posttoday
เส้นทางการลงทุนจากแดนมังกร

เส้นทางการลงทุนจากแดนมังกร

05 กันยายน 2560

ชลิดา แท่งเพ็ชร และ วรินี วงศ์อุไรธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาจีนเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนต่อเนื่องในไทยและขยับอันดับการลงทุนขึ้น จากที่เคยมีสัดส่วนยอดคงค้างการลงทุนในไทยร้อยละ 0.5 ต่อการลงทุนโดยตรงจากทุกประเทศในปี 2006 เป็นร้อยละ 1.8 ในปี 2016 และกลายมาเป็นผู้ลงทุนลำดับที่ 9

ชลิดา แท่งเพ็ชร และ วรินี วงศ์อุไรธนาคารแห่งประเทศไทย

ในช่วงที่ผ่านมาจีนเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนต่อเนื่องในไทยและขยับอันดับการลงทุนขึ้น จากที่เคยมีสัดส่วนยอดคงค้างการลงทุนในไทยร้อยละ 0.5 ต่อการลงทุนโดยตรงจากทุกประเทศในปี 2006 เป็นร้อยละ 1.8 ในปี 2016 และกลายมาเป็นผู้ลงทุนลำดับที่ 9

การลงทุนของจีนในไทยส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกสินค้า กระจายความเสี่ยง และร่วมดำเนินโครงการกับภาครัฐ ทั้งนี้เพื่อให้ไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเข้ามาลงทุนของจีน ภาครัฐควรสร้างสภาวะแวดล้อมที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง รวมทั้งติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเข้ามาลงทุนของจีนอีกด้วย

บทบาทการลงทุนโดยตรงของจีนในไทย

หากมองในมุมของไทยโดยพิจารณามูลค่ายอดคงค้างการลงทุนโดยตรงในไทย (Foreign DirectInvestment : FDI) พบว่าการลงทุนของจีน (ไม่นับการลงทุนทางอ้อมผ่านฮ่องกง) ทยอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยในปี 2016 จีนกลายมาเป็นผู้ลงทุนลำดับที่ 9 ของไทยและมีสัดส่วนยอดคงค้างการลงทุนอยู่ที่ร้อยละ 1.8 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ รวมของไทยที่เพิ่มขึ้นจากลำดับที่ 17 ในปี 2006 ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 0.5

เป้าหมายการลงทุนของจีน ในไทย

สำหรับไทยจีนมีเป้าหมายในการลงทุนเพื่อ 1) ใช้เป็นฐานการผลิตและส่งออก เพื่อส่งสินค้าไปประเทศเป้าหมายของจีน เช่น การลงทุนในธุรกิจการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง การผลิตและประกอบแผงเซลล์แสงอาทิตย์ซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก Thailand Board of Investment (BOI) โดยเฉพาะแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่จีนเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกอันดับหนึ่งของโลก ส่งผลให้การส่งออกเซลล์แสงอาทิตย์ของไทยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา โดยมีสหรัฐเป็นตลาดส่งออกหลัก เนื่องจากเป็นประเทศผู้ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์อันดับต้นๆ ของโลก

2) กระจายความเสี่ยงในการลงทุน จากการที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนจีนมองหาแหล่งลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ตลาดในประเทศจีนค่อนข้างซบเซาและเกิดภาวะอุปทานล้นตลาด (Oversupply) ทำให้จีนกระจายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไปในหลายๆ ประเทศ รวมถึงไทยที่ในปี 2016 จีนมีการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สูงสุดเป็นอันดับ 2 จากทุกสาขาการลงทุนของจีนในไทยทั้งหมด โดยมีทั้งการร่วมทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์และการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของบุคคลธรรมดา

อย่างไรก็ดี มูลค่าดังกล่าวก็ถือว่ายังไม่สูงนักเมื่อเทียบกับการลงทุนจากประเทศอื่นๆ โดยในปี 2016 ไทยมียอดคงค้างการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จากสหรัฐ ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็น ผู้ลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ขณะที่จีนเป็นเพียงผู้ลงทุนอันดับที่ 12

3) ร่วมดำเนินโครงการกับภาครัฐจากความร่วมมือในโครงการก่อสร้างพื้นฐานของภาครัฐระหว่างไทย-จีน ทำให้มีเงินลงทุนในธุรกิจกิจกรรมก่อสร้างเพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคตหากมีการพัฒนาระดับความร่วมมือขึ้นโดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงน่าจะทำให้เงินลงทุนในภาคธุรกิจก่อสร้างจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ธุรกิจกิจกรรมก่อสร้างของจีนยังขยายธุรกิจไปนอกเหนือจากการก่อสร้างโครงการของภาครัฐด้วย โดยส่วนใหญ่อยู่ในรูป Subcontract ต่อจากผู้รับเหมาของไทย เพื่อเข้ารับเหมาก่อสร้างอาคารและคอนโดมิเนียม

4) ตอบสนองอุปสงค์จากจีนโดยเฉพาะจากภาคการท่องเที่ยว ตามความนิยมออกมาท่องเที่ยวต่างประเทศที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนทั่วโลกเพิ่มสูงจาก 57 ล้านคน ในปี 2010 เป็น 135 ล้านคน ในปี 2016 หรือเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าภายในระยะเวลา 7 ปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนจีนขยายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริการและการท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น ในธุรกิจการขายส่งสินค้าและที่พักแรม

ผลกระทบจากการลงทุนของจีนต่อไทย การเข้ามาลงทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการจีนมีส่วนที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในแง่ของการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนและสร้างรายได้ให้กับธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมทั้งเจ้าของปัจจัยการผลิต อย่างไรก็ตามการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการจีนอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น

- ความเสี่ยงจากการกระทำผิดกฎหมายต่างประเทศ (Anti-Dum ping) เนื่องจากการลงทุนในต่างประเทศของจีนส่วนหนึ่งเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตส่งออกและหลีกเลี่ยงอัตราภาษีสูงจากกฎหมาย Antidumping โดยเฉพาะในสหรัฐและสหภาพยุโรป ซึ่งหากผู้ประกอบการจีนยังคงใช้นโยบายเดิมในการส่งออกสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าทุน หรือราคาที่ขายในไทย อาจทำให้ไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตได้รับผลกระทบและโดนเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงตามกฎหมายต่างประเทศได้เช่นกัน

- ความเสี่ยงในเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์แม้ว่ามูลค่าเงินลงทุน FDI ในภาคอสังหาริมทรัพย์จากจีนจะยังมีมูลค่าไม่สูงมากนัก และการลงทุนของบุคคลธรรมดาที่ซื้อที่อยู่อาศัยแนวสูงจะมีส่วนช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกินที่มีในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มนิติบุคคลของจีนที่เข้ามาลงทุนเพื่อจัดตั้งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กลับเป็นการเพิ่มอุปทานในตลาด อย่างไรก็ดีการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐที่ห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดิน และจำกัดสัดส่วนความเป็นเจ้าของของผู้ประกอบกิจการต่างชาติในบริษัท และห้ามซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมเกินร้อยละ 49 สามารถช่วยลดทอนความเสี่ยงในภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ในระดับหนึ่ง

การปฏิรูปนโยบายทางเศรษฐกิจของจีนแม้อาจทำให้ไทยได้รับผลกระทบเชิงลบผ่านการค้าระหว่างประเทศที่ชะลอตัวบ้าง แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจดังกล่าวทำให้ไทยได้รับผลกระทบเชิงบวกด้วย ผ่านเม็ดเงินลงทุนโดยตรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จีนให้ความสำคัญ โดยจีนมีวัตถุประสงค์การลงทุนในไทยเพื่อใช้เป็นฐานการส่งออกมากที่สุด และบางส่วนเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ตลอดจนการลงทุนเพื่อตอบสนองอุปสงค์จากจีนในภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในระยะหลังรูปแบบการลงทุนโดยตรงของจีนมีการกระจายตัวทั้งในเชิงประเภทและขนาดของธุรกิจมากขึ้น แม้ล่าสุดทางการจีนได้เพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติเงินทุนไหลออกมากขึ้น แต่คาดว่ากระแสการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของจีนจะยังคงมีอยู่ แต่จะเน้นการลงทุนที่มีคุณภาพมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อให้ไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเข้ามาลงทุนของจีน ภาครัฐจึงควรดำเนินมาตรการทั้งเชิงรับและเชิงรุก เช่น การส่งเสริมการลงทุนอย่างมีเงื่อนไข โดยให้น้ำหนักกิจการที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงพร้อมกันกับการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งควรมีการติดตามความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งจากความเสี่ยงจากการกระทำผิดกฎหมาย Anti-Dumping และความเสี่ยงด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินจากการเข้ามาลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อให้การเข้ามาลงทุนของจีนเป็นการลงทุนที่มีคุณภาพ และช่วยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยในระยะยาวต่อไป

หมายเหตุ--ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท