
‘หยวนต้า’ กลับมาคราวนี้ พร้อมทวงบัลลังก์คืน
บงกชรัตน์ สร้อยทองการกลับมาของธุรกิจหลักทรัพย์ กลุ่มหยวนต้า เอเชีย ไฟแนนซ์เชียล เซอร์วิสเซส จากแดนไต้หวัน สู่ประเทศไทยอีกครั้ง หลังซื้อกิจการบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด จากกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรเมื่อครบวาระข้อตกลงหลังครั้งก่อน การกลับมาคราวนี้สร้างความสั่นสะเทือนให้วงการตั้งแต่เปิดตัว
บงกชรัตน์ สร้อยทอง
การกลับมาของธุรกิจหลักทรัพย์ กลุ่มหยวนต้า เอเชีย ไฟแนนซ์เชียล เซอร์วิสเซส จากแดนไต้หวัน สู่ประเทศไทยอีกครั้ง หลังซื้อกิจการบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด จากกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรเมื่อครบวาระข้อตกลงหลังครั้งก่อน การกลับมาคราวนี้สร้างความสั่นสะเทือนให้วงการตั้งแต่เปิดตัว
ในอดีต บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ถูกบริษัท กิมเอ็ง โฮลดิ้งส์ ในฐานะผู้ถือหุ้น บล.กิมเอ็ง สิงคโปร์ เข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2544 แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ต่อมาปี 2555 กิมเอ็ง สิงคโปร์ ขายหุ้นใหญ่ 44% ให้เมย์แบงก์ มาเลเซีย กลายเป็น บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) และเป็นแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งด้านค้าหลักทรัพย์
ความร้อนแรงของโบรกเกอร์เก่าที่กลับมารอบใหม่ เริ่มตั้งแต่มีข่าววงในว่าประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนใหม่ คือ "บุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์" อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่เคยทำหน้าที่ซีอีโอคู่ มนตรี ศรไพศาล ซีอีโอเมย์แบงก์มาตลอด ต่อมาเมื่อใกล้ครบกำหนดสัญญาเมย์แบงก์ให้เป็นเพียงที่ปรึกษา
กระแสข่าวว่าบุญพรดึงเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน (IC) และทีมงานต่างๆ รวมถึงนำการใช้ข้อมูลภายในของเมย์แบงก์เพื่อชิงตัวทีมงาน จนเป็นเรื่องที่เมย์แบงก์ต้องฟ้องสมาคมโบรกเกอร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และมีคดีความทางกฎหมายตามต่อเนื่อง
งานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการของหยวนต้าเมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ซีอีโอหญิงงดต่อกรถึงเรื่องสงครามแย่งตัว IC และคดีความ เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว ขอใช้เพียงกฎหมายตัดสิน
แถลงข่าวครั้งแรกเมื่อเดือน มี.ค. ผ่านมา 5 เดือน หากจะนับหลังหยวนต้าได้ตั้งหลักเปิดบริการอย่างเป็นทางการ ครบรอบ 1 ปี เธอบอกว่า การดำเนินงานของหยวนต้าถือว่าประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายเร็วกว่าที่กำหนดหลายด้าน
ตั้งแต่ส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ที่ทำได้แล้วกว่า 3% จากเดือน มี.ค.อยู่ที่ 0.6% และปี 2561 มีเป้าหมายจะมีส่วนแบ่ง 5-6% และอีกภายใน 3 ปี หรือปี 2563 ถึงเวลานั้นก็หวังขึ้นเป็น อันดับหนึ่งในอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) และจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ (SET) ต่อไป
ขณะที่ด้านการเปิดบัญชีลูกค้าจำนวนบัญชีเพิ่มเป็น 7 หมื่นบัญชี และเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ 50% จากเดิมอยู่ที่ 3.5 หมื่นบัญชี อีกทั้งสาขาที่ปัจจุบันขยายได้ถึง 32 สาขา ซึ่งถือว่าครอบคลุมทั่วประเทศแล้วกว่า 80% จากเดิมที่คาดว่าสิ้นปีจะมี 30 สาขา โดยมาจากฐานลูกค้าเก่าของเคเคเทรดแล้ว 12 แห่ง
สิ่งที่เธอย้ำ คือ "หยวนต้า" จะไม่ลงแข่งทางด้านลดค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชั่น) เด็ดขาด เพราะทำได้แล้วที่ 0.16% ซึ่งต้องดูต่อไปว่าในอนาคตจะเพิ่มหรือลดอย่างไร เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า การแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้ยังจะดุเดือดต่อไปตามกระแสและเทรนด์โลก ที่ค่าคอมมิชชั่นจะปรับลงเรื่อยๆ สุดท้าย ทุกอย่างจะเป็นการแข่งขันอย่างเสรี
สิ่งหนึ่งที่ทำให้บริษัทเดินหน้าได้เร็วกว่าแผน เพราะบริษัทแม่สนับสนุน เต็มที่ เนื่องจากบริษัทแม่มีเป้าหมายที่จะรุกธุรกิจโบรกเกอร์ไปในประเทศเอเชียแปซิฟิก และมีการเพิ่มทุนของไทยจนปัจจุบันมีฐานทุนจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง 4,500 ล้านบาท เพื่อรองรับกับการมีสินค้าบริการลูกค้าให้ครอบคลุม
ไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทมีแผนงานที่จะเปิดบริการสินค้าอื่นอีก ตั้งแต่ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) รวมถึงตราสารอนุพันธ์ที่บริษัทแม่มีความถนัดมาก และตัวแทนขายกองทุนรวมของบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทุกแห่ง อีกทั้งกำลังจะเพิ่มการให้ลูกค้าไปลงทุนหลักทรัพย์ในตลาดต่างประเทศอื่นเพิ่ม อย่างตลาดหุ้นเวียดนาม หลังจากที่เดือน ก.ค.เพิ่งเปิดให้ลูกค้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นฮ่องกง
สำหรับการเคลื่อนไหวของลูกค้าวงเงินในบัญชีกู้เงินเพื่อซื้อหุ้น (บัญชีมาร์จิ้น) ก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่มีบริการไว้รองรับผู้ลงทุนรายบุคคลที่เป็นรายใหญ่ เมื่อทุนจดทะเบียนแข็งแรงแล้ว หยวนต้ามีโอกาสปล่อยมาร์จิ้นได้สูงถึง 2.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงเป็นลำดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม หรือมาร์จิ้นลูกค้าหนึ่งคนมากกว่า 1,250 ล้านบาท โดยปัจจุบันปล่อยมาร์จิ้นไปแล้วกว่า 1,400 ล้านบาท
เมื่อเป็นโบรกเกอร์ใหม่ที่เข้ามา หยวนต้าไม่รีรอที่จะลุยในการลงทุนระบบไอที เดิมคาดว่าใช้เพียง 200 ล้านบาท และใช้งบไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท โดยมีระบบการซื้อขายจากเวนเดอร์ทุกเจ้ารองรับการบริการที่ครบวงจรทำให้ระบบหน้าบ้านและหลังบ้านแข็งแกร่งเพื่อสามารถแข่งขันให้ทันกับสถานการณ์การลงทุนที่เปลี่ยนแปลงเร็วแล้ว รวมถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมอนาคตที่จะแข่งดุเดือดมากขึ้น
เธออัดระบบโครงสร้างพื้นฐาน เต็มที่ เพราะเมื่อทุกอย่างเกิดประสิทธิภาพ ระบบก็เดินหน้าไปได้
หยวนต้าเปิดรับทุกคนที่มาทำงานกับบริษัท และพร้อมพัฒนาเจ้าหน้าที่ IC ที่มีอยู่กว่า 300 คน ให้เป็นเจ้าหน้าที่แนะนำการบริการความมั่งคั่ง (IP) ให้ได้ รวมทั้งส่วนงานนักวิเคราะห์ปัจจุบันก็รุกงานวิจัยและให้ข้อมูลกับประชาชนและลูกค้ามากที่สุด ครอบคลุมหุ้นทุกกลุ่ม รวมไปถึงหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ด้วย
"หยวนต้า" ใส่เกียร์เดินหน้าเพื่อ ให้เป็นที่รู้จักและได้รับการตอบรับจาก การบริการลูกค้าให้มากที่สุด ซึ่งต้องติดตามดูว่า การกลับมาของหยวนต้าครั้งนี้จะเรียกความตื่นตัวในอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ได้ต่อเนื่องหรือไม่ โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด







