
แบงก์การันตี3จีล่มไม่สะเทือนยอดสินเชื่อ
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารกระทุ้งรัฐบาลไม่วางโครงสร้างพื้นฐานกระทบสินเชื่อมากกว่าประมูล 3จีน.ส.สมพิศ เจริญเกียรติกุล รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การยุติการประมูล 3จี ไม่กระทบต่อเป้าหมายสินเชื่อมากนัก เพราะเดิมธนาคารไม่คิดว่าจะประมูลในปีนี้ดวยซ้ำ ขณะนี้จึงยังคงเป้าหมายสินเชื่อไว้ตามเดิม เพราะลูกค้ากลุ่มพลังงานและรถยนต์มีแผนเบิกเงินเพื่อเดินหน้าลงทุนปลายปีนี้ ส่วนสินเชื่อที่เกี่ยวกับภาคส่งออกคาดว่ากว่าจะเห็นการเติบโตชัดเจนน่าจะเป็นต้นปีหน้า
“
ส่วนแผนสำหรับปีหน้าขณะนี้อยู่ในช่วงดำเนินการ จึงมีเวลารอดูความชัดเจนอีกครั้ง” น.ส.สมพิศ กล่าวนายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย มองว่า การระงับประมูล 3จี กระทบกับเป้าหมายสินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโต 35% บ้าง แต่ไม่มากนัก เพราะก่อนหน้านี้ได้เผื่อความน่าจะเป็นไว้หลายทาง โดยธนาคารให้ความสำคัญกับเป้าหมายหลัก อย่างปัจจัยเศรษฐกิจ การส่งออกมากกว่า ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดี
อย่างไรก็ตาม การเกิดเหตุการณ์คล้ายกันถึง 2 เรื่องในปีเดียวกัน ทั้งกรณี มาบตาพุด และการระงับประมูล 3จี ส่งผลให้ต่อไป รัฐบาลต้องเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและนักลงทุนยิ่งขึ้น ไม่ทราบว่าด้วยวิธีใด แต่ต้องทำงานหนักขึ้น
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าการที่ธนาคารไม่ได้ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่จะลงทุนวางโครงข่าย 3จี อาจส่งผลกระทบบ้าง แต่ไม่มาก เพราะระบบเศรษฐกิจด้านอื่นยังขยายตัวได้ดี ดังนั้น ธนาคารคงเป้าสินเชื่อปีนี้ขยายตัว 56%
“
สินเชื่อหดตัวจากโครงการ 3จี เป็นเรื่องเล็ก โจทย์ใหญ่อยู่ที่ความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ โครงสร้างพื้นฐานมันไม่เอื้ออำนวย ยิ่งช้ายิ่งกระทบสินเชื่อในระยะถัดไป” นายบุญทักษ์นายสุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับ 3จี รวมกันเป็นหลักแสนล้านบาท แต่ไม่น่าส่งผลกระทบกับเป้าหมายสินเชื่อโดยรวม สำหรับยอดสินเชื่อ 8 เดือนแรก ของธนาคารขนาดใหญ่และกลาง ไม่รวมธนาคารเล็ก โดยเฉลี่ยเติบโต 5% จากสิ้นปีก่อน
สำหรับธนาคารกรุงไทย คาดว่าปีนี้สินเชื่อจะโตได้ถึง 15% จากสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และจะเติบโต 12% ในปีหน้า โดยลดลงจากฐานที่ใหญ่ขึ้น
ด้าน บล.กิมเอ็ง รายงานว่า ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพยังมั่นใจเป้าหมายสินเชื่อที่ 6% จากที่สินเชื่อไตรมาส 3 ที่แม้ทรงตัว แต่จะเติบโตสูงในไตรมาส 4 จากความต้องการเงินทุนหมุนเวียน การลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร และโครงการภาครัฐ ในฐานะธนาคารขนาดใหญ่ซึ่งมีความพร้อมทั้งทางด้านสภาพคล่องสูง สาขาต่างประเทศ ฐานะเงินทุนกองทุนแข็งแกร่งและมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ดี บริษัทคาดว่าสินเชื่อของธนาคารกรุงเทพทั้งปี จะเติบโตที่ 5.5% เฉพาะ 9 เดือนแรก คาดว่าเติบโต 2.76%
บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า สินทรัพย์สภาพคล่องในงบดุลของธนาคารพาณิชย์ไทยตามความหมายกว้าง1 (รวมเงินสด เงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น และเงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดย ณ สิ้นเดือนส.ค.2553 สภาพคล่องดังกล่าวมีจำนวน 2.14 ล้านล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจำนวน 7.16 หมื่นล้านบาท จากเดือนก.ค. เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นในองค์ประกอบอย่างเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้นเป็นหลัก ขณะที่เงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ และเงินสด ลดลงจากเดือนก่อน ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของสภาพคล่อง เกิดขึ้นในทุกกลุ่มธนาคาร
ด้านยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อสุทธิ ณ สิ้นเดือนส.ค. 2553 มีจำนวน 6.03 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.92 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่า ภาคธุรกิจและครัวเรือนต้องการสินเชื่อ สอดรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจ และเมื่อมองไปในระยะข้างหน้า แม้การเบิกใช้วงเงินสินเชื่อในบางภาคธุรกิจ จะได้รับผลกระทบบ้างจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจคู่ค้า แนวโน้มเงินบาทที่แข็งค่า รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ แต่คาดว่าการแข่งขันในตลาดสินเชื่อจะยังมีแนวโน้มเข้มข้นต่อเนื่อง ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีที่ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งคงจะพยายามเร่งขยายสินเชื่อเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่ตั้งไว้ค่อนข้างสูง
กล่าว







