
ขนส่งอาเซียนโต5%
สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เผยการลงทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยเชื่อมโยงตลาดซีแอลเอ็มวีมากขึ้นคาดการลงทุนปลายปีนี้ โต 5-10%
สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เผยการลงทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยเชื่อมโยงตลาดซีแอลเอ็มวีมากขึ้นคาดการลงทุนปลายปีนี้ โต 5-10%
นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ของไทย มีอยู่ประมาณ 2.3 แสนราย รวมจำนวนยานยนต์ ประมาณ 1 ล้านคัน โดยเป็นผู้ประกอบการ ที่เป็นสมาชิกในสหพันธ์ฯ จำนวน 1 แสนราย โดยรูปแบบการลงทุนในภาคส่วนขนส่ง โลจิสติกส์จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับประเทศ เพื่อนบ้านมากขึ้น พบว่า มีผู้ประกอบการ โลจิสติกส์ไทยบุกตลาดซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วยกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม แล้วประมาณ 2 หมื่นราย
"การลงทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยรุกตลาดซีแอลเอ็มวีมากขึ้น คาดว่าสิ้นปีนี้ การขยายธุรกิจยังประเทศเพื่อนบ้านจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% ด้านการลงทุนโลจิสติกส์ ในประเทศปลายปี 2560 คาดเติบโต 10% มูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท" นายทองอยู่ กล่าว
ทั้งนี้ การเติบโตของการลงทุนด้าน โลจิสติกส์ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และข้อกำหนดด้านกฎหมาย ซึ่งตลาดโลจิสติกส์เป็นอุตสาหกรรมอันดับที่ 3 ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศมาก ที่สุด สำหรับแนวทางการสนับสนุนจากภาค รัฐ มองว่าภาคส่วนโลจิสติกส์เติบโตควบคู่ กับภาคส่วนการขนส่ง อุตสาหกรรมการค้า และอี-คอมเมิร์ซ ดังนั้นควรปรับใช้นโยบายสนับสนุนการเติบโต และเชื่อมโยงแต่ละภาคส่วนควบคู่กันไป
นายทองอยู่ กล่าวต่อว่า รูปแบบธุรกิจด้านการขนส่งโลจิสติกส์ได้เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีปัจจุบัน ดังนั้นผู้ประกอบการภาคส่วนโลจิสติกส์ของไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยนำนวัตกรรมมาปรับใช้กับธุรกิจ เช่น การใช้ระบบจีพีเอสยกระดับความปลอดภัยการใช้รถและถนน เพื่อลดอุบัติเหตุ ตรวจสอบการบรรทุกน้ำหนักเกิน และบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน
อย่างไรก็ดี ทางสหพันธ์การขนส่งทาง บกแห่งประเทศไทยได้รับนโยบายการพัฒนา ผ่านกรมการขนส่งทางบก เน้นส่งเสริม ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งก่อนหน้ากรมการขนส่งทางบกมีนโยบายให้รถบริการสาธารณะทุกคันติดตั้งระบบ จีพีเอสแล้วเสร็จภายในปีนี้







