
พัฒนาพรรคการเมือง
หากเราจะพัฒนาความเป็นประชาธิปไตยแบบฝรั่งมังค่า หรือแม้กระทั่งท่านผู้รู้
หากเราจะพัฒนาความเป็นประชาธิปไตยแบบฝรั่งมังค่า หรือแม้กระทั่งท่านผู้รู้ นักวิชาการชาวไทยทั้งหลายก็บอกว่าจะต้องพัฒนาพรรคการเมือง เพราะเหตุว่าแม้ประชาธิปไตยจะไม่ใช่การเลือกตั้ง แต่เนื่องจากเราก็พูดกันมาหลายครั้งแล้วว่าคนแต่ละบ้านละเมืองมันมีจำนวนมากมาย เช่น ประเทศไทยเราก็หกสิบเจ็ดสิบล้านคนแล้ว การที่จะให้ทุกคนเข้ามาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินคงจะทำได้ยาก จนถึงกับทำไม่ได้เลย จึงต้องมีระบบการใช้ตัวแทน ที่เราเรียกกันว่า ผู้แทน ซึ่งว่ากันจริงๆ ก็ของประเทศไทยก็มีสองแบบ แต่แบบวุฒิ เราก็ไม่ค่อยจะถือกันว่าเป็นผู้แทนโดยตรงของประชาชน แม้แต่ตอนที่เลือกตั้งกันมาหมดสภาก็ตาม ก็เป็นเรื่องแปลกๆ อยู่
เอาเป็นว่ากลไกหลักในการก่อให้เกิดการขับเคลื่อนองคาพยพในการบริหารราชการแผ่นดินในระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา คือ สภาผู้แทนราษฎร หรือ สส.นั่นเอง ซึ่งถ้าว่ากันตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 ก็ต้องผ่านพรรคการเมืองจึงจะมาเป็น สส.ได้ ดังนั้น หากอยากจะมี สส.ที่ดี มีพัฒนาการด้านการเมืองการปกครอง รวมถึงการบริหารราชการแผ่นดิน การออกกฎบทกฎหมายที่ดี ก็จะต้องมีแหล่งที่รวมกันของบรรดาผู้ที่จะมาเป็น สส.ที่ดี นั่นก็คือ จะต้องมีพรรคการเมืองที่ดี แต่พอใช้คำว่า "ดี" ผู้คนก็จะติติงเอาได้อีกว่า ดีของใครหรือ ซึ่งก็จริง เวลาใช้คำลักษณะนี้อาจจะมีนัยในตัวเอง จนทำให้คนเล่นแร่แปรธาตุไปได้ต่างๆ นานา
เราได้เคยพูดกันถึงสามัญสำนึก ซึ่งคิดว่าหากคนมีสำนึกระดับสามัญ ก็น่าจะพอคิดได้ว่า "ดี" เป็นเช่นไร ก็คงจะต้องมีมาตรฐานการทำงาน มีคุณภาพ มีการวางตัว ซึ่งทั้งหมดก็คงจะต้องมุ่งไปที่ประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก บรรดาที่มุ่งให้ชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูลของตน หรือให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้นสิ่งนี้ ตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ เพื่อประโยชน์ของตนเอง ครอบครัว และพวกพ้อง ก็คงจะถือว่า "ไม่ดี" มาตรฐานต่ำ ไร้คุณภาพ การวางตัวไม่ได้เรื่อง ดังนี้การพัฒนาพรรคการเมืองก็คงจะเป็นเช่นกัน คือ ทำอย่างไรให้หน่วยเช่นนี้ของสังคมมุ่งไปสู่สิ่งที่สูงขึ้นในทางสำนึกรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งก็อาจจะ ไม่ได้มีสูตรตายตัว เอาไว้เราลองมาค่อยๆ คุยกันดูว่าพอจะมีหวังไหม พัฒนาพรรคการเมือง







