posttoday
โมบายคอมเมิร์ซฮอต

โมบายคอมเมิร์ซฮอต

09 กันยายน 2560

สถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกไทยอีก 3 ปีข้างหน้า (2560-2562) คาดเฉลี่ยเติบโตปีละ 4-6% แตกต่างจากอดีตที่สามารถเติบโตปีละ 7-8%

โดย รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

สถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกไทยอีก 3 ปีข้างหน้า (2560-2562) คาดเฉลี่ยเติบโตปีละ 4-6% แตกต่างจากอดีตที่สามารถเติบโตปีละ 7-8% เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคหันไปช็อปปิ้งผ่านออนไลน์ จึงคาดว่าอี-คอมเมิร์ซในไทยในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเติบโต 30-40% จากปกติเติบโต 20% นั่นคือปัจจัยผลักดันให้ธุรกิจค้าปลีกต้องทรานส์ฟอร์มไปสู่ยุครีเทล 4.0

ปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ เปิดเผยว่า แนวโน้มที่ ธุรกิจค้าปลีกต้องจับตามองและ เกิดขึ้นทั่วโลก ช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ในขณะนี้ไม่เติบโตทั้งคู่ แต่การเติบโตมาจากช่องทางโมบายคอมเมิร์ซ เพราะผู้บริโภคยุค 4.0 สมาร์ทโฟนเป็นตัวกำหนดไลฟ์สไตล์ทั้งการ ช็อปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง ทุกอย่างทำบนมือถือทั้งสิ้น ซึ่งคนไทยใช้เวลาออนไลน์ 7-8 ชั่วโมง

ขณะที่การปรับตัวของเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งมี 1 หมื่นสาขา และเป้าหมายในปี 2564 เพิ่มเป็น 1.3 หมื่นสาขา การเชื่อมโลกจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ จะมุ่งเน้นแพลตฟอร์มโมบาย-คอมเมิร์ซมากขึ้น พร้อมกับสร้างช่องทางชำระเงินรูปแบบอี-มันนี่ผ่านทางเครือข่ายของทรู ซึ่งมีฐานลูกค้า 30 ล้านคน พร้อมกับใช้บิ๊กดาต้าในเครือทั้งหมด วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อตอบสนองทุกช่องทาง

อำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ กล่าวว่า บริษัทวางแผนลงทุนซอฟต์แวร์ระบบหลังบ้านทั้งหมดเพิ่มอีก 200 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ลงทุนไปแล้ว 200 ล้านบาท อาทิ วางระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ การนำคิวอาร์โค้ดมาใช้เพื่อให้พนักงานที่มีร่วม 1.4 แสนคน สามารถนำสินค้าจากหลังร้านได้อย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ ในส่วนของ 24 ช็อปปิ้ง ช่องทางขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ เปิดตัวแพลตฟอร์มการช็อปปิ้งผ่านทางโมบายคอมเมิร์ซผ่านทางระบบไอโอเอสและกำลังจะเปิดระบบแอนดรอยด์กลางเดือน ต.ค.เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของลูกค้า พบว่าหันมาซื้อสินค้าผ่านทางโมบายในสัดส่วนถึง 70%

"สิ่งที่กังวล ไทยเข้าสู่อี-คอมเมิร์ซ คือ กฎหมายของรัฐบาลตามไม่ทัน พฤติกรรมของลูกค้าแตกต่างกันพบว่า เจเนอเรชั่นเอ็กซ์ ไม่กล้าใช้บัตรการชำระเงิน และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคนจะมีการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแพลตฟอร์มจะต้องรองรับกับความเปลี่ยนแปลง"

ด้านมุมมองซัพพลายเออร์สินค้าอุปโภคบริโภค อาณัติ จุลินทร ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เนสท์เล่ กล่าวว่า ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยเป็นตลาดใหญ่และมีศักยภาพ จากการที่คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 47 ล้านคน และมีมือถือ 90 ล้านเลขหมาย ที่ผ่านมานโยบายของบริษัทแม่ให้เนสท์เล่ประเทศต่างๆ ปรับตัว โดยเฉพาะการเพิ่มงบสื่อโฆษณาดิจิทัลเพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้ใช้ราว 25%

สำหรับช่องทางอี-คอมเมิร์ซ สินค้าอุปโภคบริโภคยังไม่ได้แจ้งเกิดเร็วอย่างที่คิด ในตลาดโลกอยู่ในกลุ่มสินค้าอันดับ 12 ส่วนอันดับ 1 ยังเป็นสินค้าแฟชั่น พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคในเซ็กเมนต์เพื่อความงามและเพอร์ซันนัลแคร์เติบโตในอี-คอมเมิร์ซได้ดีกว่าเซ็กเมนต์อื่นๆ ส่วนในไทยกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับที่เติบโตในออนไลน์มีด้วยกัน 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็ก และกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง

"กรณีศึกษาของเนสท์เล่ รุกช่องทางการขาย 3 แพลตฟอร์ม ทั้ง แบรนด์ดอทคอม ช่องทางมาร์เก็ตเพลส และออนไลน์ไฮเปอร์มาร์เก็ต แต่สองช่องทางหลังจำหน่ายไม่ดี เพราะ สินค้าไม่มีความแตกต่างกัน คีย์หลักของการทำอี-คอมเมิร์ซ ต้องทำให้ลูกค้า เห็นสินค้าและค้นหาให้เจอ การสร้างคอนเทนต์ รูปของสินค้าใหม่ สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์ และตอบโจทย์ คือผู้บริโภคเชื่อแบรนด์แค่ 1% และ 90% การซื้อสินค้ามาจากคอมเมนต์หรือรีวิว"

สุวรรณดี ไชยวรุตม์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสาหร่ายทอดกรอบเถ้าแก่น้อย กล่าวว่า การขายสินค้าผ่านออนไลน์ ลูกค้าจะเข้าถึงได้ทันที ความเร็วจึง เป็นหัวใจของการทำตลาดในยุคนี้ การสร้างคอนเทนต์ต้องสม่ำเสมอ มีความหลากหลาย พร้อมกับการใช้อินฟลูเอ็นเซอร์ทำให้สินค้าเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและเร็วขึ้น

ปีนี้ธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มโต 2.8-3% และไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อโลกสู่ยุคดิจิทัล สิ่งที่ต้องทำมากที่สุดคือการปรับปรุงให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเอาลูกค้าเป็นที่ตั้ง ผู้ใดเปลี่ยนช้าจะกลายเป็นผู้ตาม และตลาดตกเป็นของคนอื่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท