
หลุมดำอุปสรรคครอบครัว อยู่ดีมีสุขยุค 4.0
การประชุมวิชาการ "ครอบครัวไทย ยุค 4.0" ได้เสนอผลงานวิจัยที่ค้นพบจากการศึกษาเบื้องต้น "โครงการการศึกษาครอบครัวไทยแบบบูรณาการตามวงจรชีวิตครอบครัว"
โดย ศ.ดร.ดารุณี จงอุดมการณ์คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นนักวิจัย สกว.
การประชุมวิชาการ "ครอบครัวไทย ยุค 4.0" ได้เสนอผลงานวิจัยที่ค้นพบจากการศึกษาเบื้องต้น "โครงการการศึกษาครอบครัวไทยแบบบูรณาการตามวงจรชีวิตครอบครัว" ระยะที่ 1 พ.ศ. 2559-2560 ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ได้อภิปรายผลวิจัยและข้อเสนอแนะสู่การพัฒนาความอยู่ดีมีสุขครอบครัวยุคประเทศไทย 4.0-สังคม 5.0
นั่นคือ เราต้องสร้างสุขภาวะครอบครัวแบบองค์รวม พัฒนาจิตวิญญาณ คิดจากความพอเพียงสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แต่เรามี "หลุมดำ" อันเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความอยู่ดีมีสุข ซึ่งผลวิจัยเบื้องต้นจากการสำรวจเชิงคุณภาพใน 5 ภูมิภาค พบว่า ครอบครัวไทยยุคปี 2560 วงจรชีวิตครอบครัวเริ่มเปลี่ยน ผู้สูงอายุต้องรับภาระเลี้ยงดูเด็กที่พ่อแม่ไปทำงาน ทำให้ผู้สูงอายุต้องทำงานเพื่อดูแลตัวเองและคนในครอบครัว
ปัญหาประเทศไทย 1.0-3.0 ทำให้คนต้องจากครอบครัวไปหารายได้ทำมากได้น้อย หรือเรียกว่า "Techno เขา Take เราขาด" ส่วนนโยบาย 4.0 เน้นนวัตกรรมที่คนกลุ่มนี้อาจเข้าไม่ถึง จึงมีข้อเสนอสร้างนโยบายเพื่อความอยู่ดีมีสุขครอบครัวเรียกว่า "สังคม 5.0"
สังคม 5.0 เน้นจัดการศึกษา ผู้สูงอายุทำงานได้ด้วยความมีศักดิ์ศรีของความเป็นคน เน้นเป้าหมายเกิดความสุข สร้างพลังศึกษา รวมถึงจัดระบบแบ่งเบาภาระผู้สูงอายุดูแลเด็กที่พ่อแม่ไปทำงานต่างถิ่น มีเงินสนับสนุน จัดระบบให้บุตรวัยผู้ใหญ่สร้างงานในท้องถิ่นและมีพันธสัญญาดูแลบุพการีสูงอายุ รวมถึงสร้างค่านิยมการมีจิตสาธารณะ
ข้อค้นพบงานวิจัยเบื้องต้นบอกว่านโยบายประเทศไทย 4.0 อาจยังไม่ตอบโจทย์สร้างความอยู่ดีมีสุขครอบครัวไทย ต้องเสริมนโยบายสังคม 5.0 จับคนและครอบครัวเป็นตัวตั้ง สร้างความมีศักดิ์ให้ผู้สูงอายุอยู่แบบมีรายได้จากน้ำแรงตนเอง สร้างกลไกให้ดูแลครอบครัวแบบพอเพียง มีจิตวิญญาณดูแลซึ่งกันและกันอย่างเท่าเทียม







