posttoday
ผู้มีรายได้น้อย แห่ยื่นซ่อมคุณสมบัติ

ผู้มีรายได้น้อย แห่ยื่นซ่อมคุณสมบัติ

16 กันยายน 2560

กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า วันที่ 15 ก.ย. 2560

ผู้มีรายได้น้อย แห่ยื่นซ่อมคุณสมบัติ

 เปิดเผยว่า วันที่ 15 ก.ย. 2560 เป็นวันแรกในการเปิดให้ผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยตรวจสอบสิทธิของตนเองว่า เป็นผู้ที่ผ่านคุณสมบัติและมีสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าตรวจสอบสิทธิและยื่นขออุทธรณ์ให้ตรวจสอบใหม่อีกครั้งกว่า 1.1 หมื่นคน คาดว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์อีกจำนวนมาก เพราะการตรวจสอบมีผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ 2.74 ล้านคน

ทั้งนี้ ทาง สศค.จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ยื่นอุทธรณ์ใหม่อีกครั้ง ทั้งเรื่องรายได้ ที่ดิน ทรัพย์สินเงินฝากต่างๆ หากตรวจสอบแล้วพบว่า ยังไม่ผ่านคุณสมบัติก็จะต้องชี้แจงถึงเหตุผลนี้โดยละเอียดให้บุคคลดังกล่าวเข้าใจ แต่หากผลอุทธรณ์ปรากฏว่าผ่านคุณสมบัติ ผู้ยื่นอุทธรณ์ก็จะได้รับสิทธิสวัสดิการนี้ แต่อาจจะได้รับล่าช้ากว่าผู้ที่ผ่านคุณสมบัติรอบแรก

สำหรับการยื่นอุทธรณ์สิทธิ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 29 ก.ย. 2560 โดยหน่วยงานตรวจสอบใช้เวลา 1 สัปดาห์ และส่งผลการอุทธรณ์กลับมาให้กระทรวงการคลังภายในวันที่ 16 ต.ค. 2560 ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 24 ต.ค. 2560

การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปีงบประมาณ 2561 มีผู้รับสิทธิ 11.43 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 14.1 ล้านคน ตัดสิทธิไป 2.74 ล้านคน แบ่งเป็นไม่ผ่านคุณสมบัติประเภทถือครองที่ดินเกินกำหนด 1.65 ล้านคน มีเงินฝากเกิน 6.8 แสนคน และที่เหลือเป็นรายได้เกิน 4 แสนคน

สำหรับผู้ที่ผ่านคุณสมบัติสามารถตรวจสอบสิทธิในการได้รับสวัสดิการได้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2560 เป็นต้นไป และรับบัตรสวัสดิการได้ที่หน่วยงาน หรือสาขาธนาคารที่ได้ไปลงทะเบียนไว้ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. 2560 เพื่อเริ่มใช้บัตรสวัสดิการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560

ขณะที่การให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะมี 2 ส่วน ในส่วนแรกเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ประกอบด้วย 1.วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตร จากร้านธงฟ้าประชารัฐ โดยผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี จะได้รับ 300 บาท/คน/เดือน ส่วนผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 3 หมื่นบาท/ปี จะได้รับ 200 บาท/คน/เดือน

สำหรับส่วนที่ 2 เป็นการให้วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด 45 บาท/คน/3 เดือน และหมวดการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย 1. วงเงินค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า 500 บาท/คน/เดือน 2.วงเงินค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาท/คน/เดือน และ 3.วงเงินค่าโดยสารรถไฟ 500 บาท/คน/เดือน

ทั้งนี้ เงินที่ใช้แจกสวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อยนี้มาจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ที่ได้รับจัดสรรเงินงบประมาณปี 2561 จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างออกมาตรการขอรับบริจาค จากรัฐวิสาหกิจและเอกชน เติมเงินเข้ามาด้วย ซึ่งกฎหมายให้ทำได้อยู่แล้ว แต่คลังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ผู้บริจาค นำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า โดยจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบเร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการเพิ่มเติมสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยการเติมเงินเพิ่มเติมให้กับผู้มีรายได้น้อยต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากต้องรอการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งว่า มีจำนวนคนละเท่าไร และจำเป็นต้องใช้เงินในการดำเนินการมากน้อยขนาดไหน

ขณะที่ สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ระบุว่า กรมบัญชีกลางจะหาวิธีและมาตรการที่จะมาป้องกันการใช้บัตรและเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์หรืออีดีซี ของร้านค้าอย่างผิดวัตถุประสงค์ เช่น มีลักษณะนำบัตรไปใช้รูดกับเครื่องอีดีซี ไม่มีการจ่ายเพื่อซื้อสินค้าจริง แต่กลับไปใช้หนี้ที่ค้างชำระกับร้านค้า และไม่ได้นำไปซื้อสินค้าอุปโภคที่จำเป็น เช่น ไปซื้อสุรา ยาสูบ ซึ่งเป็นการทำผิดเงื่อนไขและจะพิจารณาตัดสิทธิกับผู้ที่ทำผิดวัตถุประสงค์

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล