
‘ล่ำสูง’ยังโตได้ UPOICหืดจับ ปลูกพืชอื่นเพิ่ม
ล่ำสูงปีนี้โต 1-2% UPOIC กำไรหดเพราะพื้นที่ปลูกปาล์มลดลง พ.ย.เตรียมเสนอบอร์ดปลูกพืชอื่นเพิ่มเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้น
ล่ำสูงปีนี้โต 1-2% UPOIC กำไรหดเพราะพื้นที่ปลูกปาล์มลดลง พ.ย.เตรียมเสนอบอร์ดปลูกพืชอื่นเพิ่มเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้น
น.ส.อัญชลี สืบจันทศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) หรือ LST และบริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (UPOIC) เปิดเผยว่า ปีนี้รายได้และกำไรสุทธิ UPOIC น่าจะต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ 972 ล้านบาท และ 72 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากผลผลิตปาล์มลดลงเพราะพื้นที่จำนวนการปลูกปาล์มของบริษัทลดลง ยังไม่ได้ต่อสัญญาพื้นที่ปลูกปาล์ม ยังรอกรมป่าไม้พิจารณาต่ออายุสัมปทาน ส่วนสัมปทานสวนชัยบุรีบริษัทเสนอเข้าทำประโยชน์ 6,500 ไร่ ลดลงจากสัมปทานเดิมที่มี 1.2 หมื่นไร่
นอกจากนี้ พื้นที่ปลูกทดแทนผลปาล์มเพิ่งเข้าสู่ปีที่ 3 ปกติจะทำให้สกัดเป็นน้ำมันปาล์มให้ได้ประสิทธิภาพต้อง 6 ปีขึ้นไป ส่งผลให้ต้องซื้อปาล์มข้างนอก 60% ผลิตเอง 40% กลับด้านจากเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ปีนี้ UPOIC มีปริมาณปาล์มที่ลดลงอยู่ที่ 1.1 แสนตัน เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 1.3 แสนตัน อีกทั้งราคาน้ำมันปาล์มดิบลดลง จากปริมาณผลผลิตปาล์มสดทั้งประเทศออกสู่ตลาดจำนวนมาก เพราะฝนตกต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาหาพืชชนิดใหม่มาปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้นนอกจากปาล์ม จะเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาได้ในช่วงเดือน พ.ย.นี้ และสรุปได้ภายในสิ้นปีนี้
น.ส.อัญชลี กล่าวว่า ผลประกอบการของล่ำสูงคาดว่ารายได้ยังสามารถเติบโตอีก 1-2% ปีนี้นโยบายภาครัฐไม่กระทบต่อล่ำสูงแต่กระทบต่อ UPOIC แต่บริษัทปีนี้เจอการแข่งขันมากขึ้น ปริมาณการขายจะน้อยกว่าปีที่แล้วเพราะมีสินค้าบางกลุ่มมีการแข่งขันสูงก็จะชะลอการขาย จะเน้นความสามารถในการทำกำไรเป็นหลัก
อย่างไรก็ดี หลังบริษัทปรับใช้เครื่องจักรแทนคนเป็นส่วนใหญ่และส่งผลให้สามารถรักษาส่วนแบ่งกำไรได้ ส่วนปีนี้บริษัทยังคงเน้นที่จะขยายฐานสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่องในกลุ่มที่เป็นสัดส่วนสินค้าในกลุ่มเบเกอรี่ เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา เบเกอรี่เติบโตถึง 40% รวมทั้งสินค้าประเภทสุขภาพก็เติบโตมากขึ้น
ขณะที่บริษัท อาหารสากล หรือยูเอฟซี โดยรวมเติบโตได้เล็กน้อย เพราะคาดว่ารายได้โต 5-7% แต่เจอค่าเงินบาทแข็งค่า 7% แต่บริษัทก็ป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินไว้แล้ว







