posttoday
เปิดช่องเงินไหลออก แก้เงินบาทแข็งไม่ได้

เปิดช่องเงินไหลออก แก้เงินบาทแข็งไม่ได้

07 กันยายน 2560

พรสวรรค์ นันทะทิศทางการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา ไม่ค่อยเป็นผลบวกต่อการขยายตัวของภาคการส่งออก ซึ่งเป็นเสาค้ำยันของเศรษฐกิจไทยนัก

พรสวรรค์ นันทะ

ทิศทางการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา ไม่ค่อยเป็นผลบวกต่อการขยายตัวของภาคการส่งออก ซึ่งเป็นเสาค้ำยันของเศรษฐกิจไทยนัก

ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันแข็งค่าแล้ว 7-8% แข็งในลำดับต้นๆ ของสกุลเงินในภูมิภาค ทำให้ภาคส่งออกแข่งขันยาก เพราะราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับ คู่แข่ง ที่สำคัญยังทำให้รายได้ที่แปลงเป็นเงินบาทลดลง

รายได้ที่ลดลงมีส่วนทำให้เศรษฐกิจไทยโดยภาพรวมไม่ได้อานิสงส์จากภาคส่งออกที่ขยายสูงตามเศรษฐกิจโลกไม่มากนัก สะท้อนจากรายได้เงินเดือนของแรงงานในภาค ส่งออกที่ว่าดีๆ ก็ยังไม่ได้ปรับขึ้น บวกกับรายได้ภาคเกษตรที่ยังลุ่มๆ ดอนๆ ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศต่ำ ภาคธุรกิจไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนผลิตสินค้าเพิ่ม เนื่องจากยอดขายไม่เพิ่ม เศรษฐกิจรวมจึงยังโตกระจุก การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่คาดว่าปีนี้และปีหน้าจะโตสูงที่ 3.5-4% จึงไม่ค่อยส่งผลดีถึงเงินในกระเป๋าประชาชน

สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องใช้ฝีมือในการบริหารอย่างหนักที่จะชะลอการแข็งค่าของเงินบาทไม่ให้ผันผวนมากจนสร้างปัญหาต่อเศรษฐกิจ ซึ่งตั้งแต่ต้นปีก็ใช้มาตรการแทรกแซงอย่างอ่อนๆ มาตลอด ล่าสุด ธปท.เปิดช่องให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยอนุญาตให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขยายวงเงินสำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศเพิ่มเติม จากไม่เกิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อให้ผู้ลงทุนภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และบุคคลรายย่อยที่ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศผ่านตัวแทนการลงทุนในไทย เช่น กองทุนรวม และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฯลฯ ออกไปลงทุนได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

แม้ ธปท.จะยืนยันว่านี่เป็นมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุน ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อดูแลค่าเงินบาท แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเปิดให้เงินไหลออกย่อมลดแรงกดดันต่อเงินไหลเข้าที่มาทำให้เงินบาทแข็งค่าอย่างมากในขณะนี้

"ถ้าเงินทุนไหลออกไปได้มาก น่าจะส่งผลดีต่อทิศทางเงินบาทให้อ่อนค่าลงได้ แต่จากนี้ไปเงินทุนเคลื่อนย้ายจะไหลเข้าหรือไหลออก ยังคาดเดายาก ขึ้นกับปัจจัยภายนอก ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป" เมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าว

ธปท.รายงานดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายล่าสุด ณ เดือน ก.ค.ปีนี้ จากการที่เงินทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ หักลบกับเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าลงทุนในไทย ผ่านการลงทุนในหลักทรัพย์ ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ (บอนด์) การกู้ยืม และอื่นๆ แล้วพบว่าเงินทุนเดือนนี้ไหลเข้าสุทธิ 932 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.09 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการไหลเข้าครั้งแรกในรอบ 2 เดือน จากเดือน พ.ค.-มิ.ย. เงินทุนเคยไหลออก

อย่างไรก็ดี ต้นปีถึงปัจจุบันหรือตลอด 7 เดือนแรกของปีนี้ เงินทุนเคลื่อนย้ายยังไหลออกสุทธิ 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเดือน ม.ค. ไหลเข้าสุทธิ 2,879 ล้านดอลลาร์ เดือน ก.พ. ไหลออกสุทธิ 236 ล้านดอลลาร์ เดือน มี.ค. ไหลออกสุทธิ 7,004 ล้านดอลลาร์ เดือน เม.ย. ไหลเข้าสุทธิ 249 ล้านดอลลาร์ เดือน พ.ค. ไหลออกสุทธิ 3,794 ล้านดอลลาร์ เดือน มิ.ย. ไหลออกสุทธิ 3,339 ล้านดอลลาร์ และเดือน ก.ค. กลับมาไหลเข้าสุทธิ 932 ล้านดอลลาร์

ดูเหมือนการไหลออกของทีดีไอในช่วงที่ผ่านมา มีส่วนช่วยบรรเทาการแข็งค่าของเงินบาทได้บ้าง แต่จับสัญญาณจากนี้ไปทิศทางเงินทุนต่างชาติมีโอกาสไหลเข้ามากลุ่มประเทศตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ (อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต) รวมทั้งไทยมากขึ้น

จิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า การขายเพดานให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศได้มากขึ้น ไม่ได้ช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในระยะสั้น จนกว่าจะเห็นการไหลออกไปจริงๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเงินบาทในอนาคต เพราะที่ผ่านมาเพดานเดิม 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ใช้ไปจริงประมาณ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้น บวกกับแนวโน้มเงินทุนไหลเข้าจากความเชื่อมั่นเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดลง จึงเป็นไปได้ว่าเงินบาทจะแข็งค่าหลุดกรอบ 33 บาท ในเร็วๆ นี้ ไปอยู่แถวๆ 32.80-33.00 บาท จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 33.06-33.07 บาท

เช่นเดียวกับ พูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ทิศทางค่าเงินบาทในปีหน้าจะแข็งค่ามากขึ้น สิ้นปี 2561 อยู่ที่ 32.50 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างปีมีโอกาสเห็นเงินบาทแข็งค่าไปถึง 31 บาทได้ ส่วนสิ้นปีนี้อยู่ที่ 33.30 บาท ซึ่งเงินบาทแข็งค่ามากมักเกิดขึ้นในช่วงดุลการชำระเงินเป็นบวกมากๆ สะท้อนว่ามีความต้องการเงินบาทสูงจากการส่งออกขยายตัว และการท่องเที่ยวเติบโต ทำให้ปีนี้เงินบาทแข็งค่า

"การโฟกัสว่าเงินบาทแข็งเป็นผลจากแรงซื้อขายบอนด์ของนักลงทุนต่างชาติอาจมองผิดจุด เพราะแรงซื้อต่างชาติมีเพียง 10% ของดุลการชำระเงินทั้งหมด เทียบส่งออกและท่องเที่ยวมีสัดส่วน 50% ทำให้เงินบาทแข็งค่ามาจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทย และที่มองข้ามไม่ได้คือการที่คนไทยลงทุนต่างประเทศผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment Fund) หรือเอฟไอเอฟ ที่เติบโตต่อเนื่องจะกดดันค่าเงินในอนาคต เพราะบริษัทใหญ่มีความพร้อมลงทุนมากขึ้น และเห็นโอกาสที่ล้อไปกับอีอีซี ซึ่งอาจช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าได้เช่นกัน" พูน กล่าว

ด้าน อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สอดคล้องกับระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ทะลุ 1.9 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิจะสูงที่ 2.28 แสนล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งเงินทุนต่างชาติส่วนใหญ่เข้ามาในตลาดตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลัก เป็นพฤติกรรมของการเก็งกำไรในระยะสั้นอยู่ ขณะที่เข้ามาลงทุนหุ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ามาก

ปัจจัยที่ต้องติดตามดูเนื่องจากมีผลให้เงินพลิกออกไปต่างประเทศได้ และช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาได้ในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้ามี 2 ปัจจัย คือ เจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด รวมถึงคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ว่าจะลดงบดุลหรือลดการอัดฉีดที่ทำผ่านคิวอีจะส่งสัญญาณมากขึ้นหรือไม่ในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีมุมมองต่อทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอยู่

นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายลดภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ หลังประเด็นเพดานการก่อหนี้เลื่อนออกไปจากเดือน ก.ย.ปีนี้แล้ว แต่ต้องดูว่าการปรับลดภาษีนิติบุคคลจะเป็นไปได้แค่ไหน แม้จะไม่ได้ลดลงจาก 35% มาเหลือ 15% เหมือนที่หาเสียงไว้ก็อาจเห็นการลดลงบ้าง จาก 35% อาจเหลือ 20-25% ก็เป็นได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็อาจมีผลให้เงินไหลกลับเข้าสหรัฐมากขึ้น เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจที่แท้จริงของสหรัฐ และมีผลให้เงินดอลลาร์ปรับแข็งขึ้น

แม้จะยังมีการมองทิศทางค่าเงินบาทแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่สิ่งที่คาดได้แน่นอนคือ หากเงินไหลออกไปต่างประเทศมากขึ้นจะช่วยให้การดูแลปัญหาเงินบาทแข็งค่าของ ธปท.ทำได้ง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เพราะเงินไหลเข้าและออกนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก ซึ่งต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องย่อมเป็นที่ดึงดูดเงินทุนต่างชาติอย่างมาก แรงกดดันที่จะทำให้ค่าเงินบาทแข็งจึงยังคงมีต่อไป n

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ