
ของปลอม ที่ร้านแจ็ค หม่า
ร้านค้าไร้พนักงานของแจ็ค หม่า กับคำถามจากคุณป้าชาวจีน "ทำไปทำไม? ตอบโจทย์ประชาชนหรือไม่?"
โดย ภากร กัทชลี เจ้าของเพจ "อ้ายจง" นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยซีเตี้ยน เมืองซีอาน มณฑลส่านซี
ร้านค้าไร้พนักงานของแจ็ค หม่า กับคำถามจากคุณป้าชาวจีน "ทำไปทำไม? ตอบโจทย์ประชาชนหรือไม่?"
เมื่อช่วงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีประเด็นที่ได้รับความสนใจทั้งในโลกโซเชียลจีนและไทยเป็นอย่างมากคือ มีคุณป้าชาวจีนคนหนึ่งตอบคำถามสัมภาษณ์ของสื่อจีน เกี่ยวกับร้านค้าไร้พนักงานของอาลีบาบาภายใต้การนำของแจ็ค หม่า เจ้าพ่ออี-คอมเมิร์ซในตอนนี้
โดยคุณป้าตอบคำถามในเชิงตั้งคำถามว่า "ร้านค้าไร้พนักงานของแจ็ค หม่า มีดีอย่างไรล่ะ? ทำไปทำไม?" เป็นคำถามที่ทำให้ผู้สื่อข่าวที่สัมภาษณ์ ถึงขั้นต้องชะงัก เพราะไม่รู้จะตอบอย่างไร
แต่คอลัมน์ "อ้ายจงเล่าจีน" มีคำตอบ เราลองมาร่วมวิเคราะห์และหาคำตอบไปด้วยกันครับ
ร้านค้าไร้พนักงานของแจ็ค หม่า ภายใต้ชื่อ "TaoCafe" ที่ได้เปิดตัวต้นแบบออกมา จนเป็นที่ฮือฮาในสังคมออนไลน์จีน และที่เปิดบริการจริงแล้วอย่าง BingoBox ที่ตอนนี้เปิดให้บริการในหลายเมือง เช่น เซี่ยงไฮ้ ซีอาน ร้านค้าไร้พนักงาน นอกจากจะดึงดูดให้คนใช้บริการด้วยเทคโนโลยี อีกสิ่งที่นำมาดึงดูดคือ "ราคาสินค้า"
สินค้าในร้านลักษณะนี้จะราคาถูกกว่าปกติ เพราะมีการลดต้นทุนในการจ้างพนักงานประจำร้าน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะทำทุกอย่างแบบไม่ใช่คนเลย ในส่วนของสต๊อกสินค้าก็ยังมีพนักงานที่เป็นมนุษย์มาคอยดูแล เติมสินค้า เช็กสินค้า และยังมีพนักงานที่ทำงานเบื้องหลังอีกจำนวนไม่น้อย เช่น พนักงานที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยและรับแจ้งปัญหาแบบทางไกลผ่านทางกล้องวงจรปิดภายในร้าน
สำหรับอีกประเด็นที่น่าสนใจที่คุณป้าคนนี้กล่าวขึ้นมาในการให้สัมภาษณ์คือ "ของปลอม" เมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ มีการเปิดร้านค้าแบบใหม่ที่มันต่างจากที่เราเคยชิน มันมีอะไรแตกต่าง หรือดีขึ้นอีกไหมล่ะ สำหรับเรื่องราคาก็ตามที่อธิบายข้างต้น ในเรื่องของประเด็นของปลอมก็เป็นอีกประเด็นที่ถือว่าสำคัญมากนะ เพราะในจีนเนี่ย อย่างที่รู้คือ มีข่าวของปลอมอยู่ตลอด
ประเด็นนี้ขอให้ข้อมูลในส่วนของเครืออาลีบาบาของแจ็ค หม่า คือ แจ็ค หม่า และอาลีบาบาของเขาเนี่ยมีคำว่า "ของปลอม" เป็นเงาตามตัวอยู่ตลอด ภายใต้ชื่อเสียงที่มากขึ้นตลอดก็ยังมีชื่อเสียตรงนี้ที่ทุกคนคอยซุบซิบและพูดถึงเรื่อยๆ โดยแจ็ค หม่า เองก็พยายามที่จะแก้ไขตรงนี้ตลอด
โดยเมื่อปลายปี 2015 ที่ผ่านมา ทาง Alibaba แต่งตั้ง Matthew Bassuir อดีตผู้บริหาร Apple ที่เคยดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ให้กับ Apple ให้มาคุมทีมดูแลและจัดการปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์-ทรัพย์สินทางปัญญาให้กับ Alibaba โดยเฉพาะ โดยให้ประจำอยู่ที่สำนักงานที่นิวยอร์ก เพื่อติดต่อกับแบรนด์ต่างๆ ซึ่งเริ่มทำงานในเดือน ม.ค. 2016
การแต่งตั้ง Mathew Bassuir จึงถือเป็นสัญญาณที่ทาง Alibaba ส่งถึงทั่วโลกว่าเขากำลังเอาจริงกับปัญหานี้
และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา อาลีบาบาก็ทำการฟ้องร้อง ร้านค้าผู้ขายของปลอมใน Taobao แพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์ชื่อดังของเขา พร้อมทั้งประกาศเอาจริงในการฟ้องร้องกับรายอื่นๆ รวมถึงใช้เทคโนโลยี Big Data (ข้อมูลขนาดใหญ่) และ AI (ปัญญาประดิษฐ์) เข้ามาช่วยในเรื่องนี้ เพื่อหาสินค้าปลอมในแพลตฟอร์มของเขา แต่ต้องยอมรับว่าก็ยังไม่สามารถกำจัดของปลอมได้ 100%
แม้ แจ็ค หม่า จะไม่ได้ออกมาการันตีแน่นอนว่า ร้านค้าไร้พนักงานของเขาจะไม่มีของปลอมแน่นอน แต่จากที่เล่ามาข้างต้นก็พอจะการันตีได้ในระดับหนึ่ง เพราะเอาเข้าจริงตามร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป เราก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า มีของปลอมแฝงมาหรือไม่
แต่อย่างน้อยเราก็คงได้เห็นความพยายามของชายชื่อ แจ็ค หม่า ที่แม้จะโดนกระหน่ำจากทุกคนว่า แพลตฟอร์มของเขาเป็นแพลตฟอร์มที่มีของปลอมจำนวนมาก แต่เขาก็พยายามทุกทางเพื่อลบข้อครหานี้







