posttoday
ไชน่า มาแน่ (แน่)

ไชน่า มาแน่ (แน่)

15 กันยายน 2560

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเมื่อผมนั่งทานอาหารจีนสไตล์ต้นตำรับที่นครเซี่ยงไฮ้ อาหารก็อร่อย บริการก็ดีเป็นกันเอง ทุกอย่างดูดีไปหมด จนกระทั่งผมเรียกเก็บเงิน พร้อมหยิบธนบัตรเงินหยวนออกมาจ่าย สีหน้าของอาตี๋อาหมวยบริกรกลับเปลี่ยนไปทันที จากที่ยิ้มแย้ม เริ่มหน้ามุ่ย รับเงินแบบไม่เต็มใจนักแล้วรีบเดินออกไปนอกร้าน ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจมาก แต่สุดท้ายก็พอเข้าใจเมื่อมองไปดูโต๊ะอื่น เพราะลูกค้าทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือออกมากดจ่ายเงิน ไม่มีใครใช้เงินสดแบบผมสักคน ที่กลายเป็นภาระให้พนักงานต้องไปหาเงินมาทอนให้พอดี ดังนั้นที่เรามักคิดว่า "Cash is King" หรือเงินสดคือราชา อาจไม่จริงที่ประเทศจีนอีกต่อไป

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย

เมื่อผมนั่งทานอาหารจีนสไตล์ต้นตำรับที่นครเซี่ยงไฮ้ อาหารก็อร่อย บริการก็ดีเป็นกันเอง ทุกอย่างดูดีไปหมด จนกระทั่งผมเรียกเก็บเงิน พร้อมหยิบธนบัตรเงินหยวนออกมาจ่าย สีหน้าของอาตี๋อาหมวยบริกรกลับเปลี่ยนไปทันที จากที่ยิ้มแย้ม เริ่มหน้ามุ่ย รับเงินแบบไม่เต็มใจนักแล้วรีบเดินออกไปนอกร้าน ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจมาก แต่สุดท้ายก็พอเข้าใจเมื่อมองไปดูโต๊ะอื่น เพราะลูกค้าทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือออกมากดจ่ายเงิน ไม่มีใครใช้เงินสดแบบผมสักคน ที่กลายเป็นภาระให้พนักงานต้องไปหาเงินมาทอนให้พอดี ดังนั้นที่เรามักคิดว่า "Cash is King" หรือเงินสดคือราชา อาจไม่จริงที่ประเทศจีนอีกต่อไป

เมืองใหญ่เช่น ปักกิ่ง เสิ่นเจิ้น และเซี่ยงไฮ้ ในทุกวันนี้คน นิยมใช้ QR Code (Quick Response Code) หรือรหัสที่คล้าย บาร์โค้ดแต่ตอบสนองได้รวดเร็วกว่า เพียงใช้กล้องจากโทรศัพท์ มือถือก็สามารถเข้าถึงรหัสเฉพาะบุคคลได้ทันที ซึ่งคิดค้นที่ญี่ปุ่น ได้ก่อน คนไทยมักคุ้นเคยกับ QR Code เพราะใช้บ่อยมากในโปรแกรมส่งข้อความ "Line"

ขณะที่จีนก็มีโปรแกรมส่งข้อความของตนเองที่เรียกว่า WeChat ซึ่งพัฒนาให้จ่ายเงินออนไลน์ได้ โดยริเริ่มการจ่ายเงินผ่าน QR Code ในปี 2013 แต่มีคนใช้เพียง 3.3% เท่านั้น จนกระทั่งปี ค.ศ. 2016 มีคนใช้เพิ่มขึ้นถึง 40% และคาดว่าจะมีคนใช้มากขึ้นถึง 100% ในอีก ไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งหมายความว่าประเทศจีนจะเป็นประเทศแรกในโลก ที่ไม่ต้องมีเงินสดไว้ใช้ซื้อสินค้าและบริการ โดยธนาคารแห่งชาติจีน ยังระบุว่าปัจจุบันมีธุรกรรมการเงินอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศจีน มากกว่า 20 ล้านล้านบาท/ปี ซึ่งมากกว่าอเมริกาซึ่งเป็นผู้คิดค้นอินเทอร์เน็ตเสียอีก

จากปรากฏการณ์การใช้จ่ายออนไลน์ ไร้เงินสดของจีน ทำให้เกิดยุคแห่งข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data เพราะเมื่อคนจีนมีการใช้เงินออนไลน์มากขึ้นเท่าไร ก็จะเกิดข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายมากขึ้นเท่านั้นด้วย ซึ่งอาลีบาบา (Alibaba) เว็บไซต์ขายของออนไลน์ระดับโลกของ แจ็ค หม่า ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้เพื่อการเข้าถึงลูกค้า และพัฒนาระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำหน้ากว่าประเทศตะวันตก จนสามารถออกเงินกู้ให้คนหลายร้อยล้านคนได้ โดยไม่ต้องใช้พนักงานเลยแม้แต่คนเดียว เพราะใช้ Big Data มาสร้างปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) เพื่อตัดสินใจแทนมนุษย์ ที่อาจมีความผิดพลาด หรืออาจมีความลำเอียงได้ง่าย

จึงคาดการณ์ได้ว่าประเทศจีนจะเป็นผู้นำด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของโลก และยังมีศักยภาพในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ได้แม่นยำกว่าคนอื่น เนื่องจากมีข้อมูลจำนวนมหาศาลไว้ทดสอบตลอดเวลา นอกจากซอฟต์แวร์ที่จีนมีความได้เปรียบแล้ว ระบบฮาร์ดแวร์จากบริษัทยักษ์ใหญ่จีน เช่น หัวเว่ย ก็ยังพัฒนาระบบได้รวดเร็ว เนื่องจากมีวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ร่วมแสนคน เพื่อทำงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่าง ต่อเนื่อง จีนจึงมาได้ไกลและเร็วมาก

อีกทั้งการสร้างเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City ก็ได้เกิดขึ้นที่จีนแล้ว โดยสามารถเชื่อมโยงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างเข้าด้วยกันได้ ทั้งสัญญาณไฟจราจร กล้องวงจรปิด และระบบขนส่งมวลชน เพื่อจัดการจราจรให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย อีกทั้งพลเมืองยังสามารถใช้โทรศัพท์มือถือสั่งการอุปกรณ์และจ่ายค่าบริการ ได้ทั้งค่ารถแท็กซี่ รถเมล์ รถไฟฟ้า เช่าจักรยาน และทานอาหารได้ทุกร้าน โดยไม่ต้องใช้เงินสดหรือบัตรเครดิตเลย

จึงกล้าพยากรณ์ได้เลยว่า จีน หรือไชน่า ต้องมาแน่ๆ ในโลกธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เพราะมีความพร้อมในทุกด้าน ขณะที่ไทยก็คงต้องรีบเร่งพัฒนาองค์ความรู้แบบก้าวกระโดดให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันโลก และจะเสียเปรียบแน่นอน ทั้งยังต้องเร่งสร้างวิศวกรคอมพิวเตอร์คุณภาพในจำนวนที่มากขึ้น ให้ทันยุคดิจิทัลที่มาถึงเร็วเกินคาดคิด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท