posttoday
ธุรกิจรถไฟฟ้า ส่ง BEM โตไว

ธุรกิจรถไฟฟ้า ส่ง BEM โตไว

13 กันยายน 2560

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ใครเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นประจำคงรู้สึกได้ว่า หลังการเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับสายสีม่วงไร้รอยต่อ ไม่ติดแค่ 1 สถานี ก็ทำให้ยอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางผลการดำเนินงาน บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เช่นกัน

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ใครเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นประจำคงรู้สึกได้ว่า หลังการเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับสายสีม่วงไร้รอยต่อ ไม่ติดแค่ 1 สถานี ก็ทำให้ยอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางผลการดำเนินงาน บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เช่นกัน

ภาพรวม 6 เดือนแรก BEM มีรายได้รวม 7,505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.04% มาจากธุรกิจทางด่วน 4,889 ล้านบาท เติบโต 9.25% ธุรกิจรถไฟฟ้า 2,230 ล้านบาท เติบโต 85.99% ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ 318 ล้านบาท เติบโต 17.78% และธุรกิจอื่นๆ 68 ล้านบาท เติบโต 17.24% ส่วนกำไรสุทธิ 6 เดือนแรก อยู่ที่ 1,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จาก 6 เดือนแรก ปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิ 1,206 ล้านบาท

สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการ ผู้จัดการ BEM เปิดเผยว่า กำไร ครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะตามธรรมชาติธุรกิจเป็นเช่นนี้ทุกปี โดยปีนี้กำไรที่จะเติบโตช่วงครึ่งปีหลัง จะมาจากธุรกิจรถไฟฟ้าเป็นหลัก คาดว่ามีลุ้นที่กำไรจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิ 2,606 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมธุรกิจรถไฟฟ้านั้น ภายหลังรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงเตาปูน-บางซื่อ 1 สถานีเชื่อมต่อ กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงเปิดบริการวันที่ 11 ส.ค. ก็ทำให้ผู้โดยสารจากระบบ รถไฟฟ้าสายสีม่วงไหลเข้ามาสาย สีน้ำเงินเพิ่ม 2-3 หมื่นคน/วัน หรือมียอดผู้โดยสารในระบบเฉลี่ยเพิ่มเป็น 3.6 แสนคน/วัน

หากดูเฉพาะครึ่งแรกของเดือน ก.ย. เคยขึ้นไปสูงถึง 4 แสนคน/วัน จึงคาดว่ายอดผู้โดยสารเฉลี่ยทั้งปีนี้น่าจะเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนที่มียอดผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 3.2-3.4 แสนคน/วัน และสูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยในอดีตที่จะโต 4-5% ต่อปี

แผนงานที่บริษัทเตรียมไว้คือจะ จัดซื้อรถไฟฟ้าใหม่ 35 ขบวน ด้วย งบกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยเดิมมีกำหนดรับรถไฟฟ้า 3 ขบวนแรกเดือน ก.พ. 2562 แต่หากเป็นไปได้จะเร่งให้มาถึงได้เดือน ธ.ค. 2561 ส่วนแผนเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายจะเร่งให้เปิดเดินรถเส้นทางหัวลำโพง-หลักสองได้ เดือน ก.ค. 2562 จากกำหนดเดิม ก.ย. 2562 ด้านส่วนต่อขยายเตาปูน-ท่าพระ จะเปิดบริการในเดือน มี.ค. 2563

ขณะที่ระหว่างรอรถไฟฟ้าใหม่ต้องใช้รถไฟฟ้า 19 ขบวนที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะดำเนินการ 4 ด้านบนพื้นฐานให้ความสำคัญเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดิม ด้านแรกคือระบบรถไฟฟ้าจะปรับเพิ่มความเร็วของขบวนรถไฟฟ้าที่วิ่งให้บริการและตารางการเดินรถ เพิ่มราวจับในขบวนรถ

ด้านการให้บริการ จะเพิ่มสำนักงานสถานีเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกการให้บริการในชั่วโมงเร่งด่วน ด้านงานซ่อมบำรุง เพิ่มกำลังคนและเตรียมแผนงานซ่อมบำรุงให้มั่นใจว่าระบบและขบวนรถไฟฟ้า 19 ขบวนพร้อมให้บริการ และด้านอื่นๆ จะจัดกิจกรรมรณรงค์ผู้โดยสารเดินชิดด้านใน หามาตรการกระจายความหนาแน่นผู้โดยสารชั่วโมงเร่งด่วนไปโดยสารในช่วงเวลาเร็วขึ้น

สมบัติ กล่าวว่า ในอนาคตมีปัจจัยสนับสนุนที่จะทำให้ยอดผู้โดยสาร ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง เช่น การมีโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำคัญตามแนวสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเดิม เช่น โครงการซูเปอร์ ทาวเวอร์ ของจีแลนด์ ตรงสถานีพระราม 9 ที่จะเปิดประมาณปี 2565 โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ ตรงสถานีเพชรบุรี ที่คาดว่าจะเปิด ปี 2561

การปรับปรุงศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โฉมใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โครงการวัน แบงค็อก ตรงสถานี ลุมพินี ที่คาดว่าจะเปิดเฟสแรกในปี 2563 โครงการมิกซ์ยูสของเซ็นทรัลพัฒนา และดุสิตธานี ตรงสถานีสีลม ที่จะเปิด ในปี 2567 และโครงการสามย่านมิตรทาวน์ ตรงสถานีสามย่านที่จะเปิดในปี 2563

ขณะเดียวกัน ในช่วงรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย แม้ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างแต่ก็มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ไปรอแล้ว ดังนั้นหากสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเปิดบริการก็จะทำให้ผู้โดยสารขยายตัวแบบก้าวกระโดดเช่นเดียวกับช่วงที่ส่วนเชื่อมต่อสายสีม่วงเปิดบริการ และถ้ารถไฟฟ้าสายสีเขียวเปิดให้บริการก็มีลุ้นว่าอาจทำให้สายสีน้ำเงินมียอด ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 5%

"การพัฒนาเมืองมีส่วนสำคัญทำให้ผู้โดยสารสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่การพัฒนาสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายตามแผนแม่บทแล้วจะทำให้สายสีน้ำเงินกลายเป็นสายสำคัญ เป็นเหมือนวงแหวนเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายที่นำคนจากชานเมืองจากทุกทิศทางเข้ามาในเมือง" สมบัติ กล่าว

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ประเมินว่า ปีนี้ BEM น่าจะทำรายได้รวมได้ 1.55 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1.31 หมื่นล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอาจไปอยู่ที่ 3,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.5% จากปีก่อนหน้าที่มีกำไร สุทธิ 2,606 ล้านบาท

ทั้งนี้ ได้ปรับเพิ่มประมาณการ รายได้ปี 2561-2562 จากสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นอีก 3% และ 2% หรือ 3,200 ล้านบาท และ 4,500 ล้านบาท ตามลำดับ หลังเพิ่มสมมติฐานจำนวน ผู้โดยสารขึ้น และได้ปรับลดสมมติฐานค่าใช้จ่ายต่างๆ ลง เพราะมีการยืดเวลาบันทึกค่าใช้จ่ายของสายสีน้ำเงินออกไปจนถึงปี 2593 จากเดิมปี 2572 โดยเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้เป็นต้นไป

ฟากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย อาจอนุมัติให้บริษัทขึ้นค่าทางด่วนสำหรับทางด่วนขั้นที่ 2 และของ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ (NECL) ขึ้นอีก 5 บาท ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2562 เป็นต้นไป แต่มองว่ามีผลไม่มากเพราะสัมปทาน 2 โครงการจะหมดอายุปี 2563 และปี 2569 ตามลำดับ

บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) มองแนวโน้มระยะต่อไป BEM จะได้อานิสงส์จากที่ภาครัฐผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว BEM จะเป็นบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตสูงมาก เพราะเป็นบริษัทที่ผนึกความแข็งแกร่งจากฐานด้านการเงินของ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ และความเชี่ยวชาญการทำโครงการรถไฟฟ้าของบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ อีกทั้งโครงการทางด่วนและรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ จะมีบทบาทสำคัญขับเคลื่อนกำไรบริษัทเติบโตในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมองว่าแนวโน้ม จำนวนผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นจาก สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายและกำไรของบริษัทน่าจะได้แรงหนุนจากโอกาสที่ จะได้เป็นผู้ดำเนินการรถไฟฟ้าสาย สีส้มที่เชื่อมกับเส้นทางสายหลักของ BEM ที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม หาก BEM ได้รับเลือกให้เดินรถสายนี้จริงก็จะทำ ให้มูลค่าหุ้น BEM เพิ่มอีกประมาณ 0.9 บาท/หุ้น

เรียกว่าฟ้าเปิดสำหรับธุรกิจสุดๆ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน