posttoday
หุ้นไทยปิดสูงสุด ในรอบ 23 ปีเศษ

หุ้นไทยปิดสูงสุด ในรอบ 23 ปีเศษ

13 กันยายน 2560

สัปดาห์ก่อนดัชนีหุ้นไทยขึ้นแรงทะลุแนวต้าน 1,650 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นระดับ 7 หมื่นล้าน/วัน มาปิดที่จุดสูงสุดในรอบ 23 ปีเศษ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ที่ทำสถิติปิดสูงสุดครั้งใหม่

สัปดาห์ก่อนดัชนีหุ้นไทยขึ้นแรงทะลุแนวต้าน 1,650 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นระดับ 7 หมื่นล้าน/วัน มาปิดที่จุดสูงสุดในรอบ 23 ปีเศษ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ที่ทำสถิติปิดสูงสุดครั้งใหม่

วัฏจักรตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากที่เคยถูกขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องล้นระบบการเงิน (Liquidity Driven) ไปสู่การถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังต่อผลประกอบการ (Earning Driven) หลังเศรษฐกิจไทยและปัจจัยพื้นฐานบริษัทจดทะเบียนมีสัญญาณบวกเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณบวกเพิ่มขึ้น

การท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างชัดเจน ผู้โดยสารที่ผ่านสนามบินของ AOT ขยายตัว 5.9% ในเดือน ก.ค. ดันตัวเลขช่วงเดือน ต.ค. 2559-ก.ค. 2560 เป็นบวก 7.4% และคาดว่าจะโตต่อเนื่องอีก 7.5-8% ในเดือน ส.ค.

การส่งออกในรูปดอลลาร์สหรัฐเร่งตัวขึ้นเป็นโต 11% และยังดีต่อเนื่องในไตรมาส 3 น่าสังเกตว่าการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าทุนก็เร่งตัวขึ้นด้วย

เศรษฐกิจของ 46 ประเทศที่ถูกติดตามโดย OECD ขยายตัวในปีนี้ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2550 นอกจากนั้นยังคาดหมายด้วยว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปีหน้า

มุมมองบวกต่อเศรษฐกิจโลกนำไปสู่การปรับขึ้นประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกนับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่กระจายออกไปในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าและบริการที่คิดเป็นสัดส่วน 70% ของจีดีพีการลงทุนภาครัฐที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเชื่องช้ามาก แต่การประมูลเมกะโปรเจกต์ตั้งแต่ปี 2558-2560 เสร็จไปแล้วราว 6 แสนล้านบาท และจะมีออกมาเพิ่มขึ้นในปีหน้า

เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่ภาคการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนจะเริ่มเห็นมากขึ้นปลายปีนี้เป็นต้นไป เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีชมพู สายสีเหลือง และโครงการวัน แบงค็อก เป็นต้น

การผลักดันระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม

ร่างกฎหมายอีอีซีจ่อคลอดในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ภาครัฐยังคาดการณ์ว่าจะกระตุ้นการลงทุนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ในปี 2561

โดยรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยรอบนี้เริ่มขยายวงกว้างขึ้น จากการท่องเที่ยว การส่งออก การลงทุนภาครัฐ ...

เมื่อคนมีงานทำเพิ่ม รายได้เพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยจะค่อยๆ ฟื้นตัว ภาพการฟื้นตัวจะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ปัจจัยพื้นฐานบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มดีขึ้น

กลุ่มพลังงานที่มีขนาด 20% ของมาร์เก็ตแคปตลาดยังซื้อขายที่ระดับราคาน้ำมันที่ต่ำ ขณะที่ธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและไม่ใช่น้ำมัน รวมถึงธุรกิจปิโตรเคมีมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

การทยอยลอยตัวราคาก๊าซแอลพีจี ก๊าซเอ็นจีวี ในหลายปีที่ผ่านมา ได้ช่วยแก้ปัญหาการขาดทุนเรื้อรังให้กับกลุ่ม ปตท. ช่วงเลวร้ายกลุ่ม ปตท.เคยแบกรับภาระการขาดทุนจากธุรกิจนี้ 2-3 หมื่นล้านบาท/ปี

ขณะที่การปรับเปลี่ยนไปผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ทั้งในอุตสาหกรรมขั้นกลางและปลายน้ำ รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและที่ไม่ใช่น้ำมัน ทำให้ความสามารถในการทำกำไรของกลุ่ม ปตท.ดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ราคาหุ้น ปตท.ยังเทรดอยู่ที่ พี/อี 9.9 เท่าของประมาณการกำไรปีหน้า และคาดว่าจะให้ปันผลราว 5%

กลุ่มธนาคาร (14% ของมาร์เก็ตแคปตลาด) เคยเทรดกันใกล้ 2 เท่าของมูลค่าตามบัญชี แต่ร่วงยาวกันมาที่แถว 1 เท่า จากการเร่งตัวขึ้นของเอ็นพีแอล เศรษฐกิจที่ซบเซา อัตราดอกเบี้ยต่ำ การปล่อยสินเชื่อเผชิญการแข่งขันจากช่องทางการระดมทุน เช่น ตั๋ว บี/อี หุ้นกู้ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ดี อัตราส่วนเอ็นพีแอลน่าจะใกล้จุดสูงสุดแล้ว ไม่ปลายปีนี้ ภายในกลางปีหน้าเมื่อเศรษฐกิจค่อยๆ เร่งตัวขึ้น

กลุ่มค้าปลีก (10% ของมาร์เก็ตแคปตลาด) มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว และกำไรมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้ยอดขายสาขาเดิมหดตัวลงตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีก่อน แต่อัตรากำไรยังคงขยายตัวดีและยังขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง

เราคาดว่าวัฏจักรเศรษฐกิจขยายตัวรอบใหม่ จะช่วยให้ยอดขายสาขาเดิมดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไป ทั้งจากปริมาณและราคาขายที่มีแนวโน้มดีขึ้น กลุ่มโทรคมนาคม (9% ของมาร์เก็ตแคปตลาด) การแข่งขันในธุรกิจมือถือลดระดับความรุนแรงลงมาก และสร้างกระแสเงินสดได้ดีขึ้นเป็นลำดับ ผู้ให้บริการหลักทั้ง 3 รายต่างมีคลื่นความถี่เพียงพอต่อการให้บริการ กำไรจึงมีแนวโน้มดีขึ้น

ภายใต้ภาพเศรษฐกิจและผลประกอบการ บจ.ที่ดีขึ้น ขณะที่นักลงทุนสถาบันทั้งไทยและต่างประเทศยังถือเงินสดในสัดส่วนสูง ในส่วนของต่างชาติยังถือครองหุ้นในสัดส่วนต่ำ ตลาดหุ้นไทยที่ขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่น จึงเริ่มดึงดูดความสนใจจากบางกองทุน

ปัจจัยรบกวน เช่น เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธ ข่าวการเมืองฯ ที่อาจฉุดบรรยากาศการซื้อขาย เรามองเป็นโอกาสทยอยซื้อสะสม

สถิติผลตอบแทน SET หลังเกาหลีเหนือทดสอบอาวุธตั้งแต่เดือน มี.ค. 2560 เป็นต้นมา จะเห็นว่าหลังการทดสอบขีปนาวุธไปประมาณ 5 วันทำการ SET ให้ผลตอบแทนเป็น "บวก" 9 ใน 10 ครั้ง

ปีนี้คนไทยยังซื้อ LTF/RMF ค่อนข้างน้อย ช่วงปลายปียังมีเม็ดเงินรอซื้ออยู่อีก 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านล่าง

หุ้นไทยยกฐานขึ้นเหนือ 1,650 จุดแล้ว สัญญาณทางเทคนิคยืนยันมุมมองบวก แนะปล่อยให้กำไรลอยตามตลาดขึ้นไป ด้วยเป้าหมายระยะเดือนที่ 1,690 จุด และเป้าหมายสิ้นปี 2561 ที่ 1,830 จุด

ทั้งนี้ สามารถติดตามบทวิเคราะห์รายหุ้นของธนชาตผ่านแอพพลิเคชั่น Think ที่พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ ทั้งในระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์

ดาวโหลดที่นี่ https://goo.gl/BhhePK

พบกันใหม่สวัสดีครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ