
Oktoberfest (2)
เที่ยงตรงวันนี้ตามเวลาที่เมืองมิวนิก(M"unuchen) ในเยอรมนี
โดย ม.ล.อัจฉราพร ณ สงขลา
เที่ยงตรงวันนี้ตามเวลาที่เมืองมิวนิก(M"unuchen) ในเยอรมนี ซึ่งตรงกับ 5 โมงเย็นที่บ้านเรา เป็นเวลาที่เขาเริ่มจัดงาน Oktoberfest 2017 อย่างเป็นทางการซึ่งงานนี้ได้จัดกันมาตั้งแต่ ปี 1810
ในช่วงเวลาสนุกสนานประมาณ 2 สัปดาห์กว่าๆ จะมีคนเข้ามาในงาน Oktoberfest ประมาณ 6 ล้านคน นี่เป็นงานรื่นเริงใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับปีนี้งานจะไปสิ้นสุดในวันที่ 3 ต.ค.
เมื่อก่อนนั้นการเข้าไปเที่ยวในงาน Oktoberfest ที่มิวนิกไม่มีอะไรเข้มงวด แต่ปีหลังๆ มานี้เขาเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย โดยจะตรวจร่างกายและสัมภาระคนมาเที่ยวงานก่อนผ่านเข้าไปในบริเวณจัดงาน ไม่ให้นำกระเป๋าชิ้นใหญ่เข้าไปในงาน ในปีนี้น่าจะเข้มงวดมากขึ้นไปอีก เพราะเยอรมนีเพิ่งโดนก่อเหตุร้ายในประเทศไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ไปที่ไหนๆ ในโลกเขาเข้มงวดกันทุกพื้นที่ ประเทศที่เข้มงวดสุดๆ ตอนนี้คืออังกฤษค่ะ
งาน Oktoberfest ที่มิวนิกกลายเป็นงานรื่นเริงใหญ่ที่สุดในโลก ใช้พื้นที่บริเวณ Theresienwiese คลุมพื้นที่ราว 80 ไร่ รูปแบบของการจัดพื้นที่ในทุกๆ ปี จะเหมือนกัน คือการมาสนุกสนาน กินอาหารและกินเบียร์ และถือว่าเป็นการอำลาฤดูร้อนที่กำลังจะสิ้นสุดลง เพราะหลังจากงานนี้จบลงฤดูหนาวจะคืบคลานเข้ามา อากาศของบาวาเรียจะเย็นลงเรื่อยๆ คนจะออกมาสนุกสนานรื่นเริงนอกบ้านอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว
ภายในงาน...เต็นท์เบียร์ของเหล่า Big Six หรือเบียร์ดัง 6 ยี่ห้อของมิวนิก มาตั้งกระหนาบทางเดินใหญ่ เราสามารถเดินแวะเข้าไปดูได้ทุกเต็นท์ แต่ละเต็นท์จะจุคนได้ราว 5,000-6,000 คน แต่มีเต็นท์ที่ใหญ่ที่สุดอยู่เต็นท์หนึ่งคือเต็นท์ของเบียร์ยี่ห้อ Hofbr"au ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของ Big Six จุคนได้มากกว่าเต็นท์อื่นๆ
เต็นท์อื่นโดยมากทำให้นั่งกันแค่ชั้นเดียว แต่ Hofbr"au ยกร้านรอบๆ ขึ้นไปอีกชั้น ได้ถามสาวที่นำเบียร์มาบริการว่า...
ทำไมเต็นท์นี้มันใหญ่อย่างนี้...จุได้กี่พันคนคะ ?
เธอบอกว่า..."จุได้หมื่นคน"
เงิบไปเลยค่ะ
ในเต็นท์มีวงดนตรีหรือแตรวงใน รูปแบบบาวาเรียนที่เรียกว่า Oompah Band อยู่ภายในทุกเต็นท์ บางเต็นท์ก็จัดวงให้เล่นที่ตรงกลาง บางเต็นท์ก็จัดวงให้เล่นที่ติดข้างใดข้างหนึ่งของเต็นท์ เพลงที่เล่นส่วนมากจะเร็วกระหึ่มแน่นหนักเร้าใจได้ต่อเนื่อง คนในเต็นท์ที่บางโต๊ะร้องเพลงไปกับวงดนตรีอย่างสนุกสนาน
นักดนตรีเล่นไปกินเบียร์ไป เห็นแล้วเคลิ้มตาม ดูแล้วเป็นเยอรมันจริงๆ
คนที่มานั่งกินอาหารและกินเบียร์บางโต๊ะสนุกกันหนักก็จะขึ้นไปบนโต๊ะกอดคอร้องและเต้นไปด้วย เต้นหนักเท่าไรเต้นไปเลย คุณภาพโต๊ะเยอรมันไม่พังง่ายๆ หรอก
คนเยอรมันแม้สนุกสนานก็ยังพร้อมเพรียง เห็นแล้วจึงไม่แปลกใจเลยว่า...ทำไมประเทศเยอรมนีจึงเป็นชาติที่ทำอะไรเป็นกลุ่มก้อนและเข้มแข็งสุดๆ จนเกือบจะครองโลกไปแล้ว 2 ครั้ง
งาน Oktoberfest สามารถจัดการให้ทุกองค์ประกอบมีความสัมพันธ์และลื่นไหล ทุกคนเข้ามาในงานมีความสุขกันถ้วนหน้า แต่ก็ได้ซ่อนการควบคุมไว้อย่างแนบเนียน โดยกระจาย CCTV และ รปภ.นอกเครื่องแบบไว้ทั่วงาน
ส่วนที่ทุกหน้าเต็นท์จะมี รปภ.ร่างใหญ่ยักษ์ยืนให้ความอุ่นใจกับแขกที่มาในงานและไว้จัดการกับคนที่มาทำลายบรรยากาศทั้งในเต็นท์และนอกเต็นท์ ความจริงแล้วคนเยอรมันแท้ๆ จะมีอุปนิสัยที่อยู่ในวินัยไม่วุ่นวายอยู่แล้ว
ในการควบคุมบรรยากาศในเต็นท์ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันเรียบร้อย มีกฎสำคัญที่ทุกคนต้องรับรู้คือ คนจะสั่งอาหารและเบียร์กินได้ก่อนอื่นจะต้องมีโต๊ะนั่ง ทุกเต็นท์จะไม่อนุญาตให้คนเดินถือเหยือกเบียร์กินหรือเดินว่อนไปว่อนมาหรือทำลายบรรยากาศส่วนรวมเด็ดขาด
สำหรับคนเยอรมันเขามีกฎไว้สำหรับเคารพและปฏิบัติจริงๆ
อ้าว...แล้วเราไม่มีที่นั่งจะทำไงกันละเนี่ย...
ใครอยากจะได้ที่นั่งก็ต้องมาก่อนเที่ยง หรือไม่ก็ก่อนงานจะเลิก ก็คือตอนที่เขาจะหยุดขายก่อน 4 ทุ่มครึ่ง
เดินออกเต็นท์นี้ไปเต็นท์โน้นก็มีคนเต็มทุกเต็นท์
เรื่องที่นั่งนั้นทางบริษัทขายเบียร์เขาแบ่งโต๊ะไว้ส่วนหนึ่งสำหรับลูกค้าที่จองไว้ ก็โต๊ะที่เราเห็นว่างๆ นั่นแหละ หลายบริษัทในมิวนิกมาจ่ายเงินจองไว้ บางบริษัทจองไว้ตลอดงานเลย
บริษัทในมิวนิกถือว่าช่วง Oktoberfest เป็นช่วงเวลาให้พนักงานพักผ่อน จึงมาจองโต๊ะไว้ให้พนักงานของตัวเอง สลับเวลามาสนุกสนานกัน ถือว่าเป็นของขวัญจากฝ่ายบริหาร
ส่วนพวกที่มาจองโต๊ะอีกพวกหนึ่ง คือพวกทัวร์เอเยนต์ ซึ่งจะนำโต๊ะไปปล่อยขายทางอินเทอร์เน็ตก็เข้าไปเลือกซื้อได้เลยค่ะ
แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไร กะว่าเดินไปหาที่นั่งกันเอง ขอแนะนำให้ใช้วิธีการเข้าไปที่โต๊ะไหนที่กำลังเฮกันอยู่และมีท่าทางเป็นมิตรก็ขอเขาใช้เป็นพื้นที่สั่งเบียร์ ร่วมเฮฮากับเขาไปเลย ซึ่งก็จะได้เพื่อนใหม่อีกหลายคน
วันนั้นพบว่ากลุ่มที่ขอเข้าไปใช้โต๊ะเป็นพวกที่เดินทางมาจากเมืองสตราสบูร์กในฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ติดชายแดนเยอรมนี เป็นพวกที่มุ่งหมายมางานนี้จริงๆ โดยนัด หยุดงานพร้อมกันแล้วออกเดินทางเข้าเยอรมนีมาตั้งแต่เช้า ใช้เวลาเดินทางจากสตราสบูร์ก 4 ชั่วโมงครึ่ง มาถึงมิวนิกตอนงาน Oktoberfest เปิดพอดี กินเบียร์กันให้ฉ่ำแล้วจะกลับวันพรุ่งนี้
ความจริงแล้วชีวิตคนในยุโรปอยู่กันอย่างไร้พรมแดน ตั้งแต่ก่อนรวมเป็น EU มาแล้วล่ะ
งาน Oktoberfest สร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจให้กับมิวนิกในวงกว้าง ในช่วงการจัดงาน Oktoberfest ของ ทุกปีจะมีการจ้างแรงงานเพิ่มมากมาย ทั้งที่ทำงานอยู่ในและนอกพื้นที่จัดงาน เกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่นับหมื่นๆ คน
Oktoberfest เป็นงานที่กระจาย รายได้ให้กับคนมากมายจริงๆ ค่ะ
คนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่จ้างมาทำงานในช่วง Oktoberfest คือผู้หญิงที่มาเสิร์ฟเบียร์และอาหารในเต็นท์ต่างๆ
หญิงสาวในมิวนิกตั้งหน้าตั้งตาสมัครทำงานนี้ในช่วง Oktoberfest กันมาก เพราะรายได้ดีค่ะ
ทั้งค่าแรงและค่าทิปรับกันไม่หวาดไม่ไหว
ผู้หญิงเสิร์ฟเบียร์เหล่านี้ไม่ใช่หญิง หุ่นบอบบาง แบบสาวเชียร์เบียร์แถวบ้านเรานะคะ แต่พวกเธอเป็นสาวบาวาเรียนร่างกำยำและอึดสุดๆ ถือเบียร์เหยือกละลิตรได้เต็มที่ครั้งละ 10-12 เหยือก น้ำหนักรวมทั้งแก้วทั้งเหยือกทั้งเบียร์ก็ประมาณ 15 กิโล เดินเสิร์ฟได้ตั้งแต่สายยันดึก
ผู้หญิงบาวาเรียนในเต็นท์เบียร์เหล่านี้แข็งแรงจริงๆ ใครไปทำให้เธอโมโหอาจถูกเธอบีบคอตายได้
เธอพูดคำไหนคำนั้น ขอให้เชื่อฟังและปฏิบัติค่ะ...
(มีต่อวันเสาร์หน้าค่ะ)







