
วิธีคิดของคนไทย (1)
วิฑูรย์ สิมะโชคดีผมมีโอกาสได้นั่งฟังการนำเสนอผลงานการวิจัยเล็กๆ เรื่อง "วิธีคิดของคนไทย ปัญหาใหญ่ที่ไม่มีใครมองเห็น และแนวทางแก้ไข" ของผู้เข้าอบรมในหลักสูตร "นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน" (วธอ.) รุ่นที่ 4 เมื่อเร็วๆ นี้ เห็นว่ามีประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อย จึงขอสรุปเพื่อเล่าสู่กันฟังดังนี้
วิฑูรย์ สิมะโชคดี
ผมมีโอกาสได้นั่งฟังการนำเสนอผลงานการวิจัยเล็กๆ เรื่อง "วิธีคิดของคนไทย ปัญหาใหญ่ที่ไม่มีใครมองเห็น และแนวทางแก้ไข" ของผู้เข้าอบรมในหลักสูตร "นักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน" (วธอ.) รุ่นที่ 4 เมื่อเร็วๆ นี้ เห็นว่ามีประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อย จึงขอสรุปเพื่อเล่าสู่กันฟังดังนี้
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมระหว่างประเทศ เป็นประเทศที่มีภัยพิบัติทางธรรมชาติน้อย มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยาวนาน
ดังนั้น เราน่าจะไปได้ดีกว่าทุกวันนี้มากๆ แต่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ได้มีพัฒนาการในด้านต่างๆ มากเท่าที่ควร กลับปรากฏว่าเรากลายเป็นประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ที่เต็มไปด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จนมีพัฒนาการที่ล้าหลังกว่าประเทศที่เคยเป็นคู่แข่ง เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน เป็นต้น
สาเหตุหลักประการหนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุในระดับรากเหง้าของปัญหาพัฒนาการที่เชื่องช้า และไม่ยั่งยืนของประเทศไทย ได้แก่ ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่อการพัฒนาประเทศของคนไทย เช่น "มาแบบไทย ไปแบบฝรั่ง" ที่สะท้อนถึงความไม่ตรงต่อเวลา และความไม่รับผิดชอบของคนไทย พฤติกรรมดังกล่าวเป็นผลมาจาก "วิธีคิด" หรือทัศนคติที่ไม่เหมาะสมของคนไทย
ถ้าพิจารณาตามหลักการบริหารจัดการทั่วไปแล้ว ทรัพยากรที่จำเป็นในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยทรัพยากรหลัก 4 ประเภท หรือ 4 M ซึ่งประกอบด้วย 1.คน (Man) 2.เครื่องจักร (Machine) 3.วัตถุดิบ (Material) และ 4.วิธีการ (Method)
ในบรรดาทรัพยากรทั้ง 4 ประเภทนี้ คน (ทรัพยากรมนุษย์ หรือทุนมนุษย์) เป็นทรัพยากรหรือทุนที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาด้านต่างๆ เนื่องจากคนเป็นผู้ใช้และบริหารทรัพยากรอื่นๆ ทุกชนิด
การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงต้องเริ่มที่การพัฒนาที่รากฐานที่แท้จริง คือ การพัฒนาคน หรือพลเมืองของประเทศนั้นๆ โดยเริ่มจากการปลูกฝังวิธีคิด (หรือทัศนคติ หรือค่านิยม) ที่ถูกต้อง เนื่องจากทัศนคติจะเป็นตัวขับเคลื่อนพฤติกรรมหรืออุปนิสัยของคน และพฤติกรรมของคนจะนำไปสู่ผลการปฏิบัติงานของคนหรือองค์กร
แต่ที่ผ่านๆ มา แม้จะมีผู้ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา ดังกล่าว โดยได้สำรวจหรือระบุถึงนิสัยที่พึงประสงค์ หรือไม่พึงประสงค์ของคนไทยหลายประการเพียงคร่าวๆ แต่ยังขาดการสำรวจวิจัยหรือมีหลักฐานเชิงนโยบายที่เป็นระบบและเป็นรูปธรรมในการพัฒนา "วิธีคิดที่พึงประสงค์ต่อการพัฒนาประเทศ" อย่างยั่งยืนของคนไทย
ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาข้างต้น คณะนักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน (วธอ.) รุ่นที่ 4 จึงทำการศึกษาวิธีคิดและพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศของคนไทย โดยสรุปว่า "วิธีคิดของคนไทย" ที่สมควรปรับปรุง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีสากล มีด้วยกัน 5 ด้าน คือ (1) การรักการเสี่ยงโชค (2) การใช้จ่ายเกินตัว (3) การขาดเป้าหมายในชีวิต (4) การขาดจิตสำนึกต่อส่วนรวม และ (5) ระบบการศึกษาที่มีปัญหา
เรื่องนี้ต้องต่อกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ครับผม!







