
โลกออนไลน์ ผู้ค้าปลีกไทยปรับตัวเร็ว
แม้การแข่งขันรุนแรงขึ้นจากการรุกคืบของผู้ประกอบการค้าปลีกออนไลน์ แต่การปรับตัวของผู้ค้าปลีกไทยดั้งเดิม
โดย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส
แม้การแข่งขันรุนแรงขึ้นจากการรุกคืบของผู้ประกอบการค้าปลีกออนไลน์ แต่การปรับตัวของผู้ค้าปลีกไทยดั้งเดิม และเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญานฟื้นตัว ยังหนุนให้ผู้ค้าปลีกไทยเติบโตได้ต่อเนื่อง เช่น บริษัท คอมเซเว่น (COM7) ที่กำไรเติบโตมากกว่ากลุ่ม และหุ้นที่ราคายังต่ำเทียบกลุ่มบริษัท โฮมโปรดักส์เซ็นเตอร์ (HMPRO) และบริษัท โรบินสัน (ROBINS)ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐ (ณ สิ้นปี 2559) และจีน (ณ สิ้นปี 2558) เริ่มมีการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ราว 8% และ 13% ของมูลค่าตลาดค้าปลีกรวม ตามลำดับ
ปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในสหรัฐ คือ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น อาทิ ระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบโลจิสติกส์ และกฎหมายรองรับแฟชั่น คือสินค้ายอดนิยมค้าปลีกออนไลน์ กดดันห้างสรรพสินค้า/ร้านค้าปลีก ขนาดใหญ่ สินค้าที่นิยมซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ในสหรัฐกระจุกตัวในกลุ่มแฟชั่น สัดส่วน 22% กลุ่มของเล่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเกม 12% กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ มีสัดส่วน 10% และกลุ่มเวชภัณฑ์และความงาม มีสัดส่วน 7% ของมูลค่าค้าปลีกรวม ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ผู้ค้าปลีกห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีกขนาดใหญ่จำหน่าย ทำให้ยอดขายสาขาเดิมแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ และโดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ทำให้หลายรายต้องปิดสาขา และหันไปมุ่งเน้นการขายออนไลน์แทน ผู้ค้าปลีกไทยมีการปรับตัวเตรียมรับมือกับธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ในไทย
แม้กำไรสุทธิกลุ่มปี 2560 จะสูงกว่าตลาด แต่เป็นเพราะบริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ (BJC) รับรู้ผลบวกจากการรวมงบบริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) จึงให้น้ำหนักการลงทุน เท่ากับตลาด และเลือกหุ้นที่เติบโตสูงกว่ากลุ่ม คือ COM7 ราคาเหมาะสม 15.5 บาท ที่กำไรปี 2560-2561 เติบโต 29% และ 31% ตามลำดับ ตามมาด้วยหุ้นที่ยังราคายังถูกกว่ากลุ่ม คือ HMPRO ราคาที่เหมาะสม 11.7 บาท ที่กำไรปี 2560-2561 เติบโต 20% และ 16% ตามลำดับ และ ROBINS ราคาที่เหมาะสม 67 บาท กำไรปี 2560-2561 เติบโต 8% และ 11% ตามลำดับ เลือกเป็นหุ้นที่แนะนำของกลุ่มค้าปลีก







