกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้วหรือไม่ ในการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตเต็มศักยภาพ ก่อนที่จะเสนอรายงานมาที่กระทรวงการคลังขอขยับเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ หลังจากที่เป้าหมายเงินเฟ้อในปีนี้คาดว่าจะพลาดเป้าอีกครั้ง

การตรวจการบ้านของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ที่ตั้งคำถามกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้วหรือไม่ ในการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตเต็มศักยภาพ ก่อนที่จะเสนอรายงานมาที่กระทรวงการคลังขอขยับเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ หลังจากที่เป้าหมายเงินเฟ้อในปีนี้คาดว่าจะพลาดเป้าอีกครั้ง

รมว.คลัง ไม่ได้พูดโดยตรงว่าจะให้ ธปท.ลดดอกเบี้ย แต่การ ส่งสัญญาณด้วยการบอกว่าเศรษฐกิจไทยที่กำลังขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องยังเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าศักยภาพ โดยคลังเห็นว่าเศรษฐกิจไทยควรจะขยายตัวดีกว่านี้ เพราะทางกระทรวงการคลังได้ใช้นโยบายการคลัง เต็มที่เพื่อดันให้เศรษฐกิจขยายตัว ด้วยการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือจูงใจให้เกิดการลงทุน เช่น การปรับโครงสร้างภาษี ให้นำเอาค่าใช้จ่ายซื้อเครื่องจักรมาหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า เป็นต้น

กระทรวงการคลังยังเข้าไปบีบนวดหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจให้เร่งเบิกจ่ายเงินให้มากที่สุด โดยเฉพาะงบลงทุนปีนี้มีเท่าไหร่ให้เร่งออกมาให้ได้

นอกจากนั้น ได้เข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบด้วยการให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) เข้าไปปล่อยกู้ให้กับกลุ่มคนฐานราก ในการรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบ ซึ่งคลังก็ได้หนุนให้มีการตั้งบริษัทปล่อยสินเชื่อให้รายย่อยระดับท้องถิ่นแบบนาโนไฟแนนซ์ และพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นนโยบายตีทะเบียนเจ้าหนี้นอกระบบให้มาอยู่ในระบบ เพื่อหวังให้คิดดอกเบี้ยตามกฎหมายคือสูงสุด 24% ไม่ทวงหนี้ อย่างไร้มนุษยธรรม

อีกทั้งในวันที่ 1 ต.ค.นี้ กระทรวงการคลังก็จะเริ่มแจกเงินสวัสดิการรัฐบาลให้กับคนจนที่มาลงทะเบียนไว้และผ่านเกณฑ์คุณสมบัติแล้ว ซึ่งมีกว่า 11.43 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 14.1 ล้านคน แม้จะไม่ได้ แจกเงินเพื่อให้ประชาชนไปกินใช้หวังให้เศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ก็เป็นนโยบายที่คาดว่าจะช่วยให้รากหญ้าเข้มแข็งกลับมาเป็นกำลังผลักดันเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้

เรียกได้ว่ากระทรวงการคลังทำทุกทางจนเริ่มจะหมดมุขที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงต้องออกมาส่งเสียงให้เสาหลักทางเศรษฐกิจอย่าง ธปท.ออกมาช่วยกันบ้าง เพราะการส่งออกก็เริ่มดีขึ้นแต่เงินบาทแข็งค่าเป็นอุปสรรค อีกทั้งดอกเบี้ยนโยบายก็ยังไม่ได้มีการขยับอะไรเลย ธนาคารพาณิชย์ยังคงไม่ปล่อยกู้ หากลดดอกเบี้ยแค่ตัวเดียวก็อาจจะทำให้เกิดแรงส่ง เกิดความเชื่อมั่น ที่จะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนดียิ่งขึ้น

ส่วนเรื่องที่จะให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้แทนที่จะนำเงินไปปล่อยกู้กับ ธปท. ตามที่ปลัดกระทรวงการคลังเปิดประเด็นออกมา เรื่องนี้เป็นการ มองต่างมุมและเป็นปัญหาไก่กับไข่ แบงก์ก็จะรอให้เศรษฐกิจดีถึงจะปล่อยกู้ แต่ทางคลังเห็นว่าปล่อยกู้ก่อนแล้วเศรษฐกิจจะดี

แม้ความต้องการของกระทรวงการคลังจะสวนทางกับแนวทางการดำเนินนโยบายของ ธปท.ที่จะต้องระมัดระวังและมองเรื่องเสถียรภาพเป็นหลักมากกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เรื่องนี้ ธปท.ก็ควรจะนำเอาความ เห็นของ รมว.คลัง ไปพิจารณาร่วมกับปัจจัยที่เป็นข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจว่า สามารถที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินได้มากกว่านี้หรือไม่ การลดดอกเบี้ย อาจจะช่วยลดแรงกดดันเรื่องค่าเงินได้ในระดับหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล