
ผิดสัญญาทางแพ่งหรือฉ้อโกง
ปัจจุบันมีการดำเนินคดีฉ้อโกงในกรณีผิดสัญญาทางแพ่งหรือผิดสัญญาหมั้น หรือสัญญาสินสอด เช่น คดีน้องน้ำมนต์หลอกลวงชายโสดและชายไม่โสด แต่งงานแล้วไม่ยอมอยู่กินด้วย เสียเงินเสียทรัพย์สินไปจำนวนหลายราย ทำให้สังคมเกิดความสงสัยว่าคดีผิดสัญญาทางแพ่ง สามารถที่จะดำเนินคดีฉ้อโกงได้หรือไม่ ทนายคลายทุกข์ขออธิบายว่าการจะผิดฐานฉ้อโกง จะต้องเป็นกรณีให้คำมั่นสัญญาหรือให้คำรับรองไว้ตั้งแต่แรก โดยมีเจตนาฉ้อโกงตั้งแต่แรก การทำสัญญาเป็นเพียงวิธีการหรือกลอุบายเพื่อให้ได้ทรัพย์สินไปจากผู้อื่น แต่ถ้าเป็นเรื่องผิดสัญญาเนื่องจากรับปากว่าจะทำตามสัญญาแต่ทำแล้วแต่ทำไม่สำเร็จไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง เพราะไม่ได้เป็นการหลอกลวง เป็นเพียงผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ตัวอย่างคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เคยตัดสินเกี่ยวกับคดีผิดสัญญาทางแพ่งหรือฉ้อโกงที่ผ่านมา มีดังต่อไปนี้
ปัจจุบันมีการดำเนินคดีฉ้อโกงในกรณีผิดสัญญาทางแพ่งหรือผิดสัญญาหมั้น หรือสัญญาสินสอด เช่น คดีน้องน้ำมนต์หลอกลวงชายโสดและชายไม่โสด แต่งงานแล้วไม่ยอมอยู่กินด้วย เสียเงินเสียทรัพย์สินไปจำนวนหลายราย ทำให้สังคมเกิดความสงสัยว่าคดีผิดสัญญาทางแพ่ง สามารถที่จะดำเนินคดีฉ้อโกงได้หรือไม่ ทนายคลายทุกข์ขออธิบายว่าการจะผิดฐานฉ้อโกง จะต้องเป็นกรณีให้คำมั่นสัญญาหรือให้คำรับรองไว้ตั้งแต่แรก โดยมีเจตนาฉ้อโกงตั้งแต่แรก การทำสัญญาเป็นเพียงวิธีการหรือกลอุบายเพื่อให้ได้ทรัพย์สินไปจากผู้อื่น แต่ถ้าเป็นเรื่องผิดสัญญาเนื่องจากรับปากว่าจะทำตามสัญญาแต่ทำแล้วแต่ทำไม่สำเร็จไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง เพราะไม่ได้เป็นการหลอกลวง เป็นเพียงผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ตัวอย่างคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เคยตัดสินเกี่ยวกับคดีผิดสัญญาทางแพ่งหรือฉ้อโกงที่ผ่านมา มีดังต่อไปนี้
1.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4379/2547
จำเลยทั้งสองร่วมกับ จ. และ ว. เป็นหุ้นส่วนร่วมกันจัดสรรที่ดินพร้อมสร้างอาคารพาณิชย์และ ทาวน์เฮาส์ขายให้แก่ประชาชน โดย ใช้ชื่อว่าโครงการหมู่บ้านศรีเมืองทองฯ แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้จดทะเบียนบริษัทเป็นนิติบุคคล และไม่ได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินตามกฎหมาย ก็ไม่ใช่สาระสำคัญจะบ่งชี้ได้ว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาที่จะฉ้อโกงโจทก์ ร่วมที่ 2 และที่ 5 และประชาชน การที่โจทก์ร่วมที่ 2 และที่ 5 เข้าจองซื้อที่ดินและบ้านของโครงการดังกล่าว ก็ได้รับการชักชวนจาก จ. ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของจำเลยทั้งสองและเป็นการชักชวนกันของโจทก์ร่วมทั้งแปด หาใช่เป็นเพราะเชื่อถือว่าโครงการ ดังกล่าวจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ทั้งจำเลยทั้งสองก็ได้ดำเนินการก่อสร้างทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์ไป แล้วบางส่วน และยังดำเนินการแบ่งแยกที่ดินจดทะเบียนเป็นทางภาระจำยอม มีการจัดการสาธารณูปโภคเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมของโครงการ และได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อม ทาวน์เฮาส์ให้แก่ผู้ซื้อบางส่วนแล้ว แม้ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่สามารถก่อสร้างทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามโครงการและโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ร่วมที่ 2 และที่ 5 ได้ครบตามสัญญา ทุกรายก็เป็นเพียงผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานฉ้อโกง
2.คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3540/2533
จำเลยที่ 1 เป็นคู่สัญญารับเหมาก่อสร้างชุมสายเคลื่อนที่กับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย แม้โจทก์เป็นผู้ก่อสร้างชุมสายดังกล่าวจนเสร็จ แต่โจทก์ก็เป็นเพียงผู้รับงานก่อสร้างมาจากจำเลยที่ 1 อีกทอดหนึ่งเท่านั้น จำเลยที่ 1 อยู่ในฐานะคู่สัญญากับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยโดยตรง แม้จำเลยที่ 1 จะได้ทำหนังสือมอบให้โจทก์เป็นผู้ติดต่อและรับเงินค่าก่อสร้างจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย แล้วต่อมาจำเลยที่ 1 เพิกถอนใบมอบอำนาจที่ให้โจทก์เป็นผู้รับเงินค่าก่อสร้างจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และมอบอำนาจให้จำเลยที่ 4 รับเงินนั้นไปจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยแล้วก็ตาม ก็เป็นเพียงการไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงกันไว้เท่านั้น ส่วนที่โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าต่อมาโจทก์สืบทราบว่าจำเลยทั้ง 5 คน ได้สมคบกันโดยเจตนาทุจริตเป็นเรื่องที่บรรยายเพื่อให้ครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงไม่ทำให้คดีผิดสัญญาทางแพ่งกลับกลายเป็นคดีอาญา การกระทำของจำเลยทั้ง 5 คน ตามฟ้องโจทก์ไม่มีมูลเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง
การที่จำเลยแนะนำโจทก์ร่วมว่าในการขอกู้เงินจากธนาคารจะต้องเป็นลูกค้าของธนาคารโดยนำเงินไปฝากธนาคารไว้ก่อน เป็นคำแนะนำตามปกติธรรมดาทั่วไป เมื่อโจทก์ร่วมได้มอบเงินให้จำเลยไปดำเนินการ จำเลยก็ได้ติดต่อขอกู้เงินจากธนาคารให้โจทก์ร่วมแต่มีเหตุขัดข้องจึงกู้เงินไม่ได้ แม้จำเลยจะไม่ได้นำเงินที่โจทก์ร่วมมอบให้ไปฝากไว้กับธนาคารก็ตาม ก็หาใช่ข้อสาระสำคัญที่จะถือว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมอันจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงไม่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น
การทำธุรกิจหรือการทำสัญญาควรรักษาคำมั่นสัญญาไม่ควรคดโกงคนอื่น







