
ญี่ปุ่นมั่นใจลงทุนไทยเพิ่ม
ฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น กล่าวว่า ไทยจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักลงทุนญี่ปุ่น โดยการลงทุนมีแนวโน้มไหลเข้าสู่ไทยมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
ฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น กล่าวว่า ไทยจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักลงทุนญี่ปุ่น โดยการลงทุนมีแนวโน้มไหลเข้าสู่ไทยมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
"ไทยเป็นประเทศซัพพลายเชนที่สำคัญที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมญี่ปุ่นหลายแขนงในช่วงหลายปี มานี้ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยข้อยืนยันคือไทยมีกำลังการผลิตยานยนต์ที่เทียบเท่ากับญี่ปุ่น" เซโกะกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์บางกอก โพสต์
เซโกะ ซึ่งเดินทางเยือนประเทศไทยเป็นเวลา 3 วัน พร้อมนักลงทุนรายใหญ่ในญี่ปุ่น 570 คน ตามคำเชิญของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย เปิดเผยว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาด้วยนั้นต่างแสดงความสนใจที่จะลงทุนในไทย
การเดินทางครั้งนี้ทำให้คณะผู้แทนจากญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นต่อไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากช่วยให้นักธุรกิจญี่ปุ่นที่จะเข้ามาลงทุนในอนาคตเห็นว่าไทยต้อนรับการลงทุนจากญี่ปุ่น และแม้จะยังไม่สามารถระบุจำนวนข้อตกลงทางธุรกิจจากการเดินทางครั้งนี้ได้ แต่จะขอให้องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) คอยติดตามผลต่อ
ทั้งนี้ เจโทรจะเป็นผู้จัดการกับปัญหาต่างๆ สำหรับนักลงทุน แต่หากไม่สามารถจัดการได้ สมคิดได้ย้ำความเชื่อมั่นให้ว่าสามารถส่งเรื่องต่อมายังรองนายกรัฐมนตรี และอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ได้โดยตรง
"เป้าหมายแรกของเราก็คือ ขจัด ทุกอุปสรรคสำหรับนักลงทุนใหม่ที่จะเข้ามาลงทุนในไทย" เซโกะ กล่าวพร้อมเสริมว่า บรรดาเอกชนที่ลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้ว มีแนวโน้มจะเพิ่มการลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)
คณะผู้แทนจากญี่ปุ่นให้ความ สนใจกับการลงทุนในภาคเทคโนโลยีเป็นพิเศษ โดยเซโกะ เปิดเผยว่า นักลงทุนเกือบ 600 รายในญี่ปุ่นอยู่ในภาคส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะมีบทบาทต่อทุกภาคส่วนในอนาคต ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงการผลิต
เซโกะยกตัวอย่างภาคยานยนต์ โดยระบุว่า ทิศทางในขณะนี้มุ่งไปที่รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งจะเปลี่ยนไปสู่รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง (เอฟซีวี)
"การเปลี่ยนแปลงของไลน์การผลิตสู่การใช้เทคโนโลยีมากขึ้น กำลังทวีความสำคัญในปัจจุบัน นักธุรกิจเหล่านี้จึงมองเห็นโอกาสมหาศาลในประเทศไทย" เซโกะ กล่าว
สำหรับประเด็นความกังวลต่างๆ นั้น เซโกะ กล่าวว่า คณะผู้แทนญี่ปุ่นแทบ จะไม่มีความกังวลใดๆ อีก โดยการเมืองไทย ในปัจจุบันมีเสถียรภาพแล้ว ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... นั้นหากผ่านเป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วก็ยากที่จะยกเลิกในภายหลัง และระบุด้วยว่าเมื่อเทียบกับทุกประเทศในอาเซียนแล้ว การทำธุรกิจในไทยนับว่า มีอุปสรรคน้อยกว่ามาก







