
เงินไหลเข้าRMF-LTF
บลจ.กรุงไทย คาดโค้งท้ายปีเงินไหลเข้ากองทุน RMF-LTF 2-3 หมื่นล้าน คงเป้าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 1,668 จุด แนวโน้มตลาดตราสารหนี้ผลตอบแทนหด
บลจ.กรุงไทย คาดโค้งท้ายปีเงินไหลเข้ากองทุน RMF-LTF 2-3 หมื่นล้าน คงเป้าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 1,668 จุด แนวโน้มตลาดตราสารหนี้ผลตอบแทนหด
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์ช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะเดือน พ.ย.-ธ.ค. เงินไหลเข้ากองทุนลดหย่อนภาษี 2 ประเภท คือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ใกล้เคียงกับทุกปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ช่วงต้นปีทั้งอุตสาหกรรมมีเงินไหลออก แต่ก็มีนักลงทุนบางส่วนที่ไม่ถอนการลงทุนหรือออมต่อแม้ลงทุนครบอายุ ส่วนที่ไหลออกไปนั้นพบว่า นักลงทุนบางส่วนนำไปเป็นค่าใช้จ่าย และกลับมาลงทุนต่อในช่วงปลายปี
นางชวินดา กล่าวว่า นักลงทุนที่ถอนเงินออกจากกองทุน RMF และ LTF บางส่วนนั้น เนื่องจากปีก่อนหน้าหุ้นไทยปรับตัวขึ้นประมาณ 20% ซึ่งเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในโลก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่ในรอบ 8 เดือนมานี้หุ้นไทยทรงตัว ขณะที่คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทย สิ้นปีนี้ปิดที่ระดับ 1,668 จุด โดยมองว่ายังมีโอกาสในการลงทุน
สำหรับทิศทางการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี บลจ.กรุงไทย มองว่าตลาดตราสารหนี้ไทยจะได้รับผลกระทบ จากเงินไหลเข้ามาซื้อพันธบัตร ทำให้ ราคาหน้าตั๋วพันธบัตรสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผล กระทบต่ออัตราผลตอบแทน (ยิลด์) ที่แคบลง เนื่องจากนักลงทุนต่างประเทศมองไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัย ส่งผลให้เงินไหลเข้ามาพักในตลาดพันธบัตร
"แนวโน้มค่าเงินบาทจะแข็งค่า ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.5% ของสหรัฐอยู่ที่ 1.3% จะเห็นว่าต่างกันไม่มาก ดังนั้นเงินที่ไหลเข้าพันธบัตรไทย ทำให้ต่างชาติหาผลตอบแทน 2 ด้าน คือ กำไรจากค่าเงิน และกำไรจากราคาตราสารหนี้" นางชวินดา กล่าว







