
กระตุ้นรัฐรีฟอร์ม แผนพลังงานใหม่
สนพ.ชี้รัฐต้องปรับบทบาทรับการเปลี่ยนพฤติกรรม หวังพยุงสถานะการใช้พลังงานในประเทศ
สนพ.ชี้รัฐต้องปรับบทบาทรับการเปลี่ยนพฤติกรรม หวังพยุงสถานะการใช้พลังงานในประเทศ
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยในงานสัมมนาเศรษฐกิจฟื้น...แต่...พลังงานฟุบ? โดยสถาบันวิทยาการพลังงาน ว่า ภาครัฐต้องมีการปรับตัวให้ทันกับรูปแบบการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงในประเทศ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและพลังงานจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืนพร้อมกันทั้งสองด้าน ดังนั้นต้องมีการปรับบทบาทการทำงาน (รีฟอร์ม) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ต้องแยกบทบาทการทำงานอย่างชัดเจน ได้แก่ ผู้กำหนดนโยบาย (โพลิซีเมกเกอร์) คณะกรรมการกำกับกิจการนโยบาย (เรกูเลเตอร์) และผู้ดำเนินนโยบาย (โอเปอเรเตอร์)
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่มาจากรูปแบบการขายไฟฟ้าที่เปลี่ยนไป ได้แก่ การผลิตไฟฟ้าใช้เองจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นตามต้นทุนการ ติดตั้งที่ลดลง มีการผลิตไฟฟ้าเพื่อขายระหว่างภาคเอกชน (ไพรเวท พีพีเอ) และลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการใช้สูง (ดีมานด์ เรสปอนส์) ที่มีการชดเชยการประหยัดค่าไฟฟ้าของภาคเอกชน
"ช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยเติบโตใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง 2,000 เมกะวัตต์ ทั้งๆ ที่ควรเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ส่วนพลังงานจะฟื้นหรือฟุบนั้นขึ้นอยู่กับการการรีฟอร์มตัวเองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ที่ผ่านมาก็มีการปรับตัวแล้ว แต่สิ่งที่ต้องปรับเพิ่ม คือ ประสิทธิภาพการใช้เทคโนโลยีให้มีความก้าวหน้า" นายทวารัฐ กล่าว
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงกำลังติดตามแนวโน้มการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองของภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 2-3% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ แต่หากการผลิตไฟฟ้าใช้เองมีถึง 10% ก็อาจต้องพิจารณาด้านต้นทุนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง ขณะเดียวกันกระทรวงอยู่ระหว่างปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ซึ่งหากการเปิดประมูลการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนช่วยให้ราคาค่าไฟฟ้าต่ำลง และมีผู้ประกอบการให้ความสนใจก็อาจปรับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี) เพื่อให้มีการเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นได้
สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2561 ที่เร่งด่วนซึ่งเป็นงานต่อเนื่องจากปีนี้ คือการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานหมดอายุ คือ แหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช รวมถึงแผนงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศลงและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า







