posttoday
มาตรการลงโทษทางแพ่งในตลาดทุน

มาตรการลงโทษทางแพ่งในตลาดทุน

13 กันยายน 2560

& ปริย เตชะมวลไววิทย์ฝ่ายสื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2559 ได้มีการเพิ่มมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanction) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้กระบวนการบังคับใช้ทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะดำเนินคดีด้วยกระบวนการทางอาญาเป็นหลัก โดยมีข้อจำกัดในเรื่องที่ต้องพิสูจน์การกระทำนั้นจนปราศจากข้อสงสัย เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายนักในการทำคดีที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ เนื่องจากหลักฐานในการทำผิดส่วนใหญ่จะอยู่ในครอบครองของผู้ที่กระทำผิด

& ปริย เตชะมวลไววิทย์ฝ่ายสื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2559 ได้มีการเพิ่มมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanction) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้กระบวนการบังคับใช้ทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะดำเนินคดีด้วยกระบวนการทางอาญาเป็นหลัก โดยมีข้อจำกัดในเรื่องที่ต้องพิสูจน์การกระทำนั้นจนปราศจากข้อสงสัย เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายนักในการทำคดีที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ เนื่องจากหลักฐานในการทำผิดส่วนใหญ่จะอยู่ในครอบครองของผู้ที่กระทำผิด

นอกจากนี้ ในการดำเนินคดีอาญานั้นมีหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน มีขั้นตอนซึ่งต้องใช้เวลา และ ก.ล.ต.ไม่สามารถดำเนินการได้เอง ต้องดำเนินการผ่านตำรวจ อัยการ และจึงไปถึงศาล ดังนั้น มาตรการลงโทษทางแพ่งที่เพิ่มเข้ามา จึงเป็นมาตรการทางเลือกที่จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต.รวดเร็ว เพราะสามารถลดขั้นตอนการดำเนินงานลงได้มาก และช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ตลาดทุนได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

มาตรการลงโทษทางแพ่งแบ่งเป็นหลายประเภท ทั้งที่เป็นค่าปรับและมาตรการป้องปรามไม่ให้ผู้นั้นมีโอกาสกระทำผิดได้อีก หากดูในด้านการปรับนั้นจะมีทั้งการต้องจ่ายค่าปรับทางแพ่งซึ่งสูงสุดคือ 2 เท่าของผลประโยชน์ และยังต้องถูกเรียกคืนประโยชน์ที่ได้ไปอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ทำผิดยังอาจถูกห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ และถูกห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หรือบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)

และต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบคืน ก.ล.ต.อีกด้วย ความผิดในตลาดทุนที่สามารถใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งได้ มีอาทิ การปั่นหุ้น การใช้ข้อมูลภายในหาผลประโยชน์ (Insider Trading) การให้ข้อมูลเท็จ และกรรมการ บจ.ทำผิดต่อหน้าที่ โดยในกระบวนการตรวจสอบของ ก.ล.ต.นั้น เมื่อเห็นว่ามีมูลของการกระทำผิดและสำนักงานเห็นควรใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งจะเหมาะสมกว่าการดำเนินคดีอาญา ก็จะเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) โดยมีอัยการสูงสุดเป็นประธาน ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และเลขาธิการ ก.ล.ต.เป็นกรรมการ เพื่อพิจารณาว่าเหมาะสมที่จะเลือกใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับการกระทำความผิดนั้นๆ ตามที่สำนักงานเสนอหรือไม่

หาก ค.ม.พ.เห็นด้วยกับสำนักงาน และผู้กระทำผิดยอมรับโทษที่ ค.ม.พ.กำหนด ก็จะมีการจัดทำบันทึกยินยอม และเมื่อชำระเงินค่าปรับครบถ้วน คดีจะสิ้นสุดลงทั้งในส่วนมาตรการลงโทษทางแพ่งและทางอาญา แต่หากไม่ยินยอม ก.ล.ต.ก็จะฟ้องศาลต่อไป นับตั้งแต่มีมาตรการลงโทษทางแพ่ง ปรากฏว่าผู้กระทำผิดยินยอมรับโทษทางแพ่งทั้ง 100% และมีคดีที่ถูกพิจารณาไปแล้ว 7 คดี ได้นำเงินส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน รวมแล้วประมาณ 50 ล้านบาท โดยเป็นเงินค่าปรับทางแพ่งประมาณ 30 ล้านบาท และเงินที่ได้จากการเรียกคืนผลประโยชน์ประมาณ 20 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 2560) ก็ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง เพราะการทำงานที่มีความรวดเร็วน่าจะช่วยป้องปรามผู้ที่จะกระทำความผิดได้ แต่ทั้งนี้ ความผิดในตลาดทุนในเรื่องอื่นที่เป็นความผิดที่ร้ายแรง อาทิ การทุจริต หรือการระดมทุนหรือประกอบธุรกิจ หลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ยังเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินคดีด้วยวิธีทางอาญาอยู่นะครับ จากการกล่าวโทษของ ก.ล.ต.ก็อาจนำไปสู่การถูกศาลตัดสินจำคุกได้เลยทีเดียว

ในช่วงท้ายนี้ ขออธิบาย เรื่อง Insider Trading เพิ่มอีกสักนิด เพราะมีคนสอบถามผมว่า การที่ผู้บริหาร บจ.ใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น แต่ทำในช่วงนอกระยะเวลาที่บริษัทตัวเองกำหนดห้าม ผู้บริหารซื้อขายหุ้น อย่างนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ เช่น มีข้อกำหนดว่าห้ามซื้อขายในช่วง 30 วันก่อนเปิดเผยงบการเงิน แต่ผู้บริหารซื้อก่อนหน้า 30 วันจะผิดไหม

เรื่องนี้หลักที่ถูกต้องคือว่า เมื่อใดก็ตามที่ ผู้บริหารมีข้อมูลภายใน ซึ่งก็คือข้อมูลสำคัญที่มีผลกระทบต่อราคา ซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยทั่วไป หากเอาไปใช้ซื้อขายหุ้นก็จะมีความผิดทันที เพราะกำลังเอาเปรียบผู้ลงทุนอื่นๆ การที่หลายบริษัทมีการกำหนดช่วงเวลาห้ามซื้อขายหุ้นก่อนช่วงที่จะมีเหตุการณ์สำคัญ อาทิ การเปิดเผยงบการเงินหรือการเทกโอเวอร์กิจการ ถือเป็นการวาง Best Practice ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่ว่าจะทำให้การใช้ข้อมูลภายในไปซื้อขายนอกช่วงดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย เลยขออนุญาตทำความเข้าใจให้ทราบกันครับ

ก.ล.ต.ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท