posttoday
เปิดกลยุทธ์เซ็นทารา มุ่งมั่นสไตล์ ‘ช้าแต่ชัวร์’

เปิดกลยุทธ์เซ็นทารา มุ่งมั่นสไตล์ ‘ช้าแต่ชัวร์’

06 กันยายน 2560

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรามักจะได้เห็น เครือโรงแรมไทยออกไปตะลุยโลกกว้าง ปักหลักแบรนด์ตัวเองในต่างแดนเป็นทิวแถว ทั้งในรูปแบบการรับบริหาร รวมทั้งการร่วมลงทุนหรือแม้กระทั่งลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งเครือเซ็นทาราก็เป็นหนึ่งในนั้น

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรามักจะได้เห็น เครือโรงแรมไทยออกไปตะลุยโลกกว้าง ปักหลักแบรนด์ตัวเองในต่างแดนเป็นทิวแถว ทั้งในรูปแบบการรับบริหาร รวมทั้งการร่วมลงทุนหรือแม้กระทั่งลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งเครือเซ็นทาราก็เป็นหนึ่งในนั้น

รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เปิดเผยว่า การขยายโรงแรมของกลุ่มเซ็นทารา จะเป็นไปอย่างระมัดระวัง ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ขยายตัวในเชิงรุกมากๆ เมื่อเทียบกับกลุ่มโรงแรมไทยอื่นๆ ซึ่งมีบางกลุ่มที่เห็นได้ชัดในตลาด ได้เพิ่มทุนมาต่อเนื่องช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เงินทุนใหญ่กว่าสามารถขยายตัวได้เร็ว

ขณะที่การไปต่างประเทศของเซ็นทาราจะเน้นไปที่การรับบริหารโรงแรมก่อน เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับตลาดนั้นๆ แล้ว จึงจะเข้าไปลงทุนเอง ตัวอย่างที่เห็นชัด ก็คือ มัลดีฟส์ ที่เซ็นทาราเริ่มต้นจากการรับบริหารโรงแรมที่มัลดีฟส์ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็นตลาดที่น่าพอใจก็เข้าไปลงทุนเอง โดยโรงแรมแรกในมัลดีฟส์ที่ลงทุนเองเป็นการไปซื้อกิจการจากเจ้าของเดิมมา ส่วนโรงแรมแห่งที่ 2 เป็นการลงทุนเพิ่มหลังจากซื้อโรงแรมแรกไป 3 ปี

"สไตล์ของเซ็นทารา คือ ค่อยๆ รุก เพราะกลยุทธ์แบบนี้จะทำให้เซ็นทาราเจ็บตัวน้อย" รณชิต กล่าว

สำหรับการลงทุนล่าสุดในต่างประเทศของเซ็นทารา คือ การร่วมทุนกับนาคีล ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) พัฒนารีสอร์ทริมชายหาด 550 ห้อง ที่มีสวนน้ำขนาดใหญ่ในรีสอร์ท บนเกาะเดียร่า ในดูไบ มูลค่าโครงการ 500 ล้านเดอร์แฮม หรือเกือบ 5,000 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ เซ็นทารา เดียร่า ไอส์แลนด์ บีช รีสอร์ท ดูไบ คาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการในปี 2562

ปัจจุบันเซ็นทารามีโรงแรม 37 แห่ง เปิดให้บริการอยู่ในไทย 32 แห่ง ต่างประเทศ 5 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงแรมที่เป็นเจ้าของ 15 แห่ง ส่วนอีก 22 แห่งเป็นการรับบริหาร ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเตรียมเปิดให้บริการในอนาคตมีอยู่ 17 แห่ง อยู่ในไทย 6 แห่ง และต่างประเทศ 11 แห่ง ซึ่งจะทยอยเปิดในช่วงที่เหลือของปีนี้ไปจนถึงปี 2562 หมายความว่าเซ็นทาราจะมีโรงแรม 54 แห่งในปี 2562

"โรงแรมโคซี่ สมุย ซึ่งเป็นโรงแรมแบรนด์ใหม่ระดับ 3 ดาวของเซ็นทารา น่าจะเปิดได้เดือน พ.ย.นี้ตามแผนที่วางไว้ นอกจากนี้ยังมีโรงแรมที่รับบริหารไว้ในประเทศกาตาร์ ที่น่าจะเปิดตัวได้เดือน มี.ค. 2561 ขณะที่โรงแรมที่เซ็นสัญญารับบริหารในจีนไปแล้วจะเปิดให้บริการปีหน้าเช่นกัน" รณชิต กล่าว

ที่ผ่านมา เซ็นทาราสนใจจะไปขยายโรงแรมในญี่ปุ่นเพื่อรองรับการที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2563 ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาตลาด เพราะการลงทุนในญี่ปุ่นได้ผลตอบแทนคืนมาไม่สูงมาก เนื่องจากเป็นตลาดที่ขยายตัวมาดีแล้ว อีกทั้งค่าครองชีพ ค่าแรงก็แพง การไปทำโรงแรมในประเทศลักษณะนี้ ต้องคำนึงถึงข้อดีที่มีเปรียบเทียบกับข้อเสีย

ทั้งนี้ ทิศทางธุรกิจโรงแรมในเครือเซ็นทาราปีนี้ตั้งเป้าหมายมีรายได้จากธุรกิจโรงแรม 9,000 ล้านบาท อาหาร 1.1 หมื่นล้านบาท รวมกันเป็นกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท โดยที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้มาจากอาหาร 53% โรงแรม 47% ซึ่งบริษัทวางเป้าหมายต้องการทำให้สัดส่วนรายได้จาก 2 ธุรกิจนี้เท่าๆ กัน ขณะที่กำไรที่ผ่านมานั้นมาจากอาหาร 30% โรงแรม 70% สะท้อนให้เห็นชัดว่า ธุรกิจโรงแรมนั้นสร้างส่วนต่างกำไรได้ดีกว่าอาหาร

จากแนวโน้มการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีนี้ที่น่าจะสดใส รณชิต คาดว่าปีนี้ธุรกิจโรงแรมของเครือเซ็นทาราจะรักษาระดับอัตราเข้าพักเฉลี่ยไว้ที่ 81-82% ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยครึ่งปีแรกทำอัตราเข้าพักเฉลี่ยไปแล้วที่ 83% ขณะที่รายได้ต่อห้องพักตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเติบโตได้ 2-3%

รณชิต ทิ้งท้ายว่า ดูจากยอดเข้าพักเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาทั้งกลุ่ม แตะ 90% ก็เห็นทิศทางท่องเที่ยวไตรมาส 4 ว่าคงจะดี เพราะตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ก็เริ่มเติบโตดีขึ้น การท่องเที่ยวโตต่อเนื่อง จากตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับมา ตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียที่กลับมาแล้ว

ทั้งหมดนี้ คือ การลงทุนและการทำธุรกิจในวิถีเซ็นทาราที่ขอช้าแต่ชัวร์

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ