
‘130 ปี มหาจุฬาฯ’
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) จัดงานวันที่ 13-17 ก.ย. 2560
โดย สมาน สุดโต
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) จัดงานวันที่ 13-17 ก.ย. 2560 ฉลอง 130 ปีที่เริ่มจุติ โดยมีทั้งการสัมมนาทางวิชาการเหลียวหน้าแลหลัง งานนิทรรศการ รวมทั้งงานวันอายุวัฒนมงคล พระพรหมบัณฑิต, ศ.ดร., อธิการบดี มจร ในวันที่ 16-17 ก.ย. 2560 ด้วย
สถานที่จัดงาน 130 ปี จัดที่ ณ อาคาร มวก. ๔๘ พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ขอเชิญผู้สนใจพร้อมทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ใหม่ไป เหลียวหลัง แลหน้า กันได้ครับ ในวันที่ 13-17 ก.ย. 2560
การเมืองเรื่องยุ่งในสำนักพุทธฯ
เรื่องที่ดังไม่หยุดในวงการพระพุทธศาสนา เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เท่านั้นยังไม่พอ ออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชา ลงนามให้ พ.ต.ท.พงศ์พร ไปช่วยราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานปลัดฯ ก็ไวทันใจมอบงานใหม่ให้รับผิดชอบในการตรวจราชการในเขตตรวจราชการที่ 8 ประกอบด้วย จ.สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.เป็นต้นไป นายตำรวจดีกรีนักกฎหมายโดนแบบนี้ ร่อนหนังสือโต้แย้งทันทีหนังสือ พ.ต.ท.พงศ์พร ลงวันที่ 6 ก.ย. 2560 มีความดังนี้
กระผมขอเรียนว่า 1.การรับโอนและการให้ไปช่วยราชการข้างต้นนั้น มิได้เป็นไปโดยความรู้เห็นหรือความสมัครใจของเจ้าตัว
2.เมื่อมติคณะรัฐมนตรีมีผลให้กระผม พ้นจากตำแหน่ง นับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ฉะนั้นกระผมจึงยังอยู่ในตำแหน่งนี้และมีอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งทุกประการ จนกว่าจะเข้าเงื่อนไขดังกล่าว
3.การขอและการ ให้ยืมตัวกระผมไปช่วยราชการ ทั้งที่รู้ว่าคณะรัฐมนตรีมีมติข้างต้น อาจขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี และอาจกระทบพระราชอำนาจได้
4.การอนุมัติให้ยืมตัวของท่าน พิจารณาเพียงว่าสำนักนายกรัฐมนตรีไม่เสียหาย แต่มิได้พิจารณาว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งไม่ได้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง (พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มาตรา 46) เสียหายหรือไม่
อนึ่ง การให้ยืมตัวหัวหน้าส่วนราชการ ขณะที่มีรองหัวหน้าส่วนราชการซึ่งใกล้เกษียณ (1 ต.ค. 2560) เหลือเพียงนายคนเดียวน่าจะทำให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีภารกิจกว้างขวางเสียหายได้
5.การอนุมัติให้ยืมตัวผมไปราชการ มิใช่กฎหมาย จึงไม่ทำให้กระผมพ้นจากตำแหน่งและเจ้าหน้าที่ในตำแหน่ง อีกทั้งในความเป็นจริงกระผมยังปฏิบัติราชการในตำแหน่งได้ โดยมิต้องนั่งประจำที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฉะนั้นการรักษาราชการแทนตาม คำสั่งที่อ้างถึงจึงยังไม่เกิด เพราะการรักษาราชการแทนเป็นไปโดยผลของกฎหมาย มิใช่การแต่งตั้งของผู้ใด
นอกจากนี้ การแต่งตั้งตามคำสั่งที่อ้าง ไม่จำเป็นต้องกระทำ เนื่องจากขณะนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพียงคนเดียว (พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 46)
6.การถือปฏิบัติตามคำสั่งที่อ้างถึงใน ขณะนี้ จะทำให้เกิดการปฏิบัติราชการโดยปราศจากอำนาจทางกฎหมาย ทำให้เสียหายแก่ราชการร้ายแรงได้
7.การแจ้งให้กระผมไปช่วยราชการ ยังมิได้กระทำโดยผู้บังคับบัญชา
ส่วน รมต.ออมสิน ชีวะพฤกษ์ ว่ามีอำนาจสั่งย้ายได้ ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองามว่าที่ย้ายก็เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามใหญ่โต
ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯ ต้องดำรงตำแหน่งเลขาธิการมหาเถรสมาคม หากขัดแย้งกันงานก็พัง คำถามมีว่าแล้ว พ.ต.ท.พงศ์พร กล้าขัดแย้งกับพระมหาเถระที่เป็นกรรมการ มส.ทีเดียวหรือ







